โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตรวจแถวการเมือง … วัดกึ๋นทีมเศรษฐกิจ

The Story Thailand

อัพเดต 27 มี.ค. 2566 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2566 เวลา 02.16 น.

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทุกพรรคการเมืองพยายามแข่งกันนำเสนอนโยบายประชานิยม ลด แลก แจกแถม แต่หลังจากที่นโยบายดังกล่าวออกมาสักระยะกระแสไม่ตอบรับ เริ่มไม่ขลัง ประชาชนเริ่มเบื่อประชานิยม กังวลว่าจะเป็นภาระในอนาคต พรรคการเมืองบางพรรคเริ่มไหวตัวหันมาปรับนโยบายใหม่เน้นการสร้างงาน สร้างรายได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร ก็คงต้องรอสักระยะ

ฉะนั้น นอกจากนโยบายเศรษฐกิจแล้ว สิ่งหนึ่งที่พรรคการเมืองนำมาเป็นจุดขายในการเลือกตั้ง นั่นคือ "ทีมเศรษฐกิจ" ใครเป็นตัวจริงเสียงจริงเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากประชาชน

พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคแรกที่นำเสนอแพคเกจ "คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ" หรือ "ทีมเศรษฐกิจ" ดูจากรายชื่อแล้วเป็นส่วนผสมของทีมเศรษฐกิจไทยรักไทยกับเพื่อไทยในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคนรุ่นใหม่มาแจมบางส่วนประกอบด้วย “พันศักดิ์ วิญญรัตน์” อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบาย 3 นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นอดีตที่ปรึกษาด้านนโยบาย 3 นายกรัฐมนตรีตั้งแต่บ้านพิษณุโลก รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ และอยู่เบื้องหลังนโยบายสำคัญๆ ในรัฐบาลทักษิณ 1 และทักษิณ 2 เช่น นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบคู่ขนาน

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ” นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมหภาคและตลาดทุน “ดร.ปานปรีย์ มหิทธานุกร” อดีตผู้แทนการค้าไทย "เศรษฐา ทวีสิน" นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางและคอนเน็กชั่นในแวดวงธุรกิจไม่ธรรมดา “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริยะเดช อดีตรัฐมนตรีพลังงาน คนที่ "ทักษิณ" เชื่อมือและเชื่อใจเป็นประธาน

โปรไฟล์ล้วนระดับบิ๊กเนมในวงการเมืองและเศรษฐกิจ ส่วนที่ไม่อยู่ในทีมยังมี ดร.กิตติ ลิ่มสกุล พิชัย นริพทะพันธุ์ และดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช คอยสนับสนุน

ขณะที่พรรคก้าวไกล เปิดตัวทีมเศรษฐกิจของพรรค จำนวน 7 คน หลัก ๆ มี "ศิริกัญญา ตันสกุล" รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นประธานกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจของสภา และมักอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจและการผูกขาดของกลุ่มทุนได้อย่างเฉียบคมและข้อมูลแน่นปึก

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยด้านนโยบายสาธารณะแห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทำงานวิจัยเรื่องเสือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย และกับดักรายได้ปานกลาง โดยจะมาผลักดันเรื่องซัพพลายเชนอุตสาหกรรมไฮเทคโลก

สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล” กรรมการบริษัทเอกชนสินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทย Moshi Moshi มีความเชี่ยวชาญเรื่อง SME “อภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล” เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยหรือ "ซอฟต์ พาวเวอร์" ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ผอ.ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ของพรรคก้าวไกล อดีตอาจารย์ม.เกษตรศาสตร์ ที่เดินทางไปสัมผัสชีวิตเกษตรกรไทยเพื่อหาข้อมูลทั่วประเทศ

ส่วนอีก 2 พรรคเปิดตัว คือ พลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ โครงสร้างทีมเศรษฐกิจคล้าย ๆ กันคือเป็นมือเศรษฐกิจรุ่นเก่า แม้จะเคยผ่านงานบริหารประเทศในฐานะรัฐมนตรีมาแล้ว แต่ก็มีคำถามในเรื่องฝีไม้ลายมือไม่น้อย ว่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะนำพาประเทศพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจของโลกและของไทยรวมถึงจะก้าวตามโลกยุคใหม่ที่เป็น "ดิจิทัล อีโคโนมี" ได้หรือไม่

พลังประชารัฐมี "อุตม สาวนายน" อดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีกระทรวงคลัง "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" อดีตรัฐมนตรีพลังงาน “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง "ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" อดีตรมว.คลัง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เชี่ยวชาญการเงิน การคลัง "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ และ "ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี" นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน

ไล่ ๆ กันนั้นพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เปิดตัวทีมเศรษฐกิจเช่นกัน ประกอบด้วย “ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” นักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก๋าเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการคลัง "สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะมาดูแลการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน "ม.ล.ชโยทิต กฤดากร" ที่ปรึกษานายกฯ ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย มือวานิชธนกิจระดับแนวหน้าคู่ดูโอกับสุพัฒนพงษ์ตั้งแต่ทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่งทำหน้าที่หัวหน้าทีม

นอกจากนี้ ยังมี "จุติ ไกรฤกษ์" รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคม ดูแลกลุ่มคนเปราะบางและผู้สูงวัย “อนุชา นาคาศรัย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลนโยบายภาคเกษตร “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ดูแลนโยบายด้านแรงงาน และ "นพ.เหรียญทอง แน่นหนา" ผอ.โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ ที่จะมาดูแลด้านคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทย น่าสนใจที่มี จุติและนพ.เหรียญทองอยู่ในทีมเศรษฐกิจ ด้วย

นี่คือทีมเศรษฐกิจที่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการของ 4 พรรคการเมืองใหญ่ ยังเหลือพรรคประชาธิปัติย์ และพรรคภูมิใจไทย ยังไม่เปิดหน้าออกมา หรืออาจจะใช้งานอดีตรัฐมนตรีของพรรค ไม่ว่าจะเป็น อนุทิน ชาญวีระกุล ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส่วนพรรคประชาธิปัติย์ ทั้งจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ และเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร แต่ยังไม่มีทีมงานที่เป็นมือเศรษฐศาสตร์ ต่างจากเมื่อก่อนที่มักโชว์ทีมเศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้งทุกครั้ง

หากเอ็กซเรย์ดูเนื้อในทีมเศรษฐกิจจากพรรคการเมืองที่เปิดตัวมา 4 พรรค ประกอบกับสอบถามความเห็นนักธุรกิจหลาย ๆ คน ต้องบอกว่าในแง่ชื่อเสียงนั้น ทีมเพื่อไทยดูจะได้เปรียบเป็นที่รู้จักมากกว่า เคยบริการประเทศมาแล้ว ส่วนก้าวไกลนั้นต้องบอกว่าคนทั่วไปจะคุ้นบ้างน่าจะเป็น ศิริกัญญาที่มีบทบาทในการอภิปราย แต่บทบาทการบริหารยังไม่เป็นที่ประจักษ์ แต่หากฟังแนวคิดในวันเปิดตัว นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

ส่วนทีมเศรษฐกิจพลังประชารัฐส่วนใหญ่ล้วนเคยผ่านการเป็นรัฐมนตรีบริหารประเทศมาแล้วทุกคนต่างยุคต่างสมัยกันเท่านั้น ผลงานอดีตยังไม่โดดเด่นจนเป็นที่ประทับใจ แถมยังมีคำถามอย่างกรณี อุตม หนึ่งในทีมเศรษฐกิจพลังประชารัฐยุคต้นรัฐบาลลุงตู่ เคยประกาศนโยบายเศรษฐกิจหลาย ๆ นโยบาย แต่เมื่อเป็นรัฐบาลไม่สามารถผลักดันนโยบายพรรคให้เป็นผลงานได้ หรือการบริหารเศรษฐกิจในช่วงเกิดโควิด-19 ระบาดใหม่ ๆ ยังเป็นที่กังขา

ในส่วนทีมเศรษฐกิจพรรครวมไทยสร้างชาติ ชุดนี้แกนหลัก ๆ ยัง เป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก่า แนวคิดค่อนข้างทางเดียวกัน คนที่จะมีบทบาทอย่างสุพัฒนพงษ์ ก็พิสูจน์ฝีมือแล้วทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและพลังงาน ที่กำลังเป็นปัญหาแก้ไม่ตกอย่างค่าไฟฟ้า ขณะที่ชโยทิต หัวหน้าทีมก็ยังไม่มีผลงานโดดเด่น ดร.ไตรรงค์ก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก่า ส่วนคนหนุ่ม ๆในทีมก็ยังไม่เคยแสดงบทบาทต่อสาธารณะ

หากฟันธงในแง่ตัวบุคคลากร ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยน่าจะเหนือกว่าพรรคอื่น ๆ แต่หากดูแนวคิดการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดนอกกรอบ มีไอเดียใหม่ ๆ ต้องให้ก้าวไกล เพียงแต่เวลาที่เหลือจะอธิบายกับสังคมให้เข้าใจได้ทันเวลาหรือไม่เท่านั้น

เที่ยวนี้ตรวจแถวทีมเศรษฐกิจแต่ละพรรคเป็นน้ำจิ้มไปก่อน หากนโยบายมีความชัดเจนค่อยมาชำแหละว่านโยบายไหนเพ้อฝันนโยบายไหนทำได้อีกที

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

SVB ถึง Credit Suisse … วิกฤติความเชื่อมั่น

ฝุ่นพิษ PM 2.5 … วิกฤติที่ถูกลืม

ระวังสำลัก “ประชานิยม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...