วัคซีนป้องกันไทฟอยด์ | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
โรคไทฟอยด์ (หรือไข้รากสาดน้อย) คือ โรคติดเชื้อชนิดรุนแรงที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella typhi โดยเชื้ออาจปนเปื้อนอยู่ในอาหารหรือน้ำดื่ม และเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทาน ผู้ที่ได้รับเชื้อไทฟอยด์บางรายอาจไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ แต่จะเป็นพาหะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้
อาการของโรคไทฟอยด์
ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดท้อง ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และบางรายอาจมีผื่นเป็นจุดแดง ในรายที่เป็นรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาอาจมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่นติดเชื้อในกระแสโลหิต ลำไส้อักเสบ หรือมีเลือดออกที่ทางเดินอาหาร ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนได้ถึงร้อยละ 30
ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันไทฟอยด์
- ผู้ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไทฟอยด์ เช่น เอเชียใต้ (ประเทศอินเดีย เนปาล ปากีสถาน บังกลาเทศ) แอฟริกา และอเมริกาใต้
- ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นพาหะเชื้อไทฟอยด์
- เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการที่มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อไทฟอยด์อย่างไรก็ตามวัคซีนไม่สามารถป้องกันเชื้อได้ 100% ดังนั้นผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงในการได้รับเชื้อไทฟอยด์จึงยังควรระมัดระวังการบริโภคน้ำและอาหาร
ชนิดของวัคซีนป้องกันไทฟอยด์
วัคซีนป้องกันไทฟอยด์มี 2 ชนิด คือ วัคซีนชนิดฉีดและวัคซีนชนิดรับประทาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ประเภทของวัคซีน
วัคซีนป้องกันไทฟอยด์ชนิดฉีด
วัคซีนป้องกันไทฟอยด์ชนิดรับประทาน
ประเภทเชื้อไทฟอยด์
เชื้อตาย
เชื้อเป็น
อายุ
ใช้ได้ในผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 2 ปี
ใช้ได้ในผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 6 ปี
วิธีใช้
ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 เข็ม อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
ฉีดกระตุ้นทุก 2 ปีหากยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไทฟอยด์
รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันเว้นวัน ก่อนอาหาร จำนวนทั้งหมด 4 แคปซูล
ควรรับวัคซีนให้ครบอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
โดยต้องรับประทานยาชนิดแคปซูลทั้งเม็ด ห้ามเคี้ยว ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง
ให้วัคซีนซ้ำทุก 5 ปีหากยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไทฟอยด์
ผู้ที่ไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันไทฟอยด์หรือควรชะลอไว้ก่อน
ผู้ที่เคยแพ้วัคซีนไทฟอยด์มาก่อน
ผู้ที่ป่วยอาการปานกลางถึงรุนแรงควรรอให้อาการหายดีก่อนเข้ารับวัคซีน
ผู้ที่เคยแพ้วัคซีนไทฟอยด์มาก่อน
ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยมะเร็ง
ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ มานานกว่า 2 สัปดาห์
ผู้ที่ป่วยอาการปานกลางถึงรุนแรงควรรอให้อาการหายดีก่อนเข้ารับวัคซีน
อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้
บวมแดงบริเวณที่ฉีด (97-98%)
ปวดศีรษะ (16-20%)
ไข้ (2-32%)
ปวดศีรษะ (5%)
ไข้ (3%)
เป็นผื่น (1%)
ปวดท้อง คลื่นไส้ (6%)
อาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากวัคซีนป้องกันไทฟอยด์พบได้น้อยมาก อย่างไรก็ตามหากเกิดอาการไข้สูงหรือมีอาการแพ้ยาที่รุนแรง เช่น หายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
หากลืมรับประทานวัคซีนควรทำอย่างไร
หากลืมรับประทานวัคซีนป้องกันไทฟอยด์
1 แคปซูล ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แต่หากใกล้เวลารับประทานวัคซีนมื้อต่อไป ให้ข้ามมื้อที่ลืมและรับประทานวัคซีนมื้อต่อไปตามเวลาปกติ และรับประทานต่อจนครบทั้ง 4 แคปซูล ในกรณีที่ลืมรับประทานวัคซีนมากกว่า 1 แคปซูล ให้ปรึกษาแพทย์
อันตรกิริยากับยาอื่น
ไม่ควรรับประทานพร้อมยาปฏิชีวนะ ควรเริ่มให้วัคซีนหลังจากรับประทานยาปฏิชีวนะมื้อสุดท้ายแล้วอย่างน้อย 3 วัน
ข้อมูลอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention. Typhoid Vaccines: What You Need to Know. Available from: https://www.cdc.gov/vaccines/hcp/vis/vis-statements/typhoid.html [Accessed 27 December 2021].
- UpToDate® [database on the Internet]. Wolters Kluwer. 2021. Available from: http://www.uptodate.com [Accessed 27 December 2021].