โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก. ขอ ปชช.มั่นใจ แม้ปรับ ครม.พร้อมทำหน้าที่ต่อ ชี้ ไม่ปิดด่านแต่เข้มมาตรการ

The Reporters

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.52 น.

ศบ.ทก. ขอประชาชนมั่นใจ แม้ปรับ ครม. พร้อมทำหน้าที่ต่อตาม มติ สมช. มอบอำนาจพิจารณายกระดับ - ผ่อนปรนมาตรการได้ตามสถานการณ์ ชี้ ไม่ปิดด่านแต่เข้มมาตรการ พร้อมเดินหน้าคุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมดูแลผลกระทบประชาชน-แรงงานต่างชาติ

วันนี้ (2 ก.ค. 68) พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. ประจำวันพุธที่ 2 กรกฎาคม 2568

พลเรือตรีสุรสันต์ กล่าวว่า การดำเนินการของศบ.ทก.จะยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่หยุด แม้จะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี โดยมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมาเรื่องมาตรการรองรับสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ได้มีมติ 4 ข้อ คือการรับทราบผลการปฏิบัติของ ศบ.ทก.ในการควบคุมพื้นที่ใช้แดนไทยกัมพูชา พร้อมกับให้ความเห็นชอบกำหนดงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติ สมช.อาทิ มาตรการควบคุมและผ่อนปรนบุคคลยานพาหนะสินค้า รวมทั้งมาตรการบรรเทาผลกระทบต่าง ๆ รวมไปถึงการเห็นชอบการขยายมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนประเภทต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั้งการจำกัดและการผ่อนผันบุคคลยานพาหนะและสินค้าที่ผ่านเข้าออกจุดผ่านแดน และมอบหมายให้ ศบ.ทก.เป็นกลไกหลักในการพิจารณา ยกระดับหรือผ่อนปรนมาตรการ รองรับสถานการณ์ความมั่นคงในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้กรอบแนวทางที่รัฐบาลหรือสภาความมั่นคงแห่งชาติ กำหนดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าศบ.ทก.ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหรือเป็นองค์กรที่รับผิดชอบในเรื่องการพิจารณากำหนดมาตรการต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นการยกระดับหรือผ่อนปรน ถ้าสถานการณ์คลี่คลายในการที่ดีขึ้นก็มีอำนาจในการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ได้เช่นกัน ขอให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าถึงแม้ว่าในสถานการณ์ที่เราอาจจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีในปัจจุบันการดำเนินการเรื่องการแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์ชายแดนไทย- กัมพูชา ศบ.ทก. มีอำนาจในเรื่องของการพิจารณาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

พลเรือตรีสุรสันต์ ยังระบุอีกว่า กิจกรรมการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา ได้มีการทำมาเยอะจริงจัง ในวันที่ 2 และ 4 กรกฎาคม 2568 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว เชิญชวนประชาชนเป็นกำลังใจสนับสนุนสินค้าเกษตรกรของชาวสระแก้ว ณ ตลาดนัดดอกแก้ว ศาลากลางจังหวัดสระแก้วเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา

ขณะที่พื้นที่จังหวัดตราดมีการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดตราดภายใต้ชื่อตลาดช็อปเพลิน เดินชิล เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดย ถึง 4 กรกฎาคมนี้ บริเวณศาลากลางจังหวัดตราด

ขณะที่นางมาระตี ระบุว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มารับรายงานหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เรื่องการบริหารจุดผ่านแดน ซึ่งในขณะนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยในงานในพื้นที่มีคนที่ฝ่ายไทยอนุโลมให้เข้าออก หลายร้อยคน ก่อนย้ำว่าไม่ว่าในหลายวันที่ผ่านมายังคงมีการรายงานข่าวและการกล่าวหาฝ่ายไทยว่าปิดด่านฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นในสังคมออนไลน์หรือการรายงานข่าวสื่อฝ่ายกัมพูชา นำมาสู่การเงื่อนไขไม่เปิดด่านฝั่งตน ยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้มีการปิดด่านแต่เพิ่มความเข้มงวดสำหรับคนผ่านแดน ของทั้ง 2 ประเทศ โดยจะมีการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและความจำเป็นในแต่ละพื้นที่ ขณะนี้ฝ่ายไทยยังคงอนุโลมการผ่านแดนจะเป็นไปตามความจำเป็นด้านมนุษยธรรม ซึ่งหลักฐานในเชิงประจักษ์

นางมาระตี ยังระบุอีกว่า รัฐบาลและ ศบ.ทก.กำลังติดตามเพื่อบริหารผลกระทบของผู้ประกอบการที่มีการจ้างแรงงานต่างชาติชาวกัมพูชา เกษตรกรและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการบริหารจุดผ่านแดน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานกันมาโดยตลอด และล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ 1 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งการดำเนินการ ทั้งมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายบริเวณชายแดน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรของไทยนั้นตกต่ำ รวมไปถึงมาตรการให้กระทรวงแรงงานเร่งพิจารณามาตรการผ่อนผันการทำงานของแรงงานกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน และให้กระทรวงมหาดไทย เร่งออกประกาศรองรับมาตรการให้เหมาะสม สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรม และไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดในทุกการประชุมและบทสนทนา ก่อนย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาลไทยมีกระบวนการขั้นตอนและการประสานงาน ผ่านการพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

ขณะที่เรื่องการดำเนินการเรื่องการต่างประเทศนางมาระตีกล่าวว่าที่ประชุมรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงกลาโหม ในช่วงนี้จะยังคงเป็นไปตามท่าทีเดิม ความตึงเครียดและประเด็นปัญหาเกี่ยวกับชายแดนในปัจจุบัน ควรที่จะได้รับการแก้ไขตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ระหว่างกันของทั้งสองฝั่ง รวมไปถึงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมหรือ JBC ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกันในเดือนกันยายนที่จะถึง ส่วนกลไกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือ GBC และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ตลอดจนเวทีทวิภาคี ท่าทีนี้เป็นท่าทีที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงกับหลาย ๆ ประเทศ ที่กำลังติดตามสถานการณ์และประเด็นความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา

นางมาระตี ยังย้ำถึงการแสดงออกของคนไทยผ่านสังคมออนไลน์ที่ถูกสื่อกัมพูชานำเสนอ ไทยยึดหลักสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานของหลักประชาธิปไตย โดยบุคคลต่าง ๆ ในสังคมไทยย่อมแสดงความคิดเห็นได้เท่าที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและเป็นไปอย่างสันติ และหากมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น ข้อย่อมต้องรับผิดชอบต่อการแสดงออกนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...