โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สศช. ไขลาน ทอท. แก้สุวรรณภูมิแออัด-ทบทวนแผนตั้งสนามบินพาณิชย์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.57 น.

จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งล่าสุดมีมติเห็นชอบโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ พร้อมให้รับความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ ไปพิจารณา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีข้อเสนอของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีเนื้อหาตอนหนึ่งแจ้งถึงการดำเนินงานของ ทอท. ว่า

ปัจจุบันมีปริมาณความต้องการเดินทางและขนส่งทางอากาศ โดยเฉพาะท่าอากาศยานที่เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาความแออัดคับคั่งของผู้โดยสารในท่าอากาศยาน และคลังสินค้า จนอาจจะไม่สามารถรองรับนโยบาย ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันการพัฒนาท่าอากาศยานในการเป็นศูนย์กลางด้านการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค

ดังนั้น เห็นควรมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1. มอบหมายให้ ทอท. เร่งพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารจัดการของท่าอากาศยาน โดยการจัดหาระบบ/เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารท่าอากาศยานหลักดังกล่าว โดยเฉพาะกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง

รวมทั้งจัดระเบียบการจราจรบริเวณชานชลารับ-ส่ง ผู้โดยสาร โดยรอบท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นลำดับแรก และเร่งดำเนินโครงการพัฒนาที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยเฉพาะการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

2. มอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เร่งทบทวนแผนแม่บทการจัดตั้งสนามบินพาณิชย์ของประเทศ (National Commercial Airport Master Plan) เพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาระบบสนามบินในระยะ 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2561-2580) ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานในความรับผิดชอบให้สอดคล้องและบูรณาการกัน

รวมถึงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ ที่ปัจจุบัน ทอท. อยู่ระหว่างดำเนินการ ปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามมติคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่ม ขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

โดยให้ความสำคัญกับช่วงระยะเวลาการพัฒนา (Phase) ที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ ทอท. จัดลำดับความสำคัญของแผนงาน หรือกิจกรรมการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

พร้อมกันนี้ สศช. ยังระบุถึงโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 โดยเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นควรมอบหมายให้ ทอท. พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

1. พิจารณาตรวจสอบและเปรียบเทียบสมมติฐานที่ใช้ประมาณการผลตอบแทนทางการเงินของโครงการ และโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการ รายที่ 3 ทั้งกรอบวงเงินลงทุน อัตราค่าบริการ อัตราผลตอบแทนที่เอกชนได้รับจากการเข้าร่วมลงทุนให้มีความสอดคล้องใกล้เคียงกัน และอยู่บนสมมติฐานที่มีการเปิดประมูลตามที่ ทอท. เสนอและนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการจัดทำเอกสารข้อเสนอร่วมลงทุน (RFP) ของทั้ง 2 โครงการ

พร้อมทั้งเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการยื่นข้อเสนอเข้าร่วมลงทุนในโครงการ ซึ่งจะช่วยให้ ทอท. สามารถคัดเลือกเอกชนที่มีคุณภาพภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้

2. พิจารณากำหนดเงื่อนไขการส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนรายใหม่หรือระยะเวลาเริ่มต้นของสัญญา โดยต้องพิจารณาหาข้อยุติในประเด็นที่สำคัญอย่างน้อย 2 ประเด็น ได้แก่

  • กรอบระยะเวลา ที่ให้บริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด (WFSPG) ขนย้ายทรัพย์สินออกจากคลังสินค้าตามเงื่อนไข ของสัญญาเดิมและการส่งมอบพื้นที่ให้แก่เอกชนรายใหม่
  • แผนการจัดการสินค้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ตามพิธีการศุลกากรที่อยู่ในคลังสินค้าของ WFSPG ในปัจจุบัน ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ ทอท. มีภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าดังกล่าวในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้ประกอบการ และสามารถส่งมอบพื้นที่ให้แก่เอกชนรายใหม่ได้ทันทีที่สิ้นสุดสัญญาตามที่กำหนดไว้ ในสมมติฐานของโครงการฯ

3. พิจารณาตรวจสอบรายการอุปกรณ์และระบบของ WFSPG เนื่องจากสัญญาร่วมลงทุน ระหว่าง ทอท. และ WFSPG ได้กำหนดให้ ทอท. มีสิทธิตัดสินใจในการซื้อทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วน จาก WFSPG ได้ในราคามูลค่าตามบัญชี ซึ่งในกรณีที่ ทอท. พิจารณาแล้ว เห็นว่า มีอุปกรณ์และหรือระบบที่สามารถใช้งานต่อเนื่องและ ทอท. ตัดสินใจที่จะจัดซื้ออุปกรณ์ และหรือระบบดังกล่าว เพื่อใช้ประโยชน์ในการให้บริการคลังสินค้า

เห็นควรให้ ทอท. เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการคลังสินค้าทั้งที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงผู้ยื่นข้อเสนอโครงการฯ และโครงการฯ รายที่ 3 มีสิทธิเข้าร่วมประมูลเพื่อซื้ออุปกรณ์ และระบบดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการทุกราย สำหรับอุปกรณ์และระบบที่ไม่สามารถใช้งานได้ ทอท. ต้องกำกับให้ WFSPG นำอุปกรณ์และระบบออกจากคลังสินค้าภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา เพื่อให้สามารถส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ได้ตามเงื่อนไขของโครงการฯ ที่กำหนดไว้

4. กำหนดระดับการให้บริการ (LOS) พร้อมทั้งดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพ การดำเนินการคลังสินค้าที่ชัดเจน อาทิ ระยะเวลาในการขนส่งสินค้า อัตราความเสียหาย/สูญหายของสินค้า อัตราการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ภายในคลังสินค้า ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ ทอท. และคณะกรรมการ กำกับดูแล ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 สามารถกำกับ ดูแล ติดตาม การดำเนินงานของเอกชนคู่สัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ทอท. อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ประกอบการโครงการฯ รายที่ 3 และหากได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการ จะทำให้มีการคัดเลือกเอกชนในช่วงเวลาเดียวกัน หากทั้ง 2 โครงการเกิดความล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศได้

ดังนั้น จึงเห็นควรให้กระทรวงคมนาคมกำกับติดตามให้ ทอท. ดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมทั้งควรกำหนดให้ ทอท. จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความล่าช้าด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...