โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ทรัมป์" ลั่น เส้นตายไม่เลื่อน! เอาจริง เก็บภาษีทั่วโลก เริ่ม 1 ส.ค.นี้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 21.35 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 21.50 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวผ่าน Truth Social เมื่อวันพุธว่า "เส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ก็คือวันที่ 1 สิงหาคม ไม่มีการขยายเวลา! วันนี้คือวันสำคัญของอเมริกา!!!" ย้ำชัดว่าสหรัฐฯ จะไม่ขยายเส้นตายการรีเซ็ตมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายสิบประเทศ ซึ่งได้เลื่อนมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ โดยล่าสุดจะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

ภายใต้นโยบาย “Reciprocal Tariffs” หรือภาษีแบบต่างตอบแทน ทรัมป์เดินหน้าใช้เครื่องมือทางการค้าเพื่อกดดันประเทศคู่ค้าให้ยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างเร่งด่วน เขาส่งจดหมายไปยังผู้นำประเทศมากกว่า 20 ประเทศ แจ้งอัตราภาษีนำเข้าใหม่ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้าที่ส่งออกมายังอเมริกา โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

มาตรการชุดใหม่นี้ถูกชี้ว่าเป็นการนำภาษีรอบก่อนในเดือนเมษายนกลับมาใช้ใหม่ โดยในตอนนั้น ทรัมป์เคยประกาศภาษี blanket rate หรืออัตราเดียวทั่วโลกที่ 10% พร้อมอัตราเฉพาะประเทศสูงสุดถึง 50% สร้างความตึงเครียดและความสับสนให้ตลาดการเงินและผู้นำต่างประเทศ จนต้องเลื่อนการใช้จริงออกไป 90 วันจากกำหนดเดิมในวันที่ 9 กรกฎาคม และสุดท้ายมาลงตัวที่วันที่ 1 สิงหาคม

แม้อดีตจะเคยเปลี่ยนใจเลื่อนเส้นตายมาแล้ว แต่คราวนี้ทรัมป์ย้ำว่า "จะไม่มีการขยายอีก" พร้อมเดินหน้าเก็บภาษีแบบจัดเต็ม เช่น อินเดียจะโดนเก็บภาษี 25% พร้อม “บทลงโทษ” เพิ่มเติมจากการซื้ออาวุธและพลังงานจากรัสเซีย ขณะที่บราซิลถูกขยับขึ้นจาก 10% เป็น 50% ซึ่งในจดหมายของทรัมป์อ้างถึงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติต่ออดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล

ประเทศเพื่อนบ้านของสหรัฐฯ ก็ไม่รอด แคนาดาจะโดนภาษี 35% ขณะที่เม็กซิโกจะเผชิญกับอัตราใหม่ที่ 30% ทรัมป์ยังแย้มอีกว่ามีแผนจะปรับฐานภาษีของสหรัฐฯ ให้สูงขึ้นเป็น 15% หรือ 20% ในอนาคต

กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ โดยรัฐมนตรีสก็อต เบสเซนต์ ให้ความเห็นว่าภาษีเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาการค้ากับแต่ละประเทศ และไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องร้ายแรง หากต้องมีการใช้ภาษีชั่วคราวระยะสั้นเพื่อกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้ายอมเปิดโต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ดี มีบางประเทศที่สามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการลดอัตราภาษีล่วงหน้าแล้ว เช่น ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าทรัมป์พร้อมยืดหยุ่น หากได้รับข้อเสนอที่ตรงใจ

มาตรการภาษีใหม่นี้ถูกมองว่ามีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นแต้มต่อในการเจรจาทางการค้า และเพื่อเพิ่มรายได้จากต่างประเทศเข้าสหรัฐฯ แม้ความจริงแล้ว ผู้นำเข้าในอเมริกาเป็นผู้ที่ต้องแบกรับต้นทุนภาษีโดยตรงก็ตาม

การเดินหน้ากำหนดอัตราภาษีนำเข้าในระดับสูงครั้งใหม่นี้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบพลังต่อรองของสหรัฐฯ บนเวทีการค้าโลก แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางเศรษฐกิจแบบ “อเมริกาต้องมาก่อน” ที่ทรัมป์ยึดมั่นมาโดยตลอด ท่ามกลางคำวิพากษ์วิจารณ์จากนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกว่า อาจกระทบทั้งห่วงโซ่การค้าและผู้บริโภคในประเทศเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...