โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รวบแก๊งคอลฯ หลอกขายปุ๋ยยี่ห้อดัง เงินหมุนกว่า 5 ลบ.

INN News

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.44 น. • INN News

บก.ปอท. เปิดปฏิบัติการร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกขายปุ๋ยยี่ห้อดังเพียงเดือนเดียว พบเงินหมุนเวียนกว่า 5 ล้านบาท

วันนี้ (19 มิ.ย 68) เวลา 11.00 น. อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. นำแถลง รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกขายปุ๋ยยี่ห้อดัง เพียงเดือนเดียว พบเงินหมุนเวียนมากกว่า 5 ล้านบาท จึงได้มีการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย คือนายแทน อายุ 50 ปี บุคคลไม่มี สัญชาติ และนางสาว หญิงแสงอรุณ อายุ 42 ปี เป็นบุคคลไม่มีสัญชาติ ซึ่งเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนร่วมกันทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนสมคบโดยการตกลงสองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันเป็นอั้งยี่

พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท.กล่าวว่า พฤติการณ์สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากรวมตัวกันเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้ซื้อปุ๋ยยี่ห้อดังผ่านบัญชี Facebook ชื่อปุ๋ยตรามงกุฎราคาโรงงาน แต่หลังจากโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับสินค้าตามคำสั่งซื้อแต่อย่างใดพอทวงถามก็จะถูกแอดมินเพจดังกล่าวบล็อกแชททันที จึงได้ทำการสืบสวนจนพบว่ากลุ่มคนร้ายได้ร่วมกันใช้ Facebook ชื่อปุ๋ยตรามงกุฎราคาโรงงานมาขายปุ๋ย

โดยจะนำรูปภาพสินค้าปุ๋ยมาโพสต์ขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดและในบางครั้งก็จะมีการสร้างแรงจูงใจด้วยการจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม จากการสืบสวนเพราะพวกคนร้ายมีการใช้บริการประกาศโฆษณาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปพบเห็นได้ง่ายและหลงเชื่อจึงติดต่อซื้อปุ๋ยพร้อมทั้งโอนเงินให้กับกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ซึ่งสุดท้ายไม่มีการส่งสินค้าสินค้าจริงเบื้องต้นภายใน 1 เดือน พบยอดเงินหมุนเวียนรวมกันมากกว่าห้าล้านบาทและจากการตรวจสอบยังพบอีกว่ามีการแจ้งความในระบบแจ้งความหลายคดีมีพฤติกรรมสร้างเพจปลอมหลอกลวงขายสินค้าและบริการอื่นๆเช่น รองเท้า ที่พักรีสอร์ท ซิมโทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือเป็นต้น

เบื้องต้นกลุ่มคนร้ายมีการยักย้ายถ่ายเทเงินไปยังบัญชีธนาคารต่างๆก่อนที่จะส่งต่อให้ผู้ต้องหา 2 ราย ทำหน้าที่ตระเวนถอนเงินเงินสดจากตู้ฝาก-ถอนเงิน อัตโนมัติอัต ภายในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ ขอศาลออกหมายจับกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่ถอนเงินสด 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆจำนวน 18 รายการพร้อมสมุดบัญชีธนาคารจำนวน 8 เล่ม บัตรอิเล็กทรอนิกส์ธนาคารต่างๆจำนวน 12 ใบเครื่องแต่งกายที่ใช้ในการถอนเงินสดสลิปการถอนเงินสด และทรัพย์สินมีค่าอื่นอื่นเช่น เงินสด ทองคำรูปพรรณ รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับว่าเมื่อประมาณต้นปี 2568 ได้รู้จักกับหญิงชาวเมียนมาร์ซึ่งทำงานให้กับนายทุนชาวจีนที่ควบคุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่าจ้างให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ถอนเงินจากบัญชีธนาคารโดยให้ค่าตอบแทน 1% ของจำนวนเงินที่ถอนได้ โดยหญิงชาวเมนมาจะส่งบัตรเอทีเอ็มที่ใช้ในการถอนเงินสดมาให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย และทุกครั้งที่มีเงินเข้าบัญชีธนาคาร ชาวเมียนมาร์จะมาแจ้งให้ผู้ต้องหาดำเนินการถอนเงินสดซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ตระเวนถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มหลายแห่งในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเมื่อกดเงินสดเสร็จจะนำเงินสดไปให้หญิงชาวเมียนมาร์ที่บริเวณชายแดนด่านแม่สายผู้ต้องหารับว่าในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือนได้ตะเวนถอนเงินสดไปแล้วประมาณ 1 ล้านบาท

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...