โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำตาท่วมป่าช้า เผาเด็กในครรภ์ 8เดือน ถูกเก๋งฝ่าไฟแดงชน ตายทั้งกลม

Khaosod

อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2567 เวลา 08.20 น.
น้ำตาท่วมป่าช้า เผาเด็กในครรภ์ 8เดือน ถูกเก๋งฝ่าไฟแดงชน ตายทั้งกลม

น้ำตาท่วมป่าช้า เผาแล้ว เด็กน้อยในครรภ์ 8 เดือน หลังถูก เก๋งฝ่าไฟแดงชนสนั่น ตายทั้งกลม เปิดสาเหตุทำไมไม่เผาพร้อมแม่ เล่าเรื่องขนลุก เผยวันเกิดเหตุสลด

จากกรณีรถเก๋ง SUV ยี่ห้อฟอร์ด Territory ทะเบียนประเทศลาว ป้ายเหลือง นร 5699 แขวงคำม่วน สปป.ลาว ฝ่าไฟแดงชนรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย ในจำนวนนี้ผู้ช่วยพยาบาลสาววัย 23 ปี ท้อง 8 เดือน ตายทั้งกลม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่สี่แยกไฟแดง บ.ดอนโมง ม.4 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ส.ค.2567 นายสมิง อายุ 56 ปี พ่อของ น.ส.วิชุดา ผู้เสียชีวิตและผู้เป็นตาลูกในครรภ์ เคลื่อนร่างหนูน้อยวัย 8 เดือน จากบ้านพักใน ต.นาราชควาย พร้อมญาติพี่น้องกว่า 50 คน นำร่างไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่ป่าช้าวัดอรัญญวิเวก บ.นาราชควาย ม.10 ข้างริมรั้วมหาวิทยาลัยนครพนม

น้ำตาท่วมป่าช้า เผาแล้ว เด็กน้อยในครรภ์ 8 เดือน หลังถูก เก๋งฝ่าไฟแดงชนสนั่น ตายทั้งกลม เปิดสาเหตุทำไมไม่เผาพร้อมแม่ เล่าเรื่องขนลุก เผยวันเกิดเหตุสลด

น้ำตาท่วมป่าช้า เผาแล้ว เด็กน้อยในครรภ์ 8 เดือน หลังถูก เก๋งฝ่าไฟแดงชนสนั่น ตายทั้งกลม เปิดสาเหตุทำไมไม่เผาพร้อมแม่ เล่าเรื่องขนลุก เผยวันเกิดเหตุสลด

โดยญาติได้นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูปมาสวดมติกาบังสุกุล ขณะที่นายสมิง และน.ส.สุชาดา อายุ 28 ปี พี่สาวของผู้ตาย พร้อมญาติจำนวนหนึ่ง ได้เปิดโลงศพพบหนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม เอ็นดูและน่ารัก มีขวดนมและของเล่นที่นายสันติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ผู้เป็นลุงซื้อให้

ซึ่ง นายสมิง น.ส.วิชุดา และญาติได้นำแป้งมาลูบหน้าหนูน้อย พร้อมบอกว่า ขอให้ไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ จากนั้นผู้เป็นลุงและตาได้นำขี้ไต้จุดที่กองฟอนเผาร่างหนูน้อย ท่ามกลางความเศร้าสลด น้ำตาท่วมป่าช้าดังกล่าว

นายสมิง กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องจุกอกพูดไม่ออก เพราะฝ่ายคนขับรถชนไม่เคยมาดูแล ไม่เคยมาถามไถ่ว่ามีกี่คนที่เจ็บและเสียชีวิต ไม่เคยมางานศพ เจอกันแค่ที่โรงพยาบาล นอนข้าง ๆ กันก็ไม่ถาม ลูกบาดเจ็บ 3 คนหลานอีก 2 และเมียอีก 1 คน ต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสกลนคร อีก 1 คนเพื่อสแกนสมอง

นายสมิง กล่าวต่อว่า อยากบอกพนักงานสอบสวนว่า ทำไมถึงไม่ให้พวกเราแจ้งความ บันทึกประจำวันแล้วลงว่าร่วมประมาทขับรถประมาท มันร่วมไม่ได้ ถ้าเมาแล้วขับคนขับต้องมีแค่คนเดียว จากคลิปที่พลเมืองดีส่งมาให้ไม่อยากดูเลย

นายสมิง กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ต้องนำศพหลานสาวไปเผาก่อน เป็นความเชื่อของหมู่บ้านต้องเอาลูกไปก่อนจะได้ตัดแม่ตัดลูก ไม่งั้นมันจะตัดไม่ขาด ไปเกิดปีไหนเดือนไหน เกิดชาติหน้าก็จะไปด้วยกัน

ด้าน นางรินดา อายุ 50 ปี กล่าวน้ำตานองหน้าว่า ได้แค่เปิดหน้าดูหลานสาวน้อยก่อนเผาแล้วพูดไม่ออก หลังแพทย์ให้มาพักรักษาตัวที่บ้าน เจอคู่กรณีที่โรงพยาบาลไม่เคยมองไม่เคยถาม ยังไม่เห็นมาเคารพศพลูกสาวและหลาน

นางรินดา เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ไปซื้อของที่ห้างค้าปลีกยักษ์ สามีลูกสาวคนขับรถ พากันขับออกมาในรถ 7 คน มาถึงไฟแดงที่เกิดเหตุแล้วจอด เพราะติดไฟแดง พอไฟเขียวเราก็ไป รถคันที่มาชนมาแบบไม่ยั้ง มันไม่ผ่อนไม่เบรกเลย ตูมเดียวลูกสาวคนที่ตายชนครั้งเดียวไปเลย กระทั่งบาดเจ็บนั่งรถเข็น ไม่ได้ไปร่วมงานเผาศพหลานสาว เพราะนั่งรถเข็นวีลแชร์ แพทย์สั่งห้ามขยับตัว

ขณะที่ นายสันติ กล่าวว่า ขณะนำร่างหลานสาวมา พบเห็นเงาสีขาวคล้ายรถเบนซ์วิ่งบนโลงศพ จึงถามญาติว่าไม่ได้ทำอะไรบนโลง พอเห็นรถวิ่งบนโลง จึงบอกว่าเดี๋ยวตาจะไปซื้อของเล่นให้ 4 คันเสียงจึงเงียบไปเลย ขณะที่บ้านเงียบแต่ได้ยินเสียงเปิดปิดประตู ก็นึกว่าน้องบีหลานสาวจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าจะไปทำงาน ขนหัวลุกซู่

ด้าน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งย่านนวนคร จ.ปทุมธานี หลังพี่สาวคนที่3 โทรศัพท์หาจึงลางานรีบมางานศพน้องสาวและหลาน น้องสาวเคยเล่าให้ฟังว่าถ้าเป็นผู้ชายให้ตั้งชื่อน้องออร์นิว หากเป็นผู้หญิงให้ตั้งชื่อว่าอายู ส่วนศพพี่สาวเวลา 13.00 น. วันที่ 8 ส.ค.67 จะนำไปฌาปนกิจที่เมรุวัดอรัญวิเวก บ.นาราชควายน้อย ม.10

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำตาท่วมป่าช้า เผาเด็กในครรภ์ 8เดือน ถูกเก๋งฝ่าไฟแดงชน ตายทั้งกลม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...