ปธน.สหรัฐอเมริกาเคยถูกจับระหว่างดำรงตำแหน่ง ฐานทำผิดกฎจราจร เมื่อ 151 ปีมาแล้ว
ปธน.สหรัฐอเมริกาเคยถูกจับระหว่างดำรงตำแหน่งอยู่ ฐานทำผิดกฎจราจร เมื่อ 151 ปีมาแล้ว
ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันอังคารที่4 เมษายนที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกอัยการของนครนิวยอร์กฟ้องในข้อหามหันตโทษถึง34 กระทงจากการปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจที่ประธานาธิบดีได้ทำการจ่ายเงินเป็นค่าปิดปากของสตรี2 คน ไม่ให้เปิดเผยว่าเคยถูกจ้างมาให้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ พ.ศ.2559 ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา4 ปีที่ผ่านมาแล้วนั่นเอง
ความจริงการปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจเป็นข้อหาที่เป็นแค่ลหุโทษในมลรัฐนิวยอร์กที่เป็นความผิดที่จำคุกไม่เกิน1 ปี แต่ในกรณีของนายโดนัลด์ ทรัมป์กลายเป็นความผิดมหันตโทษที่มีโทษจำคุกถึง4 ปี เนื่องจากมีการตระเตรียมการไว้ล่วงหน้า หรือปกปิดความผิดอาญากระทงอื่นๆ เช่น การละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง เป็นต้น สำหรับสตรี2 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้นั้นคือ น.ส.สตอร์มี่ แดเนียลส์ ดาราภาพยนตร์ประเภทX สำหรับผู้ใหญ่ และ น.ส.คาเรน แมคดูกัลป์ อดีตนางแบบของนิตยสารเพล์บอย
สำหรับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จึงเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาที่เคยถูกกระบวนการอิมพีชเมนต์(ฟ้องร้องโดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้ปลดออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี) ถึง2 ครั้ง และเป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกอัยการฟ้องร้องคดีอาญาขั้นมหันตโทษถึง34 กระทง
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ก็มิใช่ประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐอเมริกาที่ถูกจับกุมและฟ้องร้องกล่าวโทษเพียงคนเดียว หากแต่ยังมี ประธานาธิบดียูลิสซีส เอส.แกรนต์(Ulysses Simpson Grant) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่18 ก็เคยถูกจับกุมในความผิดกฎจราจรโดยขับรถม้าเร็วเกินไปก่อให้เกิดความหวาดเสียวและอาจเป็นภัยอันตรายต่อผู้คนได้และถูกปรับตามความผิดไป20 ดอลลาร์ เมื่อ151 ปีก่อน ขณะที่ประธานาธิบดียูลิสซีส เอส.แกรนต์ยังเป็นประธานาธิบดีอยู่ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
นายยูลิสซีส ซิมป์สัน แกรนต์ เคยเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพฝ่ายสหภาพ(ฝ่ายเหนือ) ในสงครามกลางเมืองอเมริกา ผู้มีอำนาจรองจาก ประธานาธิบดีลินคอล์น และนำกองทัพฝ่ายสหภาพจนมีชัยชนะเหนือฝ่ายสมาพันธรัฐ รวมประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จเมื่อ พ.ศ.2408 นอกจากนี้ เขายังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรกที่เดินทางไปเยือนประเทศสยาม เมื่อ พ.ศ.2422 ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
นายยูลิสซีส เอส.แกรนต์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาครั้งแรกใน พ.ศ.2411 และได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ.2415 สรุปประธานาธิบดีแกรนต์เป็นประธานาธิบดี2 สมัยหรือ8 ปีเต็ม
หนังสือพิมพ์The Washington Evening Star ฉบับวันที่27 พ.ศ.2451 ได้พาดหัวข่าวใหญ่ว่า
“Only Policeman Who Ever Arrested a President – ตำรวจผู้เดียวที่เคยจับประธานาธิบดี”
ตำรวจผู้จับประธานาธิบดีคือ พลตำรวจวิลเลียม เอช. เวสต์ เป็นชาวผิวดำเคยเป็นทหารของฝ่ายเหนือในสงครามกลางเมือง พูดง่ายๆ ก็คือเขาเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของประธานาธิบดีแกรนต์นั่นเอง โดย
พลตำรวจวิลเลียมได้ให้สัมภาษณ์ว่าครั้งแรกประธานาธิบดีแกรนต์ขับรถม้าด้วยตัวเอง ด้วยความเร็วสูงแบบวิ่งโขยกซึ่งขณะนั้นรถม้าที่ขับเร็วในเขตเมืองนั้นทำให้เด็กและผู้หญิงบาดเจ็บบ่อยครั้งทางกรมการเมืองของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จึงออกกฎจราจรสำหรับรถม้าและม้าให้วิ่งเรียบ(trot) ในเขตเมืองห้ามควบ(gallop) และวิ่งโขยก(Canter) อย่างเด็ดขาด(การเคลื่อนไหวของม้าแบ่งตามความเร็วจากน้อยไปหามาก ดังนี้1.เดิน(Walk) 2.วิ่งเรียบ(Trot) 3.วิ่งโขยก(Canter) 4.วิ่งควบ(Gallop)ดังนั้นม้าที่วิ่งควบจึงเป็นความเร็วสูงสุด)
พลตำรวจเวสต์เปิดเผยว่า เขาได้เข้าไปทำสัญญาณให้หยุดรถม้าที่วิ่งโขยกมาด้วยความเร็วสูง ปรากฏว่าประธานาธิบดีแกรนต์ลงมาจากรถม้าแล้วถามอย่างไม่พอใจว่าต้องการอะไรหรือ? พลตำรวจเวสต์ชี้แจงว่าการขับรถม้าด้วยความเร็วสูงเป็นการผิดกฎหมายเนื่องจากทำให้ผู้คนต้องบาดเจ็บโดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กที่หลบรถม้าไม่ทัน ประธานาธิบดีแกรนต์จึงขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ขับรถม้าด้วยความเร็วเช่นนี้ในเขตชุมชนอีกต่อไป พลตำรวจเวสต์จึงอนุญาตให้ประธานาธิบดีขับรถม้ากลับไปทำเนียบขาว
แต่ในวันรุ่งขึ้นประธานาธิบดีแกรนต์ก็ออกไปขับรถม้าอีกและวิ่งโขยกด้วยความเร็วสูงในย่านจอร์จทาวน์ซึ่งเป็นย่านชุมชนของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และพลตำรวจเวสต์กับตำรวจหลายคนอยู่ในบริเวณนั้นกำลังจับรถม้าที่วิ่งด้วยความเร็วสูงอยู่พอดี จึงช่วยกันสกัดรถม้าของประธานาธิบดีแกรนต์ไว้ได้ ประธานาธิบดีแกรนต์ก็ลงจากรถม้ายอมรับผิดแต่โดยดี
พลตำรวจเวสต์จึงนำประธานาธิบดีและผู้ขับรถม้าเร็วเกินกำหนดไปสถานีตำรวจซึ่งได้มีการเปรียบเทียบปรับประธานาธิบดีแกรนต์ไป20 ดอลลาร์ และปล่อยตัวไปเนื่องจากตำรวจก็ไม่แน่ใจว่าจะนำประธานาธิบดีไปขึ้นศาลได้หรือไม่ หากประธานาธิบดียังไม่ถูกอิมพีชเมนต์เสียก่อน
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์