โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘รวมพลังแผ่นดิน’ นัดชุมนุมใหญ่ กลางเดือนสิงหาคม

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.20 น. • The Bangkok Insight

"รวมพลังแผ่นดิน" นัดชุมนุมใหญ่อีกรอบกลางเดือนสิงหาคม พร้อมเดินสายต่างจังหวัด "จตุพร" ย้ำไม่เอารัฐประหาร อัด "เพื่อไทย" นักผลประโยชน์

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย อาทิ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ , นายจตุพร พรหมพันธุ์ , นายพิชิต ไชยมงคล , นายแก้วสรร อติโพธิ , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ร่วมแถลงท่าทีการเคลื่อนไหว

นายปานเทพ กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนที่ถูกครหา และด้อยค่าก่อนหน้านี้ว่าการชุมนุมของเรามีนายทุนหนุนหลัง ขอแจ้งให้ทราบว่าตั้งแต่เราเปิดรับบริจาคจนถึงเมื่อวาน (30 มิ.ย.) มียอดรวมบริจาคทั้งหมด 30,771,060 บาท โดยมีผู้บริจาครวมทั้งสิ้น 56,200 คน ซึ่งเราคิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันแถลงข่าว การเดินรณรงค์จนถึงวันเวทีใหญ่ถ่ายทอดสด การ์ดรักษาความปลอดภัย อาหาร การเช่าเต้นท์ ทั้งหมดเราใช้ค่าใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 2,072,535 บาท ทำให้เหลือค่าใช้จ่ายสำหรับมอบให้ส่วนต่างๆของความมั่นคงประเทศ 28,698,525 บาท โดยจำนวนนี้อยู่ในวัตถุประสงค์ของผู้โอนว่าจะมอบให้กองทัพภาคที่ 1 ทั้งสิ้น 1,100,000 บาท แต่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งที่จะต้องหักเงินทั้งหมดให้กองทัพภาคที่ 2 ทั้งสิ้น 27,598,535 บาท ในจำนวนนี้ ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ประสงค์จะไม่รับเงินสด ตนจึงได้ประสานว่าต้องการสิ่งใดขอให้บอก

“ตนจึงแจ้งจะจัดซื้อจัดหาอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนลาดตระเวนป่าไม้ในเวลากลางคืน และสาธารณูปโภคเพื่อความปลอดภัยของทหาร เช่น ห้องน้ำสำเร็จรูป ถังน้ำ ตู้คอนเทนเนอร์ แผ่นพื้นคอนกรีต รถตัดหน้าขุดหลังล้อยาง รถไถนา เครื่องปั่นไฟ โซลาเซลล์ เพื่อความมั่นคงของทหารให้ปลอดภัยที่สุด โดยรวมยอดเงินที่จะใช้ในส่วนดังกล่าวประมาณ 25 ล้านบาท และเหลือเงินอีกประมาณ 2 ล้านบาท และจะประสานเพิ่มเติมเพื่อใช้เงินให้หมดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกองทัพ โดยจะนำไปมอบให้ที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์” นายปานเทพ กล่าว

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า มติของคณะรวมพลังแผ่นดินฯประกาศชัดเจนว่าไม่เอาการรัฐประหาร และไม่เอา น.ส.แพทองธารเช่นเดียวกัน ตนขอบอกไปยังพรรคเพื่อไทยว่าถ้าคุณรังเกียจการรัฐประหารตามที่ประกาศ คุณไปรับเสียง สว.152 เสียง มาโหวตให้นายเศรษฐา ทวีสินมาเป็นนายกฯทำไม คุณไปเอาพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้วด่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรื่องบอยคอตการเลือกตั้ง แต่ก็ยังเอาไว้ในพรรคร่วมรัฐบาล

“เกลียดเผด็จการก็นอนกอดอยู่กับเผด็จการ เกลียดรัฐประหารก็เอาสิ่งที่คณะรัฐประหารเขาส่งมา เพราะฉะนั้นอย่ามาอวดอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยคุณก็แค่นักผลประโยชน์ แต่ปากอ้างประชาธิปไตย ใจคุณหนักกว่าเผด็จการหลายเท่านัก” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนพรรคประชาชนนั้นตนไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่การปรับครม.จึงมีตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจถึง 2 คน และการที่ออกแถลงการณ์ให้ประชาชนออกจากการชุมนุม ตนอยากบอกว่าพวกเราแสดงตนรับผิดชอบไม่มีหน้าที่ยุให้คนอื่นไปชุมนุมแล้วตัวเองไม่รับผิดชอบ การจะรัฐประหารนั้นไม่มีใครสามารถกวักมือให้ทหารมา ไม่มีใครทำได้ แต่การรัฐประหารมันเกิดจากเหตุผลเดิมๆที่รัฐบาลทุจริตฉ้อฉล การแทรกแซงองค์กรอิสระ การสร้างความแตกแยก การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือแม้กระทั้งเรื่องการขายชาติ ไม่มีใครเรียกร้องการรัฐประหารได้ และข้อเท็จจริงบนเวทีก็ไม่มีใครเรียกร้อง และถามว่าพรรคฝ่ายค้านจะทำอย่างไรในการหยุดยั้งรัฐประหาร คือ ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะมี 3 กรณีที่เข้าข่ายหน้าสงสัย คือเมื่อคุณอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นหลบเลี่ยงภาษีตั๋ว P/N การรุกที่ดินเขาใหญ่ การโกงที่วัดสร้างสนามกลอ์ฟอัลไพน์ และบอกว่าจะโรยเกลือ

รวมพลังแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าไม่มีเกลือ เหลือแต่สารส้มทุบ เพราะถ้าไปยื่นยังศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องจริยธรรมของนายกฯ นางสาวแพทองธารจะไปก่อนที่จะมีโอกาสคุยโทรศัพท์กับสมเด็จ ฮุน เซน แต่คุณไม่ทำ นอกจากนี้ เมื่อพรรคภูมิใจไทยเสนอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 150 ในประเด็นเรื่องความมั่นคงจากกรณีคลิปหลุด และพฤติกรรมต่างๆ แต่พรรคประชาชนยังไม่เห็นชอบด้วยจนบัดนี้ ถามจริงๆคุณเป็นฝ่ายไหนกันแน่ ตนบอกเรื่องนี้ให้คุณไปทบทวน อย่ามาใส่ความประชาชนว่าเขาเรียกร้องรัฐประหาร

“ถ้าคุณได้ทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน ปิดประตูการทำรัฐประหารโดยสิ้นเชิง แต่เพราะพรรคประชาชนไม่ทำหน้าที่ ไม่โรยเกลือตามที่ประกาศ แต่ไปโรยสารส้มแทน” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) เขาอยู่ประจำเป็นแนวหน้าให้พวกเรา ฉะนั้นในระหว่างนี้ประชาชนสามารถไปร่วมได้ทุกวันที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ และต่อจากนี้เราอาจจะมีเวทีอีกในต่างจังหวัดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ที่จะอาจเลือกจังหวัดที่มีความพร้อมที่สามารถรวบรวมประชาชน จะ 3,500 5,000 หรือ 10,000 คน เราก็จัดทัพใหญ่ไป ในระหว่างนี้ในกรุงเทพฯก็จะมีการปรึกษาและนัดหมายกันเป็นระยะ และคาดหมายกันว่าเวทีใหญ่กันแบบสุดๆกันอีกรอบเอาไว้ประมาณกลางเดือนสิงหาคม

รวมพลังแผ่นดิน

เมื่อถามว่า การนัดชุมนุมใหญ่กลางเดือนสิงหาคมนั้น คือประเด็นอะไร จะขับไล่รัฐบาลหรือไม่ นายจตุพร ตอบว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น แต่เราพูดชัดเจนถึงข้อเรียกร้องเดิมที่ได้รับกาปฏิเสธที่ให้น.ส.แพทองธารลาออก แม้บัดนี้จะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วก็ตาม ในส่วนการปกป้องอธิปไตยเราได้ทำอย่างสมบูรณ์ในการให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2 แล้วค่อยนัดหมายกันใหม่ ถ้าเป็นในส่วนของรัฐบาลการยกระดับขับไล่นายกฯและรัฐบาล มันก็มีช่องทางอยู่เท่านี้ แต่ในระหว่างทางนี้มันก็มีสถานการณ์เป็นจุดที่กำหนดว่าในสถานการณ์นั้นเราจะขับเคลื่อนอย่างไร ทั้งหมดจะไม่ไกลเกินกว่าสถานการณ์ และยืนยันอีกครั้งว่าไม่เอารัฐประหารเด็ดขาด

เมื่อถามว่า ประเมินว่าการชุมนุมในกลางเดือนสิงหาคมนั้นจะได้รับการตอบรับจากมวลชนมากน้อยแค่ไหน นายจตุพร ตอบว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความชอบธรรมของการชุมนุม เหตุผลในการชุมนุม จะเป็นตัวกำหนดในจำนวน และบัดนี้คนที่มีความรักชาติบ้านเมือง รักสิ่งที่ถูกต้องเขาแสดงพลังให้เห็น และก็เห็นว่าการชุมนุมนั้นเราปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา ฉะนั้นนี้คือการยกระดับของการจัดการชุมนุมไปอีกระดับหนึ่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...