โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยยื่นสหรัฐ ‘เพิ่มนำเข้า’ หั่นภาษี 0% เร่งเป้าสมดุลการค้าใน 7-8 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 22.17 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

ไทยกำลังพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีส่งออก 36% ที่สหรัฐประกาศจัดเก็บภาษีตอบโต้จากไทย โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางไปเจรจาอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป และไทยต้องยื่นข้อเสนอรอบที่ 2 เพิ่มให้สหรัฐเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2568

การยื่นข้อเสนอในรอบที่ 1 มีเป้าหมายสร้างสมดุลการค้าไทย-สหรัฐภายใน 10 ปี (2568-2578) โดยปี 2567 ไทยได้ดุลการค้า 45,364 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งปี 2573 ไทยจะลดได้ดุลการค้าลง 50% และปี 2578 ไทย-สหรัฐ จะสร้างสมดุลการค้า ซึ่งไทยจะเพิ่มนำเข้าสินค้าสหรัฐ อาทิ พลังงาน (น้ำมันดิบ, LNG, อีเทน), เครื่องบิน และชิ้นส่วน, อาวุธยุทโธปกรณ์, ข้าวโพด ถั่วเหลืองและเนื้อวัว

ในขณะที่การเปิดตลาด และลดอุปสรรคทางการค้า โดยไทยพิจารณาลดภาษีตามหลักการชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (MFN) 11,000 รายการ รวมถึงการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) และเข้มงวดถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อแก้ปัญหาประเทศที่ 3 สวมสินค้าไทย ส่งออกผ่านไทยไปสหรัฐ

ทั้งนี้ ข้อเสนอของไทยในรอบที่ 1 ไม่เพียงพอที่จะทำให้ไทยจำเป็นต้องจัดทำข้อเสนอให้สหรัฐเพิ่มเติม โดยนายพิชัย ได้สรุปข้อเสนอร่วมกับทีมไทยแลนด์เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2568 ก่อนที่จะส่งข้อเสนอให้สหรัฐในคืนเดียวกัน

การยื่นข้อเสนอรอบที่ 2 ไทยขยับเป้าหมายสมดุลการค้าสหรัฐเร็วขึ้นจาก 10 ปี เหลือ 7-8 ปี โดยกำหนดให้ปี 2573 ไทยลดได้ดุลการค้าสหรัฐลง 70% และปี 2574-2575 ไทย และสหรัฐมีสมดุลการค้ากัน

ส่วนข้อเสนอเปิดตลาดการค้าได้ปรับเป็นการเปิดเสรีหรือภาษีนำเข้า 0% ให้สหรัฐในสินค้าจำนวนหนึ่ง แต่ต้องไม่ทำให้คู่ค้าไทยที่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) เสียเปรียบสหรัฐ รวมทั้งไทยจะเพิ่มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และเครื่องบิน

การแก้ไขดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นายพิชัย ประชุมกับนายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และนายไมเคิล ฟอลเคนเดอร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการเจรจาระดับรัฐมนตรีครั้งแรก

นายพิชัย กล่าวว่ามีสินค้าจำนวนเยอะพอสมควรที่จะให้อัตรา 0% แต่ไม่ได้ให้ทั้งหมด และจะดำเนินการโดยไม่ทำให้ประเทศผู้ค้าอื่น ๆ ที่ประเทศไทยมีข้อตกลงด้วยนั้นเสียเปรียบ ส่วนสินค้าเกษตรมีการพิจารณาว่า “ตัวไหนเรารับได้หรือรับไม่ได้”

"ข้อเสนอของไทยปรับปรุงเล็กน้อยจากข้อเสนอเดิม ซึ่งให้ความสำคัญ 2 เรื่อง คือ แนวทางการสร้างสมดุลทางการค้ากับสหรัฐเร็วขึ้น และการเปิดทางการค้าขายเพื่อเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน โดยการลดอุปสรรคทางการค้า คิดว่าสหรัฐมองข้อเสนอไทยเป็นข้อเสนอที่ดี แต่วันนี้คงตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายไทยจะได้อัตราภาษีที่เท่าไร ต่ำกว่าเวียดนามหรือไม่”

ส่วนประเด็นไทยจะอยู่ในกลุ่มที่สหรัฐส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีที่จะต้องเสียเพิ่มหรืออยู่ในกลุ่มที่ได้เจรจาต่อ นายพิชัย กล่าวว่า “ต้องรอดูก่อนว่าเขาว่าอย่างไร อีก 2-3 วัน จะได้ความชัดเจน”

“พิชัย” รับได้หากโดนภาษี 10-20%

นายพิชัย กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า แม้จะถูกเก็บภาษีระดับ 10-20% ถือว่ายอมรับได้ แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ ไทยได้รับข้อตกลงที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ข้อเสนอใหม่เป็นข้อเสนอที่ดี และจะได้รับความสนใจจากสหรัฐ โดยมีแนวทางสำคัญให้ดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐสมดุลเร็วขึ้น ซึ่งไทยเสนอแนวทางช่วยให้ดุลการค้าสมดุล นอกเหนือจากการลดภาษีนำเข้า การซื้อสินค้าจากคู่ค้ามากขึ้น และการเข้าไปลงทุน

“การลดภาษีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าดุลการค้าจะดีขึ้นเสมอไป เพราะหากลดภาษีแล้วไม่ได้มีการซื้อขายสินค้ากัน ดุลการค้าก็อาจยังคงเดิม ซึ่งข้อเสนอของไทยคือ แนวทางที่จะทำให้ดุลการค้าระหว่างกันดีขึ้น และการแก้ไข NTBs อาจรวมถึงการที่สินค้าเข้าตลาดไม่ได้แม้ภาษีจะลดเหลือ 0% เพราะต้องขออนุญาตหรือมีข้อจำกัดอื่นในแต่ละสินค้า"

จัดหมื่นล้านเยียวยาผู้ถูกกระทบ

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามประเด็นไทยจำเป็นต้องเปิดเสรีตลาดสินค้าเกษตรเพื่อแลกการลดภาษีหรือไม่ว่า “ต้องยอมรับจากนี้จะไม่เหมือนเดิม”

ดังนั้น ต้องมองข้ามภาษีทรัมป์แล้วเตรียมแผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้เตรียมแล้วผ่านกองทุนเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากที่รัฐบาลกันเงินสำรองไว้ 10,000 ล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 115,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการแล้ว

“ข้อตกลงอะไรก็ตามต้องผ่านความเห็นชอบของ ครม.และรัฐสภา และต้องเป็นไปตามกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศ”

หวังไทยไม่ลดภาษี 0% ทุกรายการ

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนยอมรับได้กับข้อเสนอของรัฐบาลที่ยื่นต่อสหรัฐรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2568 แต่การที่ไทยจะเปิดตลาดให้สหรัฐด้วยการลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% คาดหวังว่ารัฐบาลจะไม่ลดภาษี 0% สินค้าทุกรายการ

ทั้งนี้ การเพิ่มสินค้านำเข้าจากสหรัฐทั้งพลังงาน และสินค้าเกษตร ต้องไม่กระทบผู้ผลิตสินค้าเกษตรในประเทศ โดยต้องต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างสมดุลการค้า

"อยากให้ไทยถูกเก็บภาษีในอัตราต่ำสุด อยากเห็นสหรัฐรับข้อเสนอไทย และขอให้อัตราภาษีเป็นธรรม ไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศอื่น เพราะถ้าไทยถูกเก็บภาษีอัตรา 36% จะสร้างความเสียหายให้ไทยมาก

ห่วงภาษี 0% กระทบเกษตรกรไทย

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาคเอกชนกังวลวันที่ 9 ก.ค.2568 เส้นตายที่สหรัฐกำหนด ซึ่งข้อมูลจากสหรัฐมีการเปลี่ยนแปลงตลาดจนล่าสุดขยายการบังคับใช้อัตราภาษีตอบโต้เป็นเดือนส.ค.2568 ซึ่งทำให้กังวลว่าข้อเสนอไทยจะรับพิจารณาทันหรือไม่ รวมถึงจะถูกเก็บภาษีทันทีหรือไม่

ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดขณะนี้ คือ ข้อเสนอจากเวียดนามที่สหรัฐอาจนำมาใช้เป็นต้นแบบ โดยเวียดนามไม่เก็บเสนออัตราภาษี 0% ทุกรายการให้กับสหรัฐ

ดังนั้น หากไทยต้องยอมรับเงื่อนไขนี้แม้จะไม่กระทบสินค้าอุปโภคบริโภค และ SMEs มากนัก เพราะสหรัฐย้ายฐานการผลิตไปภาคบริการ และเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับภาคการเกษตรถือว่าคนละเรื่องกันเลย

“สิ่งที่ห่วงจาก 0% คือ สินค้าภาคการเกษตร เพราะปัจจุบันสินค้าเกษตรจากสหรัฐมีราคาถูก และผลิตได้จำนวนมาก หากไทยไม่เก็บภาษี สินค้าเหล่านี้จะเข้ามาถล่มเกษตรกรไทย เช่น ข้าวโพด ซึ่งจะกระทบเกษตรกร และภาคปศุสัตว์ที่มีผู้อยู่ในอุตสาหกรรมกว่า 20 ล้านราย"

รวมทั้งปกติภาคเกษตรกร และปศุสัตว์เป็นหมวดที่อ่อนแอ และเปราะบางที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ หากมีสินค้าจากสหรัฐ เข้ามาโดยไม่เสียภาษี ก็ยังไม่รู้ว่าเกษตรกรไทยจะรับมือกับผลกระทบไหวหรือไม่

ไทยระทึกรอจดหมายจากสหรัฐ

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวในรายการ “State of the Union” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2568 ตามเวลาท้องถิ่นว่า จดหมายภาษีศุลกากรจะถูกส่งไปยังประเทศต่างๆ 100 ประเทศ ในวันที่ 7 ก.ค.2568 เนื่องจากการผ่อนปรนภาษีศุลกากร 90 วันของรัฐบาลทรัมป์จะสิ้นสุดลงในวันที่ 9 ก.ค.2568

“หากคุณไม่ดำเนินการใดๆ ในวันที่ 1 ส.ค.2568 จะกลับไปได้ภาษีศุลกากรระดับสูงของวันที่ 2 เม.ย.2568 ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังจะส่งจดหมายให้กับคู่ค้าบางราย บอกว่า ถ้าคุณไม่ทำตามนี้ วันที่ 1 ส.ค. คุณจะต้องกลับไปเจอภาษีในระดับวันที่ 2 เม.ย.68" นายเบสเซนต์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายเบสเซนต์ปฏิเสธว่า วันที่ 1 ส.ค.2568 ไม่ใช่การขยายเส้นตายภาษี แต่เป็นการให้เวลาคู่ค้าสำหรับการเจรจาอัตราภาษี

“เรากำลังบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคุณอยากเร่งก็ลุยเลย แต่ถ้าคุณอยากกลับไปใช้อัตราเดิมก็แล้วแต่คุณ” นายเบสเซนต์ กล่าว

ตรวจสถานะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รัฐบาลกัมพูชา แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า กัมพูชาเห็นชอบกรอบข้อตกลงกับสหรัฐ ซึ่งจะเผยแพร่ต่อสาธารณชนเร็วๆ นี้ ด้วยคำมั่นว่าจะให้ความร่วมมือกับสหรัฐอย่างใกล้ชิดต่อไป กัมพูชาซึ่งส่งออกเสื้อผ้า และรองเท้าไปยังสหรัฐ ถูกประกาศภาษีตอบโต้ในอัตรา 49% สูงที่สุดประเทศหนึ่ง

ด้านอินโดนีเซียสัปดาห์ก่อนส่งสัญญาณมั่นใจว่า ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า “แข็งแกร่ง” กับสหรัฐ ซึ่งจะขยายความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ พลังงาน กลาโหม และการเข้าถึงตลาด ก่อนเส้นตาย 9 ก.ค.68 มาถึง

ส่วนไทยพยายามอย่างยิ่งไม่ให้ถูกเก็บภาษี 36% ด้วยการยื่นข้อเสนอให้สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมสหรัฐเข้าถึงตลาดไทยมากขึ้น พร้อมๆ กับการซื้อพลังงานและเครื่องบินโบอิงเพิ่ม

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...