เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Up โดยฟื้นตัวกลับมาใกล้ทดสอบแนวต้านหลัก 1,120 จุดอีกครั้ง แม้ปัจจัยต่างประเทศอาจยังไม่มีประเด็นหนุน แต่คาดได้อานิสงส์จากปัจจัยการเมืองในประเทศที่ดูนิ่งขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ระหว่างรอผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯเผชิญแรงขายหลังปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า โดยคาดอาจเป็นปัจจัยกดดัน DELTA
อย่างไรก็ตามเราประเมินว่าปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่ผ่อนคลายขึ้นชั่วคราวหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องถอดถอนนายกฯ โดยเบื้องต้นประเมินว่าผลการวินิจฉัยจะใช้เวลาราว 2 เดือน ทำให้ระหว่างนี้รัฐบาลปัจจุบันยังคงเดินหน้านโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่านร่างงบประมาณปี 69 ที่จะเข้าสภาในเดือน ส.ค. ซึ่งหากสามารถอนุมัติได้และไม่มีความล่าช้า จะช่วยปลดล็อคปัจจัยเสี่ยงได้หนึ่งประเด็น
นอกจากนี้หากผลการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯในวันที่ 3 ก.ค. ออกมาในเชิงบวกในแง่อัตราภาษีที่ได้รับ โดยปัจจุบันตลาดประเมินที่ 18% จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนดัชนี ระยะสั้นเรามองกลุ่ม Domestic Play มีโอกาสฟื้นตัวหลังจากที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในเดือน มิ.ย. จากปัจจัยการเมืองในประเทศและเศรษฐกิจที่ชะลอ โดยปัจจุบันมี Valuation ที่ต่ำผิดปกติ
กลยุทธ์ : เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมีแนวโน้มผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง
หุ้นเด่นเดือน ก.ค. : ITC, KCE, NEO, OSP, SCGP
FSSIA Portfolio : BA, CENTEL, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้ : CPALL
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 65 บาท
• เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของ CPALL ที่คาดกำไรปี 2025-27 จะเติบโต 9.4% CAGR สูงสุดในกลุ่ม Consumer Staple ทั้งการขยายสาขา รวมถึงสินค้าอาหารพร้อมทานซึ่งช่วยหนุน Margin
• เรามองราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 20% YTD เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนโดยปัจจุบันเทรด PER ต่ำเพียง 14 เท่า ขณะที่ปัจจัยการเมืองที่คาดนิ่งขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ระหว่างรอคำติดสินของศาลฯคาดช่วยหนุนกลุ่ม Domestic Play ฟื้นตัว
• แนวรับ 43.25//42 บาท แนวต้าน 45//46.25-47 บาท
ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ลุ้นตอบรับข่าวนายกฯ บวกต่อจากวันก่อน จับตา ดัชนีฯ ที่ 1117 จุด โดยตลาดหุ้นไทย การที่ตลาดมีแรงซื้อกลับเข้ามา อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยน โดยเฉพาะหากวันนี้ ยืนเหนือ high ของหลายวันก่อนที่ 1117 จุด ได้ จะพอบอกได้ว่า โดยเรายังวางใจกับตลาดไม่ได้ เพราะมีหลายตัวแปรที่เปลี่ยนไปมาได้ตลาดเวลา การเข้าลงทุน จึงต้องเป็นลักษณะของการเก็งกำไร หรือเผื่อต้องถือยาวไว้ก่อน
ตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลาดสหรัฐฯ เริ่มมีแรงขายทำกำไรเข้ามาแล้ว หลักง S&P 500 ทำ all time high ไปวันก่อน นักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันจากภาษีการค้า และส่วนร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายมูลค่า 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ของทรัมป์ ผ่านสภาฯไปแล้ว ตลาดจะลดความกังวลเรื่องนี้ลงไประดับหนึ่ง …. ด้าน ประธาน Fed ได้ย้ำท่าทีรอดูสถานการณ์ โดยกล่าวว่าFed ยังคงพยายามพิจารณาผลกระทบของภาษีต่อราคาผู้บริโภค ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ไม่ได้ปิดทางในการลดดอกเบี้ย …. เราคาดว่า ตลาดหุ้นเอเซีย ได้ประโยชน์จาก Fund Flow ที่จะยังไหลเข้า แต่ก็ยังรอการเจรจาการค้าที่จะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
ตัวแปรใหญ่ที่สุดของตลาดไทยวันนี้ คงเป็นเรื่องการเมืองไทย ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ (เอกฉันท์) รับคำร้อง สว.ปมคลิป "ฮุนเซน" พร้อมมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ขั้นตอนจากนี้ นายกฯ ต้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน (16 ก.ค.) …. เรายังคงประเมินว่า ศาลฯ จะสามารถตัดสินได้ภายในเดือน ก.ค.นี้ สำหรับผลที่ออกมา ไม่ว่าจะผิดหรือไม่หุ้นก็อาจขึ้นได้เหมือนกับวันนี้ ที่เราคาดว่า นักลงทุนคงมองข้ามไปถึงการเปลี่ยนนายกฯ กันแล้ว อาจขัดต่อสิ่งที่เคยเป็นมา (หุ้นควรจะตก) แต่วันนี้ การเปลี่ยนแปลง อาจเป็นเรื่องที่ทำให้ตลาดถูกปลดล็อคจากความกังวลในเรื่องการเมืองและทิศทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ ค่าเงินบาท เช้านี้ ยังถือว่าแข็งค่า 32.47 บาท/ดอลล่าร์
การเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ นัดหารือ 3 ก.ค. เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย ยังเป็นประเด็นหลักต้องติดตาม คาดTariff ที่เรียกเก็บต่อไทยอาจลดลงอยู่ในระดับที่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับผู้ผลิตและส่งออกไทยมากนัก หากการเจรจาออกมาดี จะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดได้ระดับหนึ่ง
Event วันนี้ : ศาลอาญานัดสืบพยานฝ่ายโจทก์คดีม.112 ของนายทักษิณ ชินวัตร(1-3) BBL จะมีสัมมนาเรื่องการลงทุนในอินโดนีเซีย และประชุมประจำเดือนระหว่างสมาคมธนาคารประชุมร่วมกับหอการค้าไทย (รอดูมุมมองเศรษฐกิจ)
Strategy
• ตลาด สัปดาห์จะวนเวียนกับประเด็นการเมืองตลาดทั้งสัปดาห์ เราไม่ได้แปลกใจนัก ที่ตลาดเดินหน้าบวก เพราะวันนี้ “การเปลี่ยนแปลง” อาจเป็นสิ่งที่รอคอยกัน อีกทั้งราคาหุ้นส่วนใหญ่อยู่ระดับต่ำ (ความกลัวมีน้อย และคนพร้อมซื้อ(เก็งกำไร)มีมาก ….. กลยุทธ์ ยังวางใจกับตลาดไม่ได้ มากนัก เราแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นที่ราคาลงมาลึกๆ หรือหุ้นที่ความแข็งแกร่ง และมีปันผลดีไว้ก่อน
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ BDMS* ออก และนำ MTC* , TRUE* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย MTC*(10%) , TRUE*(10%), PTTEP(10%), BCH*(10%), BGRIM(10%), CPALL(10%), SCB(10%)
Technical : GULF, HANA
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,110 – 1,120 หลังวานนี้ดัชนีได้ปรับขึ้นข่าวการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายก ฯ ช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ชุมนุม โดยนักลงทุนรอความชัดเจนผลการเจรจาการค้ากับสหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แนะนำทยอยซื้อในข่วงดัชนีปรับฐาน ADVANC, SCC, GULF, CPALL เป็นกลุ่ม Big Cap ที่คาดกำไรปีนี้ยังขยายตัวได้ดี / ท่องเที่ยว MINT, CENTEL,ERW ได้ประโยชน์จาก ม.เที่ยวไทยคนละครึ่ง
MINT* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 35.25 บาท) คงเป้าหมายกำไร 3 ปีข้างหน้าโต 15-20% ต่อปี และปรับลด CAPEX ลงเหลือ 7 พันล้านบาทจาก 1.1 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ Asset-Light ที่ช่วยลดภาระหนี้สิน สำหรับแนวโน้มผลประกอบการงวด 2Q25-3Q68 คาดธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวได้แรงหนุนการท่องเที่ยวยุโรปที่เป็นช่วง high season ประกอบกับต้นทุนการเงินลดลงจากการลดหนี้สินที่ทำมาต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าสินปี 68 จะมี IBD/E อยู่ที่ระดับ 0.75x ชดเชยธุรกิจอาหารที่ชะลอลงเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68 ที่ 8.9 พันล้านบาท +15%YoY ส่วนปี 69 คาดกำไรสุทธิ 1 หมื่นล้านบาท +12%YoY
ADVANC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 315.0 บาท) คาดการดำเนินงาน 2Q68 ยังดีได้ต่อจากมาร์จิ้นตามการแข่งขัน/Finance Cost ที่ลดลง ทั้งนี หุ้นกลุ่มสื่อสารยังมีปัจจัยบวกจากเทรนด์ธุรกิจในอนาคต, Data Consumption ที่สูงขึ้น รวมถึงการ Migrate เทคโนโลยี เช่น Package 5G ที่จะส่งผลบวกต่อไปยัง ARPU โดย ฐานผู้ใช้บริการ 5G ของ ADVANC ณ สิ้น 1Q68 คิดเป็น 28% ของฐานผู้ใช้บริการทั้งหมด ยังมีช่องในการเติบโต นอกจากนี้ การแข่งขันที่ลดลงของผู้ให้บริการในไทยก็จะช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายการประมูลคลื่น โดย การประมูลคลื่นความถี่ย่านกลางในช่วงปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ADVANC ได้ต้นทุนที่ถูกลงกว่าเดิม
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้