โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘กัมพูชา’เดินเกม! ส่งหนังสือร้องไทย นำข้อพิพาทขึ้น‘ศาลโลก’

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

‘กัมพูชา’เดินเกม! ส่งหนังสือร้องไทย นำข้อพิพาทขึ้น‘ศาลโลก’

9 มิถุนายน 2568 นสพ.The Phnom Penh Post รายงานข่าว Foreign minister clarifies Kingdom’s position to Thai counterpart ระบุว่า Prak Sokhonn รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ส่งหนังสือถึง มาริษ เสงี่ยมพงษ์ (Maris Sangiampongsa) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 เพื่อเชิญชวนให้ไทยนำข้อพิพาทชายแดนที่ยังคงดำเนินอยู่เข้าสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

ถ้อยคำในหนังสือดังกล่าว บรรยายว่า แม้จะมีกลไกทวิภาคีและความพยายามอย่างจริงใจมากมายเพื่อหาทางแก้ไข แต่ข้อพิพาทชายแดนระหว่าง 2 ประเทศที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษก็ยังคงดำเนินต่อไป ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเหล่านี้ยังคงเป็นแหล่งที่มาของความเข้าใจผิดและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนำไปสู่เหตุการณ์ที่โชคร้ายหลายครั้ง รวมถึงการเผชิญหน้าล่าสุดที่หมู่บ้านเตโชโมโรโกต ชุมชนโมโรโกต อำเภอโชอัมคซาน จังหวัดพระวิหาร เมื่อกองทัพไทยเปิดฉากยิงใส่ที่ตั้งของทหารกัมพูชา ส่งผลให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย

เหตุการณ์วันที่ 28 พ.ค. 2568 ยิ่งเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการหาทางแก้ไขที่ยั่งยืนและสันติ เมื่อพิจารณาถึงความซับซ้อน ลักษณะทางประวัติศาสตร์ และความละเอียดอ่อนของข้อพิพาทเหล่านี้ จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าการเจรจาทวิภาคีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ครอบคลุมและยั่งยืนอีกต่อไป ในบริบทนี้ รัฐบาลกัมพูชาเชื่อว่าแนวทางที่เหมาะสมและสันติที่สุดคือการส่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Mom Bei, Ta Moan Thom Temple, Ta Moan Tauch Temple และ Ta Krabei Temple ไปให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) พิจารณาตัดสิน

รองนายกฯ กัมพูชา อธิบายในหนังสือดังกล่าว ว่า การตัดสินใจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศซึ่งมีพื้นฐานมาจากกฎหมายระหว่างประเทศ จะให้การแก้ไขปัญหาที่ยุติธรรม เป็นกลาง และยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ขอบเขตดินแดนของเราแต่ละฝ่ายมีความชัดเจนมากขึ้น และที่สำคัญกว่านั้น จะช่วยส่งเสริมให้เกิดสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างประเทศทั้ง 2 แนวทางปฏิบัติดังกล่าวยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการรักษาหลักนิติธรรม รักษาความสามัคคีในภูมิภาค และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาชนของเราภายในประชาคมอาเซียน

“จากที่กล่าวมาข้างต้น ผมขอเรียกร้องอย่างนอบน้อมให้รัฐบาลไทยพิจารณาร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาในการส่งข้อพิพาทเรื่องพรมแดนของเราไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ขอให้เราใช้โอกาสนี้เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการเจรจาอย่างสันติ การแก้ไขปัญหาทางกฎหมาย และอนาคตของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี” ข้อความจากหนังสือของรองนายกฯ กัมพูชา กล่าวในตอนท้าย

ก่อนหน้านั้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาจะนำประเด็นข้างต้นไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเพื่อหาทางแก้ไข เนื่องจากกลไกทวิภาคีให้ผลเพียงเล็กน้อย ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ จะได้รับการแก้ไขแบบทวิภาคีผ่านบันทึกความเข้าใจปี 2000 (MOU2543)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...