“ไนกี้” ประกาศลดการผลิตในจีน รับมือภาษีทรัมป์ หุ้นพุ่ง 11% หลังยอดขายดีกว่าคาด
"ไนกี้" เดินหน้ากระจายฐานการผลิตออกจากจีน ลดความเสี่ยงจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐ หลังมาตรการของทรัมป์อาจเพิ่มต้นทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ด้านผลประกอบการไตรมาส 4 ดีกว่าคาด
วันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 09.10 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้บริหารบริษัท Nike กล่าวในการประชุมหลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ซึ่งผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดไว้ บริษัท ไนกี้ (Nike) เปิดเผยว่ากำลังปรับกลยุทธ์เพื่อลดการพึ่งพาการผลิตในจีนสำหรับสินค้าที่ส่งเข้าสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจเพิ่มต้นทุนของไนกี้ราว 1,000 ล้านดอลลาร์
นายแมทธิว เฟรนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของไนกี้ เปิดเผยว่า จีน ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของทรัมป์มากที่สุด เป็นแหล่งนำเข้ารองเท้าของไนกี้เข้าสหรัฐคิดเป็นประมาณ 16% ของปริมาณทั้งหมด แต่บริษัทตั้งเป้าลดตัวเลขนี้ให้เหลือในระดับ "เลขหลักเดียวตอนปลาย" ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 โดยจะกระจายการผลิตไปยังประเทศอื่น ๆ
“เราจะปรับโครงสร้างซัพพลายเชน และกระจายการผลิตไปยังหลายประเทศ เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุนจากมาตรการภาษีของสหรัฐ” เฟรนด์กล่าว
โดยสินค้าบริโภคถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน แต่ผู้บริหารไนกี้ยืนยันว่าจะมุ่งเน้นลดผลกระทบทางการเงินให้มากที่สุด
ไนกี้ยังเตรียมประเมินมาตรการลดต้นทุนองค์กรเพิ่มเติมเพื่อรองรับผลกระทบจากภาษี พร้อมประกาศขึ้นราคาสินค้าบางรายการในตลาดสหรัฐแล้ว
เดวิด สวาร์ตซ์ นักวิเคราะห์จาก Morningstar Research กล่าวว่า“แม้ผลกระทบจากภาษีจะรุนแรง แต่ผมคาดว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายกีฬาก็จะขึ้นราคาตาม ทำให้ไนกี้ไม่น่าจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐมากนัก”
ทั้งนี้กลยุทธ์ของซีอีโอ เอลเลียต ฮิลล์ ที่เน้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการทำตลาดในกลุ่มกีฬาเริ่มเห็นผล โดยยอดขายรองเท้าวิ่งกลับมาเติบโตในไตรมาส 4 หลังจากซบเซามาหลายไตรมาส
ไนกี้สูญเสียส่วนแบ่งในตลาดรองเท้าวิ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ได้ลงทุนหนักในรองเท้ารุ่น Pegasus และ Vomero พร้อมลดการผลิตรองเท้าผ้าใบยอดนิยมรุ่น Air Force 1 ลง
“กลุ่มรองเท้าวิ่งทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษสำหรับไนกี้” โมนิก พอลลาร์ด นักวิเคราะห์จาก Citi กล่าว พร้อมคาดการณ์ว่าสินค้าใหม่ในกลุ่มรองเท้าวิ่งและเครื่องแต่งกายกีฬาจะช่วยชดเชยยอดขายรองเท้าผ้าใบรุ่นคลาสสิกที่ลดลงในร้านค้าพันธมิตร
ขณะที่งบโฆษณาและการตลาดของไนกี้เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยล่าสุดมีการจัดกิจกรรมพิเศษในกรุงปารีสที่นักกีฬาสังกัดไนกี้ เฟธ คิเพเยกอน พยายามวิ่งระยะ 1 ไมล์ให้ต่ำกว่า 4 นาที แม้ไม่สำเร็จ แต่ก็สร้างสถิติใหม่อย่างไม่เป็นทางการ
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่าไนกี้คาดการณ์ว่ารายได้ไตรมาสแรกจะลดลงในระดับ“เลขหลักเดียวตอนกลาง” ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 7.3% ยอดขายไตรมาส 4 ของไนกี้ลดลง 12% อยู่ที่ 1.110 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ยังดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 14.9% เหลือ 1.072 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันสินค้าคงคลังของไนกี้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม อยู่ที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์ ทรงตัวจากปีก่อน
อ้างอิง : reuters.com