โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หากินยากลูก'สะแล'1ปีมีครั้งเดียวกิโลกรัมละ 300 บาทนำมาปรุงอาหารสุดอร่อย

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2566 เวลา 17.00 น.

วันนี้…พาไปเที่ยวราชบุรีไปชิมเมนูอาหารพื้นบ้านจากลูก "สะแล" ซึ่งเป็นไม้เถาวัลย์เลื่อยนิยมกินกันมากทางภาคเหนือออกลูกปีละ 1 ครั้ง แต่ราคาแพงลิบลิ่วกิโล 300 บาท เพราะหากินยาก

"สะแล" เป็นไม้เถาวัลย์เลื่อยที่หายาก ปลูกยาก ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่ตามป่าเบญจพรรณ มีมากทางภาคเหนือของไทย 1 ปีจะออกดอกออกผลแค่ครั้งเดียว ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ลูกสะแลมีผู้คนนิยมนำมาแกงส้มปรุงเป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนืออร่อยมาก

แต่ที่ "ร้านอาหารกิ๋นลำ" ที่แปลว่า "กินอร่อย" ตั้งอยู่เลขที่ 39/1 หมู่ 5 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ ผศ.ว่าที่ ร.ต.ดร.วสันต์ นาคเสนีย์ และ ดร.ทัศนีย์ นาคเสนีย์ อาจารย์ประธานสาขาวิชาการท่องเที่ยวและบริการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดลำปางได้ปลูกต้นสะแลไว้แค่ต้นเดียวข้างบ้านเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ถือเป็นต้นไม้พื้นถิ่นทางภาคเหนือ ที่ปลูกขึ้นต้นแรกมีให้เห็นใน อ.จอมบึง

โดยอาจารย์ทั้ง 2 ได้ย้ายครอบครัวให้บิดาและมารดามาอยู่ที่ราชบุรีด้วยกัน คุณพ่อชอบปลูกพืชผัก ผลไม้ อยากปลูก อยากกินอะไรก็ปลูกและยังนำต้นสะแลจากภาคเหนือมาทดลองปลูกจนกระทั่งปีนี้ได้ออกดอก ออกลูกเป็นปีแรกดกเต็มต้น ตามกิ่งก้านที่ทอดยาวเลื้อยลงดิน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยคิดว่าคงจะไม่ได้กินแล้ว เพราะด้วยสภาพพื้นที่และภูมิอากาศระหว่างภาคเหนือและภาคกลางแตกต่างกัน

แต่พอมาช่วงปลายปีเริ่มยิ้มออก สะแลเริ่มออกดอกเป็นปีแรก จึงได้ให้มารดาเด็ดนำมาแปรรูปปรุงเป็นอาหาร รสชาติอร่อยเมื่อผสมเครื่องปรุงตามสูตรแกงเหนือและมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เป็นที่นิยมของร้านอาหารที่อยู่ทางภาคเหนือนำไปประกอบเมนูอาหารจำพวกแกงส้มใส่กับซี่โครงหมูอ่อนบริการลูกค้า ทำให้ลูกสะแลมีราคาแพงสูงถึงกิโลกรัมละ 300 บาทจะออกผลผลิตให้เก็บได้ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์เท่านั้นถือเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่หากินได้ยากมากไม่แพ้กับผักหวาน และพืชผักอีกหลายชนิดของทางภาคกลางที่มีหากินได้ปีละครั้งเช่นกัน

อาจารย์ ดร.ทัศนีย์ นาคเสนีย์ เจ้าของร้านกิ๋นลำอาหารเหนือ เปิดเผยว่า สะแลเป็นภาษาเหนือ ส่วนทางภาคใต้อาจจะเรียก ต้นชงแดง ต้นสะแลทางภาคเหนือถือเป็นผักพื้นบ้านที่ค่อนข้างจะหากินยาก จากการสืบค้นพบคุณสมบัติของผักสะแลมีประโยชน์มาก อาทิ มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านมะเร็ง จากความเชื่อที่บอกถึงสรรพคุณของผักสะแลชนิดนี้

นางปิยะนันท์ เทพหาร อายุ 66 ปี มารดา เปิดเผยว่า กรรมวิธีการนำลูกสะแลมาทำเป็นแกงส้ม หรือจะนำมานึ่งกินกับน้ำพริกเป็นผักที่ชื่นชอบของคนทางภาคเหนือมาก ลักษณะลำต้นคล้ายเถาวัลย์เลื่อยยาว เด็ดเอาลูกและดอกมาแกง โดยจะมีเครื่องปรุงแกงส้มมีกะปิ หัวหอม กระเทียม ตระไคร้ ปลาร้า ผงนัวนิดหน่อย มะขามดิบ เป็นเครื่องปรุงสำหรับแกงส้ม บางร้านจะขายเป็นห่อ หรือเป็นจานแบ่งขาย จานละ 50 บาท หรือกิโลกรัมละ 300 บาท ตอนนี้ลองนำมาปรุงเมนูแกงส้มขายอยู่ที่ร้านพร้อมกับเมนูอาหารเมืองเหนืออีกหลายอย่างให้ลูกค้าได้ลองรับประทาน ช่วงนี้ยังพอหาเก็บลูกสะแลนำมาปรุงขายได้ แต่หากเลยเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้วคงต้องรอชิมอีกครั้งในปีหน้า

ส่วนวิธีการทำแกงส้มสะแลจะนำกระเทียม พริก ตะไคร้ กะปิ ใส่ลงในครกโขลกให้พอละเอียดก่อนตักใส่ลงในหม้อที่ได้เคี่ยวกับกระดูกซี่โครงหมูไว้ก่อนแล้วคนให้เข้ากันซึ่งน้ำที่เคี่ยวกับกระดูกหมูจะมีรสชาติออกหวานของน้ำต้มกระดูก จากนั้นรอให้น้ำเดือดแล้วจึงใส่ลูกมะเขือเทศลงไป คนให้เข้ากันแล้วจึงยกลงเพื่อตักเสริ์ฟบริการลูกค้าเริ่มตั้งแต่ชามละ 50 บาทขึ้นไปโดยกลิ่นของเครื่องแกงจะหอมโชยอ่อน ๆ ลักษณะของน้ำจะมีสีคล้ำไม่เหมือนแกงส้มของทางภาคกลาง แต่รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อยจากมะขามสดที่ใส่ลงไป

ส่วนเมนูอาหารทางเหนือที่อยากแนะนำจะมีแกงฮังเล ไส้อั่ว ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ลาบเหนือ ลาบหมูคั่ว มีผักปลอดสารที่ปลูกเองที่บ้านไว้ลูกค้าได้เลือกรับประทานกับเมนูอาหารมากมาย

นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากลิ้มลองอาหารทางภาคเหนือ ที่นี่มีหลากหลายเมนูมีให้ชิมได้ที่ ร้านกิ๋นลำ อาหารเหนือ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึง 5 โมงเย็น ส่วนในเขตพื้นที่ อ.จอมบึง สามารถสั่งผ่านฟู้ดแพนด้าได้ หรือสนใจสอบถามรายละเอียด อยากศึกษาเรื่องต้นสะแลสามารถโทรติดต่อได้ที่เบอร์ 081-7211107

- 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...