โฆษกไทยสร้างไทย จี้จับตารัฐบาลใช้งบกลาง–งบกระตุ้นเศรษฐกิจ แปลงโครงการพรางตา ส่อทุจริตซ้ำรอย ‘แบ่งเค้กภัยแล้ง’
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่พรรคไทยสร้างไทย นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องร้องเรียนให้ไต่สวนการจัดสรรงบประมาณโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงินรวมกว่า 51,584 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะถูกจัดสรรแบบแบ่งเค้กให้กับ สส.อย่างน่าสงสัย กรณีนี้มีข้อมูลว่า มีการเสนอแบ่งโควตางบประมาณให้ สส.รายละ 50–300 ล้านบาท โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่ผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการอิสระ และอาจเข้าข่ายละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ที่ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทรกแซงการจัดทำงบประมาณ หากพบว่ามีมูลความผิด ป.ป.ช. มีหน้าที่ต้องไต่สวนทันที
นายปริเยศ กล่าวอีกว่า พรรคไทยสร้างไทย เชื่อว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ โดยพรรคอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการไต่สวนของ ป.ป.ช. และจะติดตามผลสอบสวนนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเงินภาษีของประชาชนไม่ควรตกอยู่ในมือของนักการเมืองที่ใช้งบเพื่อหวังผลการเมือง อีกทั้งยังได้ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีรัฐบาลอนุมัติงบกลางจำนวนมหาศาลอีกหลายก้อน อาทิ งบกลางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกโยกมาจากโครงการแจกเงินหมื่น ปี 2568 วงเงิน 157,000 ล้านบาท จะมีการนำเอาไปใช้กับการแก้ปัญหาน้ำท่วมและแล้งแทน โดยใช้ชื่อโครงการคล้ายคลึงกัน เช่น การขุดลอกคูคลอง การขุดบ่อบาดาล การติดตั้งระบบสูบน้ำ การซ่อมแซมประตูระบายน้ำ การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และการหาแหล่งน้ำต้นทุน โดยโครงการจำนวนมากไม่มีรายละเอียดเพียงพอ ตรวจสอบแทบไม่ได้ และส่วนใหญ่กระจุกอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคแกนนำฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย
นายปริเยศ กล่าวว่า หรือแม้กระทั่งในช่วงที่มีข่าวคราวปัญหาชายแดน รัฐบาลก็มีการอนุมัติงบกลางอย่างรีบเร่งสำหรับแผนงานรัฐบาลดิจิทัล สำหรับ ปี 68 และ 69 ร่วม 700 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณก้อนนี้น่าจะนำบรรจุในงบประจำปี 69 ได้ เนื่องจากเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และเป็นที่น่าสนใจว่า เมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา ที่มีการอนุมัติงบประมาณ ทีมโฆษกรัฐบาลก็ไม่มีการแถลงเรื่องนี้ออกทางสื่อแต่อย่างใด แต่หากดูในเอกสารถึงจะเห็นว่ามีการอนุมัติโครงการดังกล่าว อีกทั้งจะยืนหยัดทำหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบ และเปิดโปงพฤติกรรมทุจริตในการใช้งบประมาณสาธารณะทุกรูปแบบ โดยเฉพาะงบกลางพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดทุกโครงการให้ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบ และประเมินได้อย่างโปร่งใส เพื่อหยุดวัฒนธรรมการเมืองแบบเอื้อพวกพ้อง และสร้างการเมืองสุจริตให้เกิดขึ้นได้จริง