“เพื่อไทย” ยันไม่มีเหตุให้ต้องยุบสภา รัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปได้
“เพื่อไทย” ยันไม่มีเหตุให้ต้องยุบสภา รัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปได้ เผย ”สภาล่ม” เกิดจากชิงนับองค์ประชุมของฝ่ายค้าย มองเป็นเกมการเมืองไม่ได้เห็นประโยชน์ของประชาชน ปัดข่าว“นายกฯ”ส่งคืนวัตถุโบราณเป็นข่าวปล่อม จ่อดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีที่มีเสียงเรียกร้องจากสังคมให้รัฐบาลยุบสภาและข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ว่า นายกฯได้เลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดีผ่านประสบการณ์การทำงานในมุมมองที่หลากหลายทุกครั้งที่ได้เข้ารับทำงานในวันนี้ได้เดินทางไปมอบนโยบายในแต่ละกระทรวงเชื่อว่าจะขับเคลื่อนงานรัฐบาลและนำนโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงเอาไว้ต่อรัฐสภามาทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ส่วนเรื่องเสียงในนั้นจะไปไหวหรือไม่จะปริ่มน้ำหรือไม่ เพราะในการประชุมสภาที่ผ่านมาเป็นการเปิดประชุมสภาวันแรกแต่มีสมาชิกพรรคการเมืองพรรคเสนอให้นับองค์ประชุมซึ่งตนขอชี้แจงว่าสถานการณ์ในวันนั้นรัฐมนตรีเพิ่งถวายสัตย์เสร็จ และเข้าทำเนียบรัฐบาล แม้แต่ส.ส. เองก็มีการประชุมกรรมาธิการงบประมาณและคณะกรรมาธิการต่างๆแต่ปรากฏว่ามีการเสนอนับองค์ประชุมซึ่ง ตนมองว่าเจตนาไม่ใช่ประโยชน์ของประชาชน ช่วงระยะเวลาสภาสี่ปีนั้นไม่ใช่เวลาน้อยตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองมากเกินไป
นายจิรวัฒน์ กล่าวถึงกรณีที่เรียกร้องให้ยุบสภานั้นทางพรรคยืนยันได้ว่าไม่มีเหตุให้ต้องยุบสภา เพราะขณะนี้สภามีงานที่สำคัญคือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องเร่งขับเคลื่อนให้เกิดรูปธรรมมากขึ้นมองว่าการเรียกร้องให้ยุบสภาเป็นการช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองมากเกินไป โดยไม่ได้สนใจว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กว่า 3ล้านล้านบาท จะไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไรและการเลือกตั้งนั้นต้องใช้งบประมาณ 6,000 ล้านบาทดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะออกมาชูประเด็นการยุบสภา และเชื่อว่ารัฐบาลกับนายกรัฐมนตรีจะกลับมาให้ความเชื่อมั่นและฟื้นศรัทธาอย่างแน่นอน
เรื่องการนำเสนอนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ชั่วคราวไม่ว่าจะเงื่อนไขหรืออะไรต่างๆพบว่าปัจจุบันการเลือกนายกรัฐมนตรีก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 การเลือกนายกฯต้องนำมามาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ได้เสนอไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แม้ว่าจะมีข้อเสนอที่ว่านายกชั่วคราวแม้จะอยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองก็ตามโดยมีการวางเงื่อนไขให้ยุบสภา ตนมองว่าวิธีการดูเป็นการเร่งรีบในการชิงความได้เปรียบทางการเมืองมากเกินไป ซึ่งรัฐบาลมีเวลาอีกสองปีที่จะนำงบประมาณไปดูแลประชาชน เชื่อว่าสองปีนี้รัฐบาลจะยืนหยัดสร้างความเชื่อมั่นในขณะนี้ แม้นายกรัฐมนตรีจะหยุดปฎิบัติหน้าที่เพื่อรอศาลมนูญวินิจฉัยแต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในทางที่เป็นคุณต่อนายกและนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทน ที่ขึ้นมารักษาการอำนาจตามรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจเต็มทุกประการ ไม่มีสะดุด
“ยืนยันว่าเสถียรภาพของรัฐบาล ภายใต้รัฐบาลปัจจุบันโดยนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อที่จะให้รับผิดชอบร่วมกันรัฐบาลและพรรคต่างๆที่ลงเรือลำเดียวกันนั้นก็ต้องนำนโยบายของสภาไปสู่การปฏิบัติจริงให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ของคนไทย” นายจิรวัฒน์ กล่าว
นายจิรวัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีวัตถุโบราณที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะส่งคืนประเทศกัมพูชากว่า 43 ชิ้นนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและจะดำเนินตามกฏหมายกับผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมออกมา จึงอยากให้ประชาชนได้กรองข่าวที่ปล่อยออกมาว่าอะไรคือเรื่องจริงหรือไม่จริง