อุทาหรณ์ฉีดฟิลเลอร์กับ ‘หมอกระเป๋า’ เสียโฉมไปครึ่งหน้า
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 เม.ย. 2566 เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2566 เวลา 11.37 น. • The Bangkok Insightอุทาหรณ์ เน็ตไอดอลฉีดฟิลเลอร์กับ“หมอกระเป๋า” เกิดฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด เสียโฉมไปครึ่งหน้า แพทย์ชี้โชคดีมากที่ไม่ตาบอด
“มะลิ” เน็ตไอดอลสาว ได้ออกมาโพสต์ภาพของตัวเอง ที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ผิวหนังลอกลุกลามไปจนเกือบครึ่งหน้า จนเสียโฉมอย่างหนัก โดยเจ้าตัวเล่าว่า เมื่อวันที่17 มี.ค. เธอไปฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้มทั้งสองข้าง แต่หลังฉีดเสร็จไม่ถึงชั่วโมง เริ่มมีรอยช้ำขึ้นที่หน้าแก้มฝั่งขวา และแสบโพรงจมูกขวา น้ำมูกไหลไม่หยุด
เมื่อไปโรงพยาบาล ด้วยอาการแสบโพรงจมูกมากขึ้น น้ำมูก-น้ำตาด้านขวาไหลไม่หยุด แพทย์ให้ยาทานตามอาการ เพราะไม่สามารถระบุสาเหตุได้ และวันรุ่งขึ้น อาการแย่ลงกว่าเดิม ใบหน้าเริ่มบวม ปากบวม มีแผลในปากหลายจุด และเหมือนมีสิวขึ้นเล็กน้อย
กระทั่งเช้าวันที่20 มี.ค. มะลิไปพบแพทย์เฉพาะทาง ที่รู้จักกัน แพทย์ชี้ว่า เป็นอาการจากการที่“ฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด” ซึ่งอันตรายมากเนื่องจากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือด ทำให้เลือดไม่ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงจุดต่างๆ
และยังมีความเสี่ยงที่ฟิลเลอร์จะไหลเข้าตาสูง ทำให้เนื้อเยื่อตายบริเวณที่เลือดไม่ไปเลี้ยง และส่วนที่เธอมองว่าเป็น“สิว” ที่แท้คือ“หนอง” ที่เกิดจากการอักเสบขั้นรุนแรง
สุดท้ายต้องทำการรักษาด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ ฉายแสงลดการอักเสบและสมานแผลบนผิว ให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือด และถูกส่งเคสไปให้ทางโรงพยาบาลรามาธิบดีดูแลต่อ
เน็ตไอดอลสาวเผยว่า เธอเคยฉีดฟิลเลอร์มาแล้วหลายครั้ง แต่ฉีดสลายฟิลเลอร์นั้นเจ็บกว่ามาก ช่วงแรกที่เกิดอาการอักเสบส่งผลต่อสภาพจิตใจมากๆ ยอมรับว่าเคยคิดสั้นบ่อยครั้ง เพราะไม่อยากทนเจ็บอีกต่อไปแล้ว
มะลิบอกว่า คนที่ฉีดฟิลเลอร์ให้ครั้งนี้ เป็นหมอกระเป๋า(หมอเถื่อน) โดยเธอเปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า ตอนแรกไม่ทราบว่าคนที่ฉีด เป็นเพียงแค่พยาบาล แล้วมาเปิดรับฉีดฟิลเลอณือ้างตัวเป็นหมอก่อนหน้านี้เคยฉีดกับหมอกระเป๋าคนนี้อยู่หลายครั้งแล้วไม่มีปัญหาอะไร จึงฉีดต่อมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งครั้งล่าสุดที่เจอเหตุการณ์นี้
สำหรับค่าเสียหายในการรักษาหน้า หมดไปกว่า3 แสนบาท กว่าจะหาย สภาพจิตใจก็ย่ำแย่มาก จึงอยากให้สาว ๆ ที่รักสวยรักงามดูเคสของตัวเองเป็นกรณีตัวอย่างว่า อย่าตัดสินใจทำสวยเพียงเพราะราคามันถูก อย่างกรณีของตนรู้ทั้งรู้ว่าเป็นหมอกระเป๋าก็ยังชะล่าใจให้ฉีดมาเรื่อย ๆ จนเกิดผลเสียแบบนี้
หลังเกิดเรื่อง ได้คุยกับหมอกระเป๋าที่ฉีด ว่าจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ทั้งหมด5 แสนบาท เขาขอผ่อนจ่าย เพราะเขาอ้างว่า ตัวเองก็มีภาระเยอะเหมือนกันแต่ทางมะลิได้ให้ทนายความ ร่างสัญญาการจ่ายเงินค่าชดเชยไว้แล้ว
ขณะที่ นพ.จักกฤษณ์ อัครเศรณี แพทย์เฉพาะทางทางด้านผิวหนัง เจ้าของเพจ ถึงบางอ้อกับหมอเอ ให้ข้อมูลกับทีมเพจโหนกระแส ชี้ว่าความรุนแรงของเคสลักษณะนี้ จะขึ้นอยู่กับว่าได้รับการรักษาเร็วแค่ไหน ยิ่งทิ้งเวลาไว้นาน เนื้อก็จะยิ่งตายและเอากลับมาไม่ได้ เคสหนักๆ อาจจำเป็นต้องทำการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขความพิการเลย
วิธีการสังเกตง่ายๆ สำหรับคนที่จะไปฉีดฟิลเลอร์ สังเกตตัวเองว่ามีปัญหาไหม ให้ดูที่สีผิวหลังการฉีด คนไข้ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วปกติ สีผิวจะต้องเป็นปกติ แต่ถ้าสังเกตแล้วว่าสีผิวซีด หรือออกม่วงมากกว่าปกติ แผลว่ามีปัญหาแล้ว
โดยทั่วไปคนที่ฉีดฟิลเลอร์มาแล้วมีอาการปวด อาการจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ปวดน้อยลงเรื่อยๆ แต่ถ้าฉีดหลายวันแล้วยิ่งปวด แปลว่าเส้นเลือดอุดตัน เนื้อเริ่มตาย ระยะที่สองจะเห็นว่ามีเส้นเลือดชัดขึ้นเหมือนร่างแห แล้วก็จะมีตุ่มหนองผุดขึ้นมา แล้วเนื้อก็จะเริ่มตายมากขึ้น กรณีของเน็ตไอดอลคนนี้ โชคดีมากที่ตาไม่บอด เคสแบบนี้ ถ้าคนไข้รู้สึกว่าเริ่มไม่ปกติแล้ว ให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
คำแนะนำง่ายๆ คือการฉีดฟิลเลอร์ ต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าพิจารณาจากราคาเท่านั้น แม้แต่หมอแท้ๆ บางคนยังเคยมีกรณีที่ผิดพลาดแบบนี้มาแล้ว หมอบางคนเปิดคลินิกใหม่ๆ แล้วลดราคามาแข่งขันในตลาด การให้บริการ การฉีดก็ทำแบบเร็วๆ ไม่ได้ระมัดระวัง เรื่องนี้จำเป็นต้องดูให้รอบด้าน อย่าเน้นที่ราคาถูกอย่างเดียว
ขอบคุณข้อมูล โหนกระแส
อ่านข่าวเพิ่มเติม