โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

‘โรงแรม’มาแรงแซง‘คอนโด’ทางเลือกนักลงทุนปั๊มรายได้ระยะยาว

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยโดยรวมเผชิญภาวะชะลอตัว และประเภทที่อยู่อาศัยตลาดซบเซาอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ สะท้อนผ่านการเปิดขายโครงการใหม่ลดลงอย่างชัดเจน ในทางกลับกันเกิดความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในกลุ่ม "ธุรกิจโรงแรม” กลับกลายเป็นสินทรัพย์ดาวรุ่ง! ดึงเม็ดเงินลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในเขตเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ซึ่งแปลงที่ดินกลางเมืองหลายผืนที่เคยมีแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม กลับกลายเป็นโครงการโรงแรมแห่ผุดทั่วเมือง แม้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังไม่ฟื้นแรง แต่ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวมากกว่า “คอนโดมิเนียม” ทั้งยังยืดหยุ่นกว่า และขายเข้ากองทุนสร้างผลตอบแทนได้ทันที

“หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมธุรกิจโรงแรมถึงมาแรง ทั้งๆ ที่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมาเต็มที่ นั่นคือการลงทุนเพื่ออนาคตระยะยาว”

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย อธิบายต่อว่า หากพิจารณาจากข้อมูลพบว่า มีโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ในกรุงเทพฯ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและเตรียมเปิดให้บริการในช่วงปี 2568-2572 มากถึง 8,900 ห้อง และหากรวมโรงแรมระดับอื่นๆ จะมีห้องพักใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 20,000 ห้องทั่วเมือง ซึ่งเป็นการเติบโตที่น่าสนใจ เมื่อพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังลดลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568

แม้แนวโน้มท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว นักลงทุนก็ยังตัดสินใจลงทุนในโครงการโรงแรม เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้ต่อเนื่องได้ และให้ผลตอบแทนในระยะยาว แตกต่างจากคอนโดมิเนียมที่มักเน้นการขายขาดเพื่อปิดยอดในเวลาอันสั้น

“คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่หวังคืนทุนในระยะ 3-5 ปี แต่โรงแรมให้มุมมองยาวถึง 10-12 ปี”

ทางเลือกนักลงทุนยุคใหม่

นักลงทุนยุคใหม่หลายรายยังเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง REITs (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) เพื่อเปลี่ยนโรงแรมที่สร้างเสร็จให้เป็นทรัพย์สินในกองทุน และขายหน่วยลงทุนให้กับผู้ร่วมทุนหรือประชาชนทั่วไป นักลงทุนผู้พัฒนาโครงการสามารถนำเงินกลับมา และยังถือหน่วยในกองทุนต่อเพื่อรับรายได้ประจำต่อเนื่องทุกปี

จุดเด่นอีกประการของธุรกิจโรงแรมคือความยืดหยุ่นในการใช้สอย ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์กลุ่มพำนักระยะยาว เช่น ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย หรือคนไทยที่ต้องการที่พักระยะยาวในราคาย่อมเยา ทำให้โรงแรมยุคใหม่มีทั้งรูปแบบรายวัน รายเดือน รวมถึงเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ผสมผสาน

“โรงแรม”สินทรัพย์สร้างรายได้ระยะยาว

บางกรณี โรงแรมยังเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ต้องการถือกรรมสิทธิ์ระยะยาว เพราะสามารถพัฒนาให้เสร็จแล้วขายเข้ากองทุนทั้งในและต่างประเทศได้ทันที เป็นแนวทางที่ต่างจากการถือครองคอนโดมิเนียมเพื่อขายรายยูนิตซึ่งใช้เวลานานและเผชิญความเสี่ยงจากดีมานด์ที่ลดลง

“โรงแรมไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ระยะยาว และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ตามภาวะตลาด”

สำหรับ นักลงทุนที่มองการณ์ไกล โครงการโรงแรมจึงกลายเป็นอีกทางเลือกสำคัญ โดยเฉพาะในทำเลทองกลางเมือง ที่แม้ราคาที่ดินจะทรงตัว ไม่ได้พุ่งแรงเหมือนในอดีต แต่ยังมีศักยภาพต่อยอดให้เกิดรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว ผ่านการบริหารจัดการและการใช้เครื่องมือการเงินที่ยืดหยุ่น

ไม่ใช่เรื่องแปลก หากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นภาพโรงแรมใหม่ผุดขึ้นแทนคอนโดมิเนียมในหลายทำเลใจกลางเมือง เพราะในยุคที่ “ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน” การถือสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นเกมที่คุ้มกว่าแค่รอขายขาดแล้วปิดจ๊อบ

ในบริบทเช่นนี้ โรงแรมจึงกลายเป็น “ทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งสองด้าน” คือ ทั้งในแง่ความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และในมุมของนักลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้มั่นคงในระยะยาว โดย "ไม่ยึดติด” กับรูปแบบการลงทุนแบบเดิมอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...