โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ : เขย่าลูก อันตรายจริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 17.35 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 10.35 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ว่า “การเขย่าลูก” ทำให้เกิดอันตรายหลายอย่าง ตั้งแต่ทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ไปจนถึงทำให้ตาบอด จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ นพ.กุลเสฏฐ ศักดิ์พิชัยสกุล กลุ่มงานกุมารเวชศาสตร์-งานประสาทวิทยา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

การเขย่าลูกทำให้เกิดอันตรายจริง

ทางการแพทย์เรียก “การเขย่าเด็กทารก” ว่า Shaken Baby Syndrome

“Shaken” การเขย่า และ “Baby” เด็กทารก

เขย่าลูกจะทำให้ “เลือดออกในสมอง” จริงหรือ ?

การเขย่าเด็กทารก เด็กเล็ก ๆ อายุน้อยกว่า 2 ขวบ ทำให้เกิดเลือดออกในสมองได้

เด็กทารก เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ขนาดของศีรษะจะใหญ่กว่าขนาดตัว เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว และกล้ามเนื้อคอของเด็กทารกก็ยังไม่แข็งแรงพอ

ในกะโหลกศีรษะมีเนื้อสมองอยู่ ถ้ามีการเขย่าเกิดขึ้น ศีรษะก็จะมีการขยับไปมาด้วย

การเขย่าแบบนี้ทำให้เนื้อสมองของเด็กถูกกระทบกระแทกทุก ๆ ด้าน เพราะ “กะโหลก” ก็คือกระดูกที่ห่อหุ้มสมอง จึงทำให้เกิดเลือดออกในสมองได้

เขย่าลูกจะทำให้ “กะโหลกแตก” จริงหรือ ?

การเขย่าเด็กคงไม่สามารถทำให้กะโหลกแตกได้

ทว่าขณะที่กำลังเขย่าเด็กอยู่นั้น คนเขย่าเด็กมักจะมี “อารมณ์โกรธ” เกิดความเครียด หรือรู้สึกว่าทำอย่างไรเด็กก็ไม่หยุดร้อง ไม่สงบสักที สถานการณ์ที่คนเขย่าเด็กควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ ควบคุมความเครียดไม่ได้ และถ้ามีการเขย่าเด็กอย่างรุนแรงและไร้ทิศทาง ย่อมจะทำให้ศีรษะเด็กมีโอกาสไปกระแทกกับของแข็งได้ บางครั้งก็อาจจะทำให้กะโหลกศีรษะแตก

เขย่าลูกจะทำให้ “เลือดออกในลูกตา” จริงหรือ ?

เลือดออกในลูกตาเด็กจากการถูกเขย่าเป็นเรื่องจริงที่พบได้

เด็กที่ถูกเขย่าศีรษะ ทำให้หลอดเลือดที่อยู่หลังลูกตาฉีกขาด

ระยะเวลาและจำนวนครั้งที่เด็กถูกเขย่า เปรียบเสมือนคนที่เขย่าเด็กฉีกหลอดเลือดออกทีละนิด ๆ เลือดก็จะค่อย ๆ ไหลออกมาทั้งที่สมองและลูกตา

ในเด็กที่ถูกเขย่าบ่อย ๆ มีเลือดออกใต้จอประสาทตาจะทำให้ตาบอดได้ในอนาคต

สังเกตอย่างไร ว่าลูกถูกเขย่า ?

เด็กที่ได้รับอันตรายจากการถูกเขย่า อาการที่ปรากฏก็คือ ร้องงอแงผิดปกติ นอนซึมทั้งวัน มีอาการเกร็งกระตุก ต้องรีบพาไปพบแพทย์ อย่างน้อยจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

ถ้ามีการเขย่าเด็กเกิดขึ้นแล้วเลือดออกในสมองรุนแรงก็จะทำให้เสียชีวิต แต่ถ้ารอดชีวิต ส่วนใหญ่มักจะมีความพิการร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นสมองพิการ ตาบอด โรคลมชัก และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ดังนั้น การเขย่าเพียงครั้งเดียว หรือหลายครั้ง อาจจะส่งผลระยะยาวกับเด็กทารกที่พ่อแม่ และ/หรือ ผู้ปกครองจะต้องดูแลไปตลอดชีวิต

หลีกเลี่ยง “เขย่าลูก” ได้อย่างไร ?

การเลี้ยงดูเด็กของแต่ละครอบครัว มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ส่งผลกระทบกับอารมณ์และความรู้สึกของพ่อแม่ แต่จะต้องหลีกเลี่ยงการเขย่าลูกอย่างเด็ดขาด มีคำแนะนำดังนี้

1. นำผ้าขนหนูหรือผ้าห่มห่อตัวเด็กเหมือนเวลาที่อยู่ในท้องแม่ที่มีอะไรโอบอุ้มเขา ก็จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

2. บางคนอาจจะเคยได้ยินเสียงคำว่า ชู่ว์ ชู่ว์ ชู่ว์ ก็คือทำเสียงให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย เหมือนอยู่ในท้องเหมือนกัน

3. ถ้าลูกยังร้องอยู่ พ่อแม่สามารถอุ้มลูกไว้แล้วโยกตัวเบา ๆ เพียงแค่นี้ สุดท้ายก็หาอะไรให้ลูกดูดได้ ไม่ว่าจะเป็นดูดนม ดูดขวดนม หรือบางครั้งใช้จุกหลอกก็สามารถช่วยได้

ดังนั้น การกระทำอะไรบางอย่างที่คิดว่าไม่เป็นอะไร อาจจะส่งผลรุนแรงที่ไม่อาจคาดคิดได้

สัมภาษณ์โดย ณัฐวัฒน์ จิตรมั่น

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ดูเพิ่มเติมรายการชัวร์ก่อนแชร์ ชัวร์ก่อนแชร์ : เขย่าลูก อันตรายจริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...