โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ลุงตู่” ลุยต่อเพราะแรงเชียร์! แย้ม 2 ปีส่งไม้ต่อให้ "พีระพันธุ์”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 09 เม.ย. 2566 เวลา 05.03 น.

“บิ๊กตู่” ลุยต่อเพราะแรงเชียร์ ยังห่วงมิติความมั่นคงตลอด 8 ปี จับตาสิ่งนี่มาตลอดทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ยันไม่ต้องการไขว่คว้าหาอำนาจ ลองย้อนอดีตไปดูต้องเข้ามาเพราะอะไร ส่วนจะได้ไปต่ออีก 2 ปีหรือไม่อยู่ที่ผลเลือกตั้ง เผยเจตนาสางงานที่คั่งค้าง พร้อมส่งไม้ต่อ “พีระพันธ์” ยันไม่ยึดติดถ้าไม่ได้ไปต่อก็แล้วแต่ประชาชน

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว THE ROOM44 ถึงสิ่งที่ได้ทำมาในรอบ 8 ปีเกี่ยวกับมิติด้านความมั่นคงว่า ผมเป็นนายกฯ 4 ปี แรกต้องยุติความขัดแย้งอะไรหลายอย่าง และเริ่มต้นหลายอย่าง 4 ปีต่อมาบริหารในหลักการประชาธิปไตย หลักการของผมมองข้อเท็จจริง มองประเทศไทยเป็นส่วนๆ เพื่อทำให้ประเทศไทยเจริญทุกภาคส่วน ถ้าผมคิดเป็นเผด็จการ ผมไม่กลัวอะไร แต่ผมเป็นประชาธิปไตย มันทำไม่ได้ ต้องฟังความเห็น แม้กระทั่งการเวนคืนที่สร้างถนน หลายคนถามทำไมไม่แก้ผังเมือง ผมอยากแก้แทบตาย แต่ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบจะไปแก้ได้อย่างไร นี้คือประชาธิปไตยแล้วหรือยัง ส่วนเยาวชนที่เดินขบวน หากผิดกฎหมายถูกดำเนินคดี เป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ต้องใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ผมไปรังแก ต้องสร้างความเข้าใจว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าอย่างไร ร่วมมือกันอย่างไร ถ้าไปว่าเขา เขาก็ว่าผมเป็นศัตรู ผมเข้าใจเด็กๆ วันนี้เริ่มดีขึ้น เข้าใจว่าพ่อแม่เข้ามาแล้ว ปล่อยลูกแบบนี้ไม่ได้ ผมมั่นใจสังคมไทย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์มีความสำคัญ แกนหลักนี้ยังอยู่ มาสร้างความเกลียดชังแบบนี้ไม่ได้ ผมไหว้พระทุกวัน ขอพระสยามเทวาให้ชาติปลอดภัย สิ่งสำคัญอยากให้สิ่งเหล่านี้เดินต่อ

“หลายคนบอกอยู่ต่ออีกหน่อย หลายๆอย่างใกล้จบแล้ว เพราะไม่แน่ใจวันหน้าคนใหม่จะทำต่อหรือไม่ มัวแต่เดินขบวนเห็นขัดแย้งกัน ผมถึงตัดสินใจอยู่ ฉะนั้นการเมืองต้องมาคุยกันว่าอะไรที่จะไปด้วยกันได้ อะไรที่เป็นเรื่องความเห็นต่าง ก็ไปหาวิธีการที่จะลดลงให้น้อยที่สุด ประเทศก็เดินไปได้ ไม่ได้ใช่มัวทะเลาะกันอยู่”

เมื่อถามว่านายกฯเหมือนนักมวยที่ขึ้นชกบนเวที ไม่ได้หยุด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ชกงอมเลย ไม่รู้ว่าชักกันกี่ยก โดนนอกกติกาด้วย มันไม่ได้ เดี๋ยวนี้ทำได้อย่างไรไปทำที่เด็ก ทำได้ไง ก็จับ แล้วบอกว่าเราไม่มีเวทีให้เขา เวทีเราก็ปล่อยให้เขาพูด อยากพูดไปแล้วค่อยๆโน้มน้าว เมื่อถามถึงการเป็นนายกฯ 2 รอบ บริหารครบ8ปี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อ้อ..ทำไมต้องต่อใช่ไหม! ผมไม่อยากมีอำนาจ ที่ผ่านมาก็บอก แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไม่ต้องเข้ามาและเข้าทำอะไร หลังจบ 4 ปี วันนี้ดูการบริหาร ไม่ใช่รัฐประหารแล้วไปส่งใครได้หมด ครั้งที่แล้วรัฐบาลผสม ทำไมบริหารได้ละ เพราะไม่ได้เรียกผลประโยชน์จากใครทั้งสิ้น เงินทั้งหมดที่มีอยู่ไม่เคยได้รับจากใครสักสลึง 8 ปี มีแต่นึกว่าประเทศจะได้ประโยชน์ยังไง สิ่งสำคัญตอนนี้หลายคนบอกว่า นายกฯต้องอยู่ต่อ ก็นั่งคิดอยู่ เอ๊ะ!! ยังไงนะ แล้วมันต้องตัดสินใจ

เมื่อถามว่านายกฯ ไปสมัครเป็นสมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่มีกระแสข่าวถูกปล่อยเป็นระยะว่า “ลุงตู่” ถอดใจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่ถอดใจ แต่ถ้าถามว่านายกฯเหนื่อยไหม…เหนื่อย อยากไปต่อไหม…ก็ไม่ค่อย..คือไม่ใช่ไม่ค่อย…ไม่อยาก แต่ที่มานั่งตรงนี้…เหตุผลของผม เฮ้ย!!อันนี้มันใกล้เสร็จแล้วนะ แล้วไม่แน่ใจว่าวันหน้าเราทิ้งไปมันจะเสร็จไหม เพียงแต่ว่าผมอยู่อีก 2 ปี ถ้าอยู่ได้ เผอิญ “ตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ บอกว่าตั้งพรรคไว้แล้ว เราถามว่าตั้งให้เราเหรอ…ไม่ใช่ครับ ผมตั้งของผมไว้…ผมบอกว่าดีๆ วันหน้าจะได้ไปร่วมรัฐบาลกับเขาได้ ผมก็มายืนอยู่จุดนี้ มันก็อึดอัดใจต้องตัดสินใจ เพราะผมอยากให้ได้ส.ส.ที่มีเหตุมีผล ไม่ใช่ทำเพื่อพรรคอย่างเดียว ที่เราใช้คำว่าดีเอ็นเอคล้ายกัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน แค่นี้ก็คิดอะไรออกอีกตั้งเยอะ แต่ถ้าทำเพื่อพรรคอย่างเดียว…เจ๊ง!! ทำไม “ลุงตู่” มั่นใจได้ไปต่อเป็นนายกฯ อีก 2 ปีหลังการเลือกตั้งใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ผมไม่ได้พูดคำว่า “มั่นใจสักหน่อย” ตามรัฐธรรมนูญระบุไว้อยู่ได้ 2 ปี ก็อย่างที่บอกเหตุผลที่มาอยู่ตรงนี้ได้ เพราะคำว่า 2 ปี แต่จะกี่ปี กี่วัน กี่เดือน ถ้าทำประโยชน์ได้ผมว่าต้องเสียสละกันเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า“ลุงตู่”ถูกต้องคำถามตลอดว่ามาจากการยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ขอให้ไปดูเหตุและดูผลที่เข้ามาเพราะอะไร ตลอดชีวิตไม่อยากเป็นนักการเมือง เป็นผบ.ทบ.ก็เหนื่อยพออยู่แล้ว ตอนนั้นทำอย่างไรลองคิดดูอีกมุมว่า ถ้าไม่มาวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ตอนนั้นเข้ามาหยุดความขัดแย้ง ไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้สัญญากับใครและให้โอกาสคนตั้งเยอะแยะ ไม่ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล นายกฯเขาไม่ได้อยู่…แต่มันอยู่กันไม่ได้ ผมแสดงความจริงใจเรียกมาคุย2ข้าง ไม่จบ!! แล้วเกิดอะไรขึ้น…ตีกันทั้งคู่ ทั้งบ้านทั้งเมือง แล้วจะหยุดใครละทีนี้ คุยรอบแรกไม่จบ รอบสองไม่จบ รอบสาม คือเขาผ่านมาหลายทาง…ผมอยู่กับนายกฯเขา ผมก็เคารพก็เตือนเขาในหน้าที่ที่ผมดูแลความมั่นคง ตอนนั้นหลายคนเป๋ไปหมด ผมไม่เคยไปใช้อำนาจกับใคร ถามสิข้าราชการทุกกระทรวง ในทำเนียบ สั่งทุกอย่างต้องมีหลักคิดว่าได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับคนชี้แจงว่าไม่ได้ มันผิดตรงนี้ก็ว่ากันไป ผมก็ฟัง ผมเข้ามา22 พ.ค. ขอย้ำอีกครั้้งว่าไม่ได้หวังเข้ามาตอนนั้น ถ้าไม่จำเป็นจะเข้าไปทำไม อีก3-4เดือนก็เกษียณสบายไปแล้ววันนี้ ทำไมไม่ตรงนี้กับผมบ้าง ผมเสียอะไรไปบ้าง ก็เรียกร้องใครไม่ได้ ต้องมองผมอย่างนี้ ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง

เมื่อถามว่าช่วงหลังยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการอยู่ ได้ยินคำนี้มีความรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ผมไม่ใช่!! ใครว่ามาละ ความจริงมันไม่ใช่ รัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่าผมจะอยู่ตรงไหนได้บ้าง เมื่อถามว่าตัดสินใจเป็นนักการเมืองแบบไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ผมก็เป็นของผมแบบนี้ ถ้าเป็นนักการเมืองหมายความว่า ต้องพูดให้เขาได้แล้วต้องกลับไปกลับมาอย่างนี้หรือ…ไม่!! อย่ามาพูดเรื่องผลประโยชน์กับผม..ผมไม่พูด ผมถูกสอนมาตั้งพูดความจริง ไม่ทุจริตคดโกง ก็จำใส่หัวเป็นอย่างนี้มาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต และให้นึกถึงคนอื่นให้มาก คนเราถ้าไม่รู้จักนึกถึงคนอื่น นึกถึงแต่ตัวเอง เดี่ยวมันจะนึกอะไรไม่ออกเลย ผมไม่เคยจริงๆ นอนฝันยังนึกถึงอะไรไม่รู้เลย เฮ้ยโครงการนี้ทำไปแล้วหรือยัง ตื่นมาก็คิดต่อ บางทีฝันตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วตื่นมาทบทวน เอ๊ะทำจริงๆไม่ได้แบบนี้นี้หว่า ตื่นมาก็เครียดแล้วไปเจอเรื่องโน้นเรื่องนี้ หงุดหงิดบ้างเป็นธรรมดา

เมื่อถามถึงวิธีรับมือกับความเครียด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า อ่านหนังสือ ดูทีวี ข่าวพยายามไม่ดู ดูยูทูป ดูต่างประเทศว่าทำอะไรกัน ขายของอย่างไร ดูเน็ตฟริกซ์บ้าง แต่ไม่ได้นั่่งดูจนจบ กลับมาอ่านเอกสารที่บ้านเต็มไปหมด และมีออกกำลังกายเดินสายพานในบ้าน เมื่อถามถึง 8 ปีที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯ เครียดมากที่สุดด้านมิติความมั่นคงภายในและภายนอกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ความมั่นคงและความปลอดภัยนี้แหละ เพราะทุกประเทศให้ความสำคัญ เขาไม่สนใจตัวบุคคล ใครก็ได้ที่ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า นั้นคือความเป็นผู้นำในสถานการณ์ปกติ และสถานการณ์ที่วิกฤติที่ต้องตัดสินใจอย่างถูกต้อง ตัดสินใจข้อมูลที่รอบด้าน ผมทำมาอย่างนั้นตลอด ฉะนั้นหลายอย่างผมโฆษณาตัวเองไม่ได้ ทั้งมิติความมั่นคงภายใน ภายนอก เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ระบบการเงินการคลังของประเทศไทย ใช้เศรษฐกิจนำการเมือง เพราะเศรษฐกิจคือความเป็นความตายของประชาชน เศรษฐกิจดีประชาชนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส

เมื่อถามว่า 4 ปีแรกเข้ามายุติความขัดแย้ง 4 ปี ต่อมาความสงบจบที่ “ลุงตู่” 2 ปี ต่อไปมีธีมอะไรบอกต่อสังคมให้เห็นถึงอนาคตประเทศไทยต้องเดินต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เวลา 2 ปีมันก็เยอะที่ทำให้ประเทศเจริญเติบโตก้าวหน้าไปอีกเพราะ2ปีไม่ใช่ว่าจะสร้างอะไรอีก แต่เป็นขั้นตอนการทำงานต่อ…ที่มันยังไม่เสร็จ ให้มันเสร็จซะ ขณะที่ปัญหาที่ติดอยู่ ก็แก้ช่วง 2 ปี ระเบียบ กฎหมายอะไรต่างๆ ทั้งหมดที่มีปัญหาต้องทำโครงสร้างนี้ให้เสร็จ ใครเข้ามาก็สานต่อ เดินหน้าได้อย่างที่คิดมันก็เสร็จ เมื่อถามว่า2ปีต่อไป “ลุงตู่”วางทีมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เราวางโครงสร้างพื้นฐานให้รัฐบาลใหม่ที่จะมาหรือใครจะมาเป็นนายกฯ ทำอย่างนี้ได้มันก็ต่อไป ไม่ใช่แค่2ปีของผม หวังให้คนอย่างนั้นเข้ามาทำต่อ ใครก็ได้ผมไม่รู้ ผมก็ไปพักผ่อนแล้ว เมื่อถามว่าต่ออีก 2 ปี เป็นนายพีระพันธุ์ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ถ้าผมหมด ท่านต้องเลือกนายกฯจากบัญชีนายกฯ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ผมก็ไว้วางใจ เป็นนักกฎหมาย อยู่กับเราตั้งนาน เป็นที่ปรึกษานายกฯ

เมื่อถามว่าหลังจบ 2 ปี แล้วจะทำอย่างไรต่อ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ ถ้าเห็นผมมีค่าก็ให้คำปรึกษาได้ อยู่ที่ไหนก็ตามผมยังสามารถคุยกับทุกคนได้ เพราะคุ้นเคยหมด ทุกพรรคก็อยู่กับผม ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวงการเมือง ผมก็ได้นั่งดูคนรุ่นใหม่จะไปกันอย่างไร เมื่อถามว่าอยากพูดอะไรถึงประชาชนบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตั้งแต่เป็นนายกฯพยายามอย่างยิ่งยวดดูแลทุกข์สุขของประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ต้องการให้ประเทศมีความสงบสุข มีความรักความสามัคคี รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดทำอย่างไรให้เราร่วมมือกันทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ก้าวข้ามอุปสรรคทั้งหลายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไปด้วยกันให้ได้ หากไม่ร่วมจิตร่วมใจประเทศก็ขัดแย้งอยู่แบบนี้ สิ่งที่เกิดมาวันนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ ถ้านายกฯไม่ได้อยู่ต่อก็แล้วแต่ประชาชน ผมไม่ได้ยึดติด ไม่ยึดติดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...