SCGD วางใจฐานผลิตเวียดนามไม่กระทบภาษีสหรัฐ พร้อมขยายส่งออก
"เอสซีจี เดคคอร์" (SCGD) วางเวียดนามเป็นฐานการผลิตสำคัญจากแรงหนุนเศรษฐกิจโตต่อเนื่องและต้นทุนแข่งขันได้ เตรียมใช้ความได้เปรียบด้านภาษีและต้นทุนในเวียดนาม ขยายตลาดส่งออกกระเบื้อง Glazed Porcelain สู่ระดับโลก
นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยว่า บริษัทฯ มองเห็นศักยภาพการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของประเทศเวียดนามอย่างชัดเจน โดยชี้ว่าเศรษฐกิจเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีโครงสร้างประชากรในวัยทำงานที่เอื้อต่อการจ้างงาน และที่สำคัญคือ ต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก
ขณะเดียวกันเวียดนามยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีข้อตกลงทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในอัตราเพียง 20% ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ
ปัจจุบัน SCGDมีฐานการผลิตที่สำคัญในเวียดนามภายใต้ PRIME GROUP ซึ่งเป็นผู้นำตลาดกระเบื้องอันดับ 1 ของเวียดนาม ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% และมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปสู่ภาคใต้ของประเทศ โดยอาศัยความได้เปรียบจากเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งและแบรนด์ที่เป็นที่นิยมสูง
ทั้งนี้ PRIME GROUP มียอดขายกระเบื้อง Glazed Porcelain เพิ่มขึ้นกว่า 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ตลาดในประเทศไทยยังคงชะลอตัว ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในเวียดนาม
เวียดนามยังได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงานและค่าแรงที่ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน SCGDยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในพลังงานทางเลือก อาทิ ระบบ Solar และเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ อีกด้วย
ปัจจุบัน SCGDกำลังเดินเครื่องผลิต Glazed Porcelain เต็มกำลัง และได้เริ่มขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมที่โรงงาน Pho Yen โดยระยะที่ 1 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปกว่า 2.5 ล้านตารางเมตร และคาดว่าระยะที่ 2 อีก 2.5 ล้านตารางเมตร จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปีนี้
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนากระเบื้อง HVA และกระเบื้องขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และยุโรป ซึ่งจะสามารถใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนและภาษีเพื่อขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการลงทุนในกำลังการผลิตแล้ว บริษัทฯ ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับซัพพลายเออร์ระดับแนวหน้า เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้ SCGD มีคุณภาพระดับโลก รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พรีเมียมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรป เพื่อแข่งขันกับสินค้าจากผู้เล่นระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ ยังแสวงหาโอกาสในการควบรวมกิจการและการเป็นพันธมิตร (Merger and Partnership) รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะในเวียดนาม เพื่อขยายธุรกิจเซรามิกและสุขภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต
"การใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตหลักและการส่งออก จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันระดับโลก และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง"