โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มาเลเซีย” ขอเจรจาลด “ภาษีสหรัฐ” เหลือ 20% แต่ปฏิเสธเงื่อนไข EV-ลดอุดหนุนประมง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 03.23 น.

"มาเลเซีย" เร่งเจรจาสหรัฐก่อนเส้นตาย หวังลดภาษีทรัมป์เหลือ 20% ยืนกรานไม่ขยายสิทธิภาษีรถ EV ไม่เปิดทางต่างชาติถือหุ้นภาคพลังงาน-การเงิน และไม่ลดเงินอุดหนุนชาวประมง

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.05 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลมาเลเซียกำลังพยายามเจรจาให้สหรัฐลดอัตราภาษีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่จะเรียกเก็บ เหลือประมาณ 20% จากเดิม 25% ที่จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวเปิดเผยว่ามาเลเซียยังคงลังเลที่จะตอบรับข้อเรียกร้องบางประการจากสหรัฐ โดยเฉพาะในเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และข้อจำกัดด้านการถือครองหุ้นต่างชาติ

ทีมเจรจาของอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าหมายให้มาเลเซียได้รับอัตราภาษีในระดับที่ใกล้เคียงกับอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20% โดยแหล่งข่าวระบุว่าการเจรจายังดำเนินอยู่และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

จนถึงขณะนี้ มาเลเซียมีความคืบหน้าในการแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐเกี่ยวกับการลักลอบส่งออกชิปประสิทธิภาพสูง แต่ยังคงปฏิเสธข้อเรียกร้องของวอชิงตันในหลายประเด็น ได้แก่ การขยายระยะเวลายกเว้นภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐ การลดข้อจำกัดการถือครองหุ้นต่างชาติในภาคพลังงานและการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง รวมถึงการลดเงินอุดหนุนสำหรับชาวประมงในประเทศ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาล

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม นายซาฟรุล อาซิซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย แสดงความมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อลดภาษีได้ แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้เตือนว่าข้อตกลงที่ดำเนินการอย่างไม่รอบคอบอาจสร้างความเสียหาย และเน้นถึงความยากลำบากที่ประเทศขนาดเล็กซึ่งพึ่งพาการค้าต้องเผชิญเมื่อเจรจากับรัฐบาลทรัมป์

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ยังกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลจะยึดเส้นแดงในการเจรจาการค้า โดยจะไม่ยอมให้เงื่อนไขใดละเมิดนโยบายสำคัญระดับชาติ เช่น การให้สิทธิพิเศษแก่ชาวมลายูและชนพื้นเมือง

ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคก็เผชิญความยุ่งยากในเจรจากับรัฐบาลทรัมป์เช่นกัน โดยเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เวียดนามแสดงความประหลาดใจที่สหรัฐประกาศอัตราภาษี 20% หลังจากที่เชื่อว่าได้ตกลงในเงื่อนไขที่ดีกว่านั้นแล้ว ปัจจุบันเวียดนามยังคงเจรจารายละเอียดข้อตกลงอยู่

มาเลเซียยังต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มจากสหรัฐ เรื่องการไหลของชิป AI ขั้นสูงจากสหรัฐ ไปยังจีนผ่านมาเลเซีย โดยแม้รัฐบาลจะยังไม่พบหลักฐานการลักลอบขนย้าย แต่ได้เพิ่มข้อกำหนดในการควบคุมอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยบริษัทและบุคคลที่ส่งออกชิป AI จะต้องมีใบอนุญาต และแจ้งต่อกระทรวง MITI ของมาเลเซีย หากทราบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าชิปจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

แหล่งข่าวระบุว่า ประเด็นชิป AI น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถหาข้อตกลงได้ง่าย เนื่องจากมาเลเซียต้องการคงบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก แต่ข้อเรียกร้องอื่นจากวอชิงตันถือเป็นอุปสรรคสำคัญ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มาเลเซียลังเลที่จะขยายการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับรถ EV จากสหรัฐ เพราะหากทำเช่นนั้น อาจต้องให้สิทธิเท่าเทียมกับประเทศอื่นด้วย โดยปัจจุบันนโยบายดังกล่าวของมาเลเซียจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมปีนี้

นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐ ซึ่งกำลังจะยุติการให้เครดิตภาษีกับ EV ในประเทศตนเอง เหตุใดจึงต้องการให้มาเลเซียเปิดตลาดให้รถ EV จากอเมริกา ในขณะที่ปริมาณรถ EV จากสหรัฐ ในตลาดมาเลเซียนั้นน้อยมาก โดยในครึ่งปีแรก รถจากจีน เช่น BYD คิดเป็นเกือบครึ่งของการจดทะเบียนรถ EV ใหม่ทั้งหมดในประเทศ

ในด้านข้อจำกัดการถือครองต่างชาติ แหล่งข่าวระบุว่ารัฐมนตรีซาฟรุลเคยกล่าวว่าบางข้อเรียกร้องของสหรัฐอาจไม่เป็นธรรมต่อมาเลเซีย และหากมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ใด รัฐบาลจำเป็นต้องหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน

นอกจากนี้ข้อเรียกร้องของสหรัฐให้มาเลเซียลดเงินอุดหนุนอุตสาหกรรมประมงและควบคุมการทำประมงเกินขนาด ก็ถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงนโยบายภายในประเทศ โดยกลุ่มชาวประมงส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวมลายู ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาล

ทั้งนี้รัฐบาลมาเลเซียอยู่ในสถานการณ์ที่เดิมพันสูง โดยพยายามหาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว รัฐบาลยังระบุว่าอาจจำเป็นต้องปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ ซึ่งเดิมอยู่ที่ 4.5–5.5% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับภาษีที่สหรัฐจะนำมาใช้ในที่สุด

อนึ่งตามข้อมูลจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ สหรัฐมีดุลการค้าเกินดุลสินค้ากับมาเลเซีย 2.48 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...