โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 143 จุด นักลงทุนจับตา “บจ.” ประกาศงบ Q1 สัปดาห์หน้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 เม.ย. 2566 เวลา 02.22 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (14 เม.ย.) โดยถูกกดดันหลังจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,886.47 จุด ลดลง 143.22 จุด หรือ -0.42%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,137.64 จุด ลดลง 8.58 จุด หรือ -0.21% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,123.47 จุด ลดลง 42.81 จุด หรือ -0.35%

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดตลาดในแดนลบ โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลงหนักที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นมากที่สุด 1.1%

แต่ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.2%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.8% และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.3% โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันแล้วซึ่งเป็นการบวกขึ้นรายสัปดาห์ต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2565

ซิตี้กรุ๊ป, เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และเวลส์ ฟาร์โก เปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด โดยได้แรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และความวิตกที่ลดลงเกี่ยวกับปัญหาในระบบธนาคาร

ดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มธนาคาร พุ่งขึ้น 3.5% และหุ้นเจพีมอร์แกน เชส พุ่งขึ้น 7.6% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์วันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2563

หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 4.8% ขณะที่หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ลดลง 0.1%

แต่การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทาง อาทิ ยอดค้าปลีก, การผลิตภาคอุตสาหกรรม และความเชื่อมั่นผู้บริโภคนั้น ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนพ.ค.

นอกจากนี้ นายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตากล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% อาจจะช่วยให้เฟดสามารถยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

FedWatch tool ของ CME บ่งชี้ว่า ตลาดการเงินคาดว่ามีแนวโน้ม 74% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ค.

หุ้นแบล็คร็อค บริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก พุ่งขึ้น 3.1% หลังเปิดเผยผลกำไรไตรมาสแรกสูงเกินคาด

แต่หุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 5.6% สวนทางตลาด หลังบริษัทยุติการส่งมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAXs เนื่องจากเกิดปัญหาด้านคุณภาพของส่วนประกอบเครื่องบินจากบริษัทสปิริต แอร์โรซิสเตมส์ ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายหนึ่งของโบอิ้ง โดยหุ้นสปิริต แอร์โรซิสเตมส์ ดิ่งลง 20.7%

หุ้นลูซิด กรุ๊ป อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรูหราร่วง 6.3% หลังเปิดเผยข้อมูลการผลิตและการส่งมอบที่น่าผิดหวังในไตรมาสแรก

โดยในสัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ อาทิ โกลด์แมนแซคส์, มอร์แกน สแตนลีย์, แบงก์ ออฟ อเมริกา, เน็ตฟลิกซ์ ตลอดจนธนาคารระดับภูมิภาคและบริษัทอุตสาหกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...