โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ธนาคารกลางทั่วโลก” เตรียมเพิ่มถือทอง-ลดพึ่งดอลลาร์ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 06.40 น.

WGC ชี้ 76% ของ ธนาคารกลางทั่วโลก คาดว่าจะถือครองทองคำเพิ่มใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่สัดส่วนเงินดอลลาร์ในทุนสำรองมีแนวโน้มลดลง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 13.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลสำรวจล่าสุดของ World Gold Council (WGC) ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศภายในอีก 5 ปี ขณะที่คาดว่าจะลดสัดส่วนเงินดอลลาร์ลง

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาทองจะพุ่งทำสถิติสูงสุดติดต่อกัน โดยราคาทองคำแท่งเคยแตะจุดสูงสุดที่ 3,500.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 95% นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน

WGC เปิดเผยว่ามีธนาคารกลาง 73 แห่งเข้าร่วมตอบแบบสอบถาม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์-20 พฤษภาคม 2568 โดย 76% คาดว่าจะถือครองทองคำเพิ่มขึ้นในอีก 5 ปี เทียบกับ 69% ในปีที่แล้ว และเกือบ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าสัดส่วนทุนสำรองที่เป็นเงินดอลลาร์จะลดลง เทียบกับ 62% ในปีที่แล้ว

WGC กล่าวว่า“การที่ทองคำมีผลงานดีในช่วงวิกฤต ความสามารถในการกระจายความเสี่ยง และคุณสมบัติต้านเงินเฟ้อ คือเหตุผลหลักที่ผลักดันให้ธนาคารกลางวางแผนสะสมทองคำเพิ่มในปีนี้”

นอกจากนี้ WGC ระบุว่าธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิมากกว่า 1,000 ตันในแต่ละปี ต่อเนื่องมา 3 ปีติดกัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากค่าเฉลี่ย 400–500 ตันต่อปีในช่วงทศวรรษก่อนหน้า โดยการสะสมทองคำในระดับเร่งตัวเช่นนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

อีกทั้งผลสำรวจยังสะท้อนว่า 95% ของธนาคารกลาง คิดว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะถือทองเพิ่มขึ้นภายใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 81% ในปีก่อน โดยธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ยังคงเป็นสถานที่เก็บทองคำยอดนิยมที่สุดสำหรับธนาคารกลางอื่น ๆ

สำหรับ 59% ของธนาคารกลาง ระบุว่า ความเสี่ยงจากข้อพิพาททางการค้าและมาตรการภาษีมีผลต่อการจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศ ในจำนวนนี้ 69% มาจากประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีเพียง 40% ที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงสำคัญ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...