โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“รอง ปธน. ไต้หวัน” เตือน “จีน” หยุดยั่วยุ ย้ำไต้หวันไม่ยอมจำนน เร่งเสริมแกร่งกองทัพ-พลเรือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 04.34 น.

"รอง ปธน. ไต้หวัน" เรียกร้องให้จีนยุติการยั่วยุทางทหาร พร้อมย้ำว่าไต้หวันไม่ต้องการความขัดแย้ง แต่ก็จะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันใด ๆ เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.15 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบไต้หวันเซียว ปี้ขิม รองประธานาธิบดีไต้หวัน ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเปิดการเจรจากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของไต้หวันอย่างเสมอภาคและให้เกียรติ พร้อมประณามท่าทีทางทหารที่ก้าวร้าวของจีนว่าเป็นอุปสรรคต่อสันติภาพและความมั่งคั่งของประชาชนทั้งสองฝั่ง

“เราไม่ต้องการความขัดแย้ง และจะไม่ยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้า” เซียวกล่าวในการแถลงข่าวต่อคณะผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ณ กรุงไทเป เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมเน้นว่า “ท่าทีทางทหารอันก้าวร้าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ และบั่นทอนโอกาสของประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบในการแสวงหาความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน”

แถลงการณ์มีขึ้นหลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เรียกร้องซ้ำ ๆ ให้จีนลดการซ้อมรบและการแสดงแสนยานุภาพทางทหารรอบไต้หวัน รวมถึงปฏิบัติการสงครามการเมืองที่มุ่งบั่นทอนความมั่นคงของไต้หวัน อย่างไรก็ตามจีนยังคงปฏิเสธที่จะเจรจากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบโต้ว่า“ไม่ว่าพรรค DPP จะพูดหรือทำอะไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่า ทั้งสองฝั่งช่องแคบเป็นส่วนหนึ่งของจีนเดียว”

เซียว ปี้ขิม เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไต้หวันประจำสหรัฐ ระหว่างปี 2563–2566 และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักการทูตหญิงที่มีบทบาทสูงสุดในการผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับวอชิงตัน และเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2543 และมีบทบาทอย่างมากในการผลักดันเรื่องอธิปไตยของไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศ

เซียวกล่าวว่าขณะนี้ไต้หวันกำลังเผชิญแรงกดดันในหลายมิติจากจีน ไม่เพียงแต่ในทางทหาร แต่ยังรวมถึงด้านเศรษฐกิจ การเมือง จิตวิทยา และการบ่อนทำลายภายในประเทศ โดยตลอดปีที่ผ่านมา แรงกดดันเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในวันเดียวกันรัฐบาลไต้หวันได้สรุปการฝึกซ้อมทางทหารประจำปี “Han Kuang” ซึ่งในปีนี้มีการบูรณาการการฝึกซ้อมเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของสังคมในภาวะวิกฤต (urban resilience) เข้าด้วย เซียวเน้นว่าการป้องกันประเทศของไต้หวันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ฮาร์ดแวร์ทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยุทธศาสตร์ การฝึก ความพร้อมรบ และการมีส่วนร่วมของพลเรือน

“เรากำลังสร้างกองกำลังที่มีขีดความสามารถ น่าเชื่อถือ และตอบสนองต่อภัยคุกคามเฉพาะหน้าได้จริง …การฝึกซ้อมในปีนี้ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ การฟื้นตัวทางการเงิน ที่พักพิง การตอบสนองฉุกเฉิน และการฝึกพลเรือน เพื่อรับมือทั้งภัยคุกคามจากภายนอกและภัยธรรมชาติเช่นแผ่นดินไหวและไต้ฝุ่น”

เมื่อถูกถามถึงรายงานข่าวล่าสุดจากสาธารณรัฐเช็กว่าเจ้าหน้าที่ทูตจีนเคยวางแผนก่ออุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างที่เธอเยือนยุโรปเมื่อปี 2567 เซียวตอบอย่างหนักแน่นว่าเธอจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่หรือแผนคุกคามใด ๆ จากจีน

“ดิฉันจะไม่ยอมให้ความพยายามเหล่านี้หยุดเสียงของดิฉัน หรือหยุดไม่ให้ดิฉันพูดในนามของประชาชนไต้หวัน” เธอกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมเสริมว่าหลายประเทศทั่วโลกก็เริ่มตระหนักถึงแรงกดดันและอิทธิพลที่จีนพยายามขยายไปยังต่างประเทศ ไม่เพียงต่อไต้หวัน แต่รวมถึงผู้ลี้ภัยและนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนชาวจีนในประเทศอื่นด้วย

ด้าน เซอร์ กาวิน วิลเลียมสัน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ว่า ความเงียบของประชาคมโลกมีแต่จะยิ่งเปิดทางให้การกระทำผิดกฎหมายเช่นนี้เกิดซ้ำซาก “หากโลกยังคงนิ่งเงียบ มันจะยิ่งส่งสัญญาณผิด ๆ ว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับได้”

ในช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากการแข่งขันด้านอิทธิพลและความมั่นคง เซียว ปี้ขิม ยังคงยืนหยัดในจุดยืนของไต้หวัน พร้อมส่งสารชัดเจนไปยังทั่วโลกว่าไต้หวันจะไม่ยอมถูกกลืน และจะปกป้องเสรีภาพของตนด้วยความเข้มแข็งและมีสติ

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...