โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปหุ้น SAWAD ทำไมราคาร่วง -58% ภายใน 6 เดือน

Stock2morrow

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.51 น. • Stock2morrow
สรุปหุ้น SAWAD ทำไมราคาร่วง -58% ภายใน 6 เดือน

สรุปหุ้น SAWAD ทำไมราคาร่วง -58% ภายใน 6 เดือน

P/E 6 เท่า เพียงพอหรือยังที่จะเป็นโอกาส ?

.

ย้อนอดีตกลับไป นักลงทุนมักจะมองว่าหุ้นกลุ่มแบงก์ เป็นธุรกิจกลุ่มการเงินที่ไม่ค่อยโต

ทำให้ไม่น่าสนใจในการลงทุนระยะยาว แต่ไม่ใช่สาย Non-Bank ที่เป็น Growth Stock

โดยเฉพาะกลุ่มลีซซิ่งสินเชื่อรถ ที่นักลงทุนมองว่าโตแรงและเร็ว กลายมาเป็นดาวเด่นในตลาดหุ้นอยู่ช่วงหนึ่ง

.

แต่ในช่วงหลังหุ้นลีซซิ่งโดนเทขายอย่างหนัก โดยเฉพาะบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ที่ปรับตัวลงกว่า -58% ภายใน 6 เดือน จากระดับราคาที่เคยสูงถึง 77 บาท มาเหลือเพียง 16 บาทต้นๆ

จนทำให P/E อยู่ที่ 5 เท่า P/BV อยู่ที่ 0.7 เท่า เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าเป็นโอกาสแล้วหรือยัง

วันนี้ Stock2morrow จะเล่าให้ฟัง

.

สาเหตุที่หุ้น SAWAD ปรับตัวลงน่าจะมาจากเหตุผล 2 ข้อด้วยกัน คือ

1. ผลประกอบการที่ไม่เติบโตอย่างที่คาดหวัง

ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4.72 พันล้านบาท

ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4.47 พันล้านบาท

ปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5.00 พันล้านบาท

ปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5.05 พันล้านบาท

หรืออย่างผลประกอบการล่าสุด Q1/2568 ผลประกอบการต่ำคาด -10%QoQ -12%YoY

มาอยู่ที่ 1.10 พันล้านบา ทำให้บทวิเคราะห์ต่างทยอยปรับเป้าลงมา

และคาดว่าทั้งปี เป้าสินเชื่อน่าจะลดลงประมาณ 5-10%

.

2. แบงก์ชาติ มีการควบคุมสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถมอเตอร์ไซด์ ต้องเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแล

จากเดิมที่ค่อนข้างอิสระ ปล่อยยังไง ปล่อยใครก็ได้ และดอกเบี้ยอยู่ในเรทที่สูง

แต่ตอนนี้แบงก์ชาติหันมาควบคุมเข้มงวดมากขึ้น กระบวยนการมากขึ้น ปล่อยยากขึ้น ดอกเบี้ยถูกควบคุม

ส่งผลให้กำไรที่คาดว่าจะได้มากๆ ก็น่าจะลดลง

จากเหตุผลที่กล่าวมา เป็นสาเหตุที่ทำให้หุ้น SAWAD ปรับตัวลงอย่างมาก

.

คำถาม คือ ณ เวลานี้ เป็นโอกาสแล้วหรือยัง ?

ถ้าเราอ่านจากบทวิเคราะห์ และมองภาพรวมๆจะสามารถแบ่งออกมาได้เป็น 4 หัวข้อหลักๆ คือ

1. หนี้เสียสูงขึ้น กำไรอาจไม่สดใสในครึ่งปีแรก

ปัญหาหลัก คือ SAWAD มีหนี้เสีย (NPL) สูงถึง 25% ในไตรมาส 1/2568 (จาก 29% ในไตรมาส 1/2567) ซึ่งสูงมาก ผู้บริหารยอมรับว่าที่ผ่านมาปล่อยกู้เยอะไปหน่อย ทำให้ต้องตั้งสำรองหนี้เสียสูงมาก

แต่บริษัทเริ่มคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ไตรมาส 2/2568

ส่งผลให้กำไรปี 2568 อาจลดลง 12.7% เหลือ 4.4 พันล้านบาท โดยครึ่งปีแรกกำไรอาจไม่ดีนัก เพราะดอกเบี้ยสูงขึ้นและรายได้อื่นลดลง

.

2. ธุรกิจเช่าซื้อเริ่มดีขึ้น

การปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อลดลง และการยึดรถก็ลดลงอย่างชัดเจน (เหลือ 200-250 คันต่อเดือน จากเดิม 292-361 คัน)

SAWAD ลดสัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) และค่าคอมมิชชั่น เพื่อคุมค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ ผู้บริหารคาดว่าธุรกิจเช่าซื้อจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

.

3. ผู้บริหารมองว่า สภาพคล่องของบริษัทยังดี

โดย SAWAD กำลังอยู่ในช่วงต่อหุ้นกู้ในช่วงปลายเดือนกรกฏาคม มูลค่า 5 พันล้านบาท และกระแสตอบรับดี

แม้หนี้เสียสูง แต่ธนาคารพาณิชย์ยังคงปล่อยสินเชื่อให้ SAWAD แสดงว่าธนาคารยังเชื่อมั่นในความสามารถของบริษัท

.

4. ครึ่งปีหลัง 2568 มีลุ้นกำไรฟื้นตัว

ผู้บริหารมองว่ากำไรจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 จากการเติบโตของสินเชื่อที่ดีขึ้น และผลลัพธ์ที่ดีจากการควบคุมต้นทุนในธุรกิจเช่าซื้อ

.

สรุปแล้ว SAWAD กำลังมีพัฒนาการที่ดี้นไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย และปรับโครงสร้างธุรกิจ

การที่ P/E ต่ำ ทำให้ดูน่าสนใจ แต่เราอาจจะต้องระมัดระวังความเสี่ยงในเรื่องของการแก้ปัญหาได้ช้า หนี้เสียยังสูง อาจจะกระทบกับผลประกอบการในระยะยาวได้

และที่สำคัญ คือ การควบคุมของแบงก์ชาติ อาจจะทำให้ระยะยาวแล้วหุ้นกลุ่มลีซซิ่งไม่ได้เติบโตแรงเหมือนเดิม

แต่เราต้องไม่ลืมว่า ราคาหุ้นปรับตัวลงมาแรงและเร็ว จน P/E เหลือ 5 เท่า ถ้ากำไรอาจจะลดลงบ้างอาจจะทำให้ P/E เพิ่มขึ้นมา 7-8 เท่า ก็อาจจะเรียกว่าอยู่ในโซนที่ไม่แพงอยู่ดี

.

หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้เป็นการเชียร์ซื้อหรือขายหุ้นแต่อย่างใด

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจลงทุน

#Stock2morrow #สื่อสถาบันความรู้และสังคมของนักลงทุน #SAWAD #SET #ตลาดหุ้นไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...