โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

5 กลุ่มอาหารช่วยบำรุงข้อและกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน

PPTV HD 36

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 06.10 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 06.03 น.
โรคกระดูกพรุนแม้ไม่แสดงอาการ แต่ส่งผลร้ายแรงเมื่อกระดูกเสื่อม อาหาร 5 กลุ่มช่วยเสริมแคลเซียม บำรุงกระดูกให้แข็งแรงยาวนาน

โรคกระดูกพรุนจะเป็นโรคที่ไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดโดยตรงจนกว่าจะเกิดการแตกหัก แต่เมื่อมีภาวะกระดูกพรุนมากๆ เข้า ก็จะส่งผลให้เกิดโรคอื่นตามมา ซึ่งเมื่อนั้นก็จะแสดงเป็นอาการตามอวัยวะต่างๆ เช่น มีอาการปวด ขัด จากโรคข้อเสื่อม โดยเฉพาะบริเวณข้อเข่า หรือมีอาการอ่อนแรงจากการที่กระดูกสันหลังเสื่อมจนไปกดทับเส้นประสาท ดังนั้น เราทุกคนจึงควรหันมาสนใจและเริ่มป้องกันความเสื่อมของกระดูกอย่างง่ายๆ ที่ทำเองได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยซ่อมแซม และคงสภาพของกระดูกไว้ให้แข็งแรงยาวนานที่สุด

เทคนิคเลือกอาหารช่วยบำรุงเลือด ธาตุเหล็กสูง พร้อมบริจาคโลหิต

อาหารคลายเครียด ไม่ใช่กินเยอะ แต่เลือกอาหารที่มีประโยชน์

5 กลุ่มอาหารช่วยป้องกันกระดูกพรุน

กลุ่มปลาทะเล ปลาเล็กปลาน้อย และกุ้งแห้ง

ปลาเป็นอาหารอุดมแคลเซียม โดยเฉพาะปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลาแซลมอล ที่มีกรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 อยู่สูง ซึ่งเป็นแหล่งสร้างคอลลาเจนที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกอ่อน รวมถึงข้อต่อต่างๆ ที่เสื่อมลงให้กลับมาแข็งแรง ส่วนปลาเล็กปลาน้อย รวมถึงกุ้งแห้งที่สามารถรับประทานได้ทั้งตัวนั้นจะมีแคลเซียมสูง จึงมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างและบำรุงกระดูกให้แข็งแรง รวมถึงรักษามวลกระดูกให้คงสภาพได้ดีขึ้น

กลุ่มนมและโยเกิร์ต

นม เป็นอาหารอุดมด้วยโปรตีน ไขมัน โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากในนมนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว เราจึงควรดื่มนมเป็นประจำเพื่อเสริมสร้างแคลเซียมให้กับร่างกาย ส่วนโยเกิร์ต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนม นอกจากจะมีแคลเซียมสูงแล้ว ยังมีแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามิน D ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงเช่นกัน

กลุ่มผลไม้ กีวี กล้วย และมะละกอ

ผลไม้อุดมแคลเซียม โดยกีวี 1 ผลให้แคลเซียมถึง 60 มก. ทั้งยังมีวิตามิน C, K และ E รวมถึงโฟเลตและโพแทสเซียมสูง ส่วนในกล้วย 100 กรัม มีแคลเซียมอยู่ 26 มก. และยังมีวิตามิน A, C และ E รวมถึงธาตุเหล็ก โปแตสเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมวลกระดูก สำหรับมะละกอ 100 กรัม จะให้แคลเซียมราว 20 มก. นอกจากนี้มะละกอยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ทำให้ลำไส้สะอาดขึ้น ร่างกายจึงดูดซึมสารอาหารต่างๆ รวมถึงแคลเซียมได้ดีขึ้นด้วย

กลุ่มถั่วเมล็ดแข็ง พืชตระกูลถั่ว งาดำ และเต้าหู้ก้อน

ถั่วเมล็ดแข็งอย่างอัลมอนด์ เป็นแหล่งรวมของแมงกานีส วิตามิน E ไบโอติน สังกะสี และไบโอฟลาวิน ซึ่งทั้งหมดมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างและเพิ่มมวลกระดูก การรับประทานถั่วอัลมอลด์เป็นประจำจะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหากระดูกพรุน ส่วนงาดำนั้นมีแคลเซียมสูงถึง 975 มก. ต่อ 100 กรัม ซึ่งนับว่าสูงมากๆ จนเพียงพอต่อปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน สำหรับในถั่วฝักยาวและถั่วงอกซึ่งเป็นผักพื้นบ้านที่หารับประทานได้ทุกฤดูก็มีแคลเซียมสูงเช่นกัน และที่ลืมไม่ได้คือเต้าหู้ก้อน ซึ่งมีทั้งแคลเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก รวมถึงวิตามินอีกหลายชนิด

กลุ่มผักตระกูลกะหล่ำ

อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน B6 โฟเลต ธาตุเหล็ก รวมถึงแมงกานีส ทั้งยังมีแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และแคลเซียมสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อการบำรุงและเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงเป็นอย่างมาก

แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยงดังที่กล่าวไป หรือผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคข้ออักเสบจากภูมิแพ้ตนเอง เคยได้รับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ หรือเคยใช้ยาสเตียรอยด์เพื่อการรักษาโรคเป็นเวลานานๆ หากมีความกังวลถึงความแข็งแรงของกระดูก ก็สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ และรับการตรวจสุขภาพกระดูกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

นอกจากการรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ผัก ผลไม้ ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินต่างๆ แล้ว การได้รับวิตามินดีจากแสงแดด และการออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ จะเป็นการส่งเสริมให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ดังนั้นเราทุกคนจึงควรได้รับแสงแดดอ่อนๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคงไว้ซึ่งความแข็งแรงของกระดูกและการมีสุขภาพโดยรวมที่ดีไปอย่างยาวนาน

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...