โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SCGD วางใจฐานผลิตเวียดนามไม่กระทบภาษีสหรัฐ พร้อมขยายส่งออก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.32 น.

"เอสซีจี เดคคอร์" (SCGD) วางเวียดนามเป็นฐานการผลิตสำคัญจากแรงหนุนเศรษฐกิจโตต่อเนื่องและต้นทุนแข่งขันได้ เตรียมใช้ความได้เปรียบด้านภาษีและต้นทุนในเวียดนาม ขยายตลาดส่งออกกระเบื้อง Glazed Porcelain สู่ระดับโลก

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยว่า บริษัทฯ มองเห็นศักยภาพการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของประเทศเวียดนามอย่างชัดเจน โดยชี้ว่าเศรษฐกิจเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีโครงสร้างประชากรในวัยทำงานที่เอื้อต่อการจ้างงาน และที่สำคัญคือ ต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

ขณะเดียวกันเวียดนามยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีข้อตกลงทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในอัตราเพียง 20% ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ

ปัจจุบัน SCGDมีฐานการผลิตที่สำคัญในเวียดนามภายใต้ PRIME GROUP ซึ่งเป็นผู้นำตลาดกระเบื้องอันดับ 1 ของเวียดนาม ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% และมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปสู่ภาคใต้ของประเทศ โดยอาศัยความได้เปรียบจากเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งและแบรนด์ที่เป็นที่นิยมสูง

ทั้งนี้ PRIME GROUP มียอดขายกระเบื้อง Glazed Porcelain เพิ่มขึ้นกว่า 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ตลาดในประเทศไทยยังคงชะลอตัว ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในเวียดนาม

เวียดนามยังได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงานและค่าแรงที่ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน SCGDยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องในพลังงานทางเลือก อาทิ ระบบ Solar และเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ อีกด้วย

ปัจจุบัน SCGDกำลังเดินเครื่องผลิต Glazed Porcelain เต็มกำลัง และได้เริ่มขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมที่โรงงาน Pho Yen โดยระยะที่ 1 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปกว่า 2.5 ล้านตารางเมตร และคาดว่าระยะที่ 2 อีก 2.5 ล้านตารางเมตร จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปีนี้

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนากระเบื้อง HVA และกระเบื้องขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และยุโรป ซึ่งจะสามารถใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนและภาษีเพื่อขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการลงทุนในกำลังการผลิตแล้ว บริษัทฯ ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับซัพพลายเออร์ระดับแนวหน้า เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้ SCGD มีคุณภาพระดับโลก รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พรีเมียมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรป เพื่อแข่งขันกับสินค้าจากผู้เล่นระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ยังแสวงหาโอกาสในการควบรวมกิจการและการเป็นพันธมิตร (Merger and Partnership) รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะในเวียดนาม เพื่อขยายธุรกิจเซรามิกและสุขภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต

"การใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตหลักและการส่งออก จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันระดับโลก และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง"

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...