โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมืองร้อยเอ็ด มีความเท็จ 'สิบเอ็ดประตู' โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ก.ย 2566 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2566 เวลา 11.35 น.

“ผู้ที่ควบคุมปัจจุบัน ย่อมบงการอดีตได้
ผู้ที่ควบคุมอดีตได้ ย่อมบงการอนาคตได้”
(จอร์จ ออร์เวลล์ ในหนังสือ 1984)

ความเท็จ สิบเอ็ดประตู ถูกผลิตซ้ำสนอง “อำนาจนิยม” จ. ร้อยเอ็ด ทำให้มีความเคลื่อนไหวไล่เลี่ยกัน 2 เรื่อง ได้แก่

1.สภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ดเชิญปรึกษาหารือแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคำขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด วันอังคารที่ 5 กันยายน 2566

เรื่องร้อยเอ็ด สภาวัฒนธรรมจังหวัดออกหน้าฉะฉานปกป้อง “ความเท็จ สิบเอ็ดประตู” มีพยานเป็นข่าวในมติชนออนไลน์

2.กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์จัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง “พื้นนคราเมืองร้อยเอ็ด”ที่เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จ. ร้อยเอ็ด วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2566

เรื่องร้อยเอ็ด กรมศิลปากรเคยจัดนิทรรศการ และมีเอกสารอธิบายตามหลักฐานจากอุรังคธาตุและอื่นๆ อย่างดีเยี่ยมเมื่อ 14 ปีที่แล้ว แต่ผู้มีอำนาจ จ. ร้อยเอ็ด เขี่ยทิ้งไป

ผู้มีอำนาจ จ. ร้อยเอ็ด ผลิตซ้ำความเท็จเรื่องเมืองร้อยเอ็ดมี “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม” โดย สนง. วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมผลิตซ้ำความเท็จนั้น เพื่อควบคุมความคิดประชาชนตามต้องการของอำนาจรัฐ

1.เมืองร้อยเอ็ดมาจากชื่อ “เมืองร้อยเอ็ดประตู” เขียนเป็นอักษรธรรม (ไม่ตัวเลข) อยู่ในคัมภีร์ใบลาน “อุรังคธาตุ” (หรือตำนานพระธาตุพนม) เมื่อราว 400 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ. 2100

2..นักค้นคว้าราว 60 ปีมานี้ (หรือหลัง พ.ศ. 2500) ไม่เชื่อตามลายลักษณ์อักษรใน อุรังคธาตุว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” หมายถึงเมืองที่มีประตูเมืองจำนวนร้อยเอ็ดประตู ได้พยายามสร้างใหม่ว่าในอุรังคธาตุเขียนตัวเลขว่า “เมือง 101” ต้องอ่านว่าเมือง 10+1 เท่ากับ 11 (สิบเอ็ด)

ต่อมาราว 45 ปีที่แล้ว (หรือ พ.ศ. 2521) นักค้นคว้าชาวอีสานย้ำการสร้างใหม่นี้ว่าเมืองร้อยเอ็ด ที่ถูกต้องคือ “เมืองสิบเอ็ดประตู” และมี “สิบเอ็ดเมืองบริวาร” อยู่ทิศทางต่างๆ ตามจำนวนประตู

3..ผู้มีอำนาจ จ.ร้อยเอ็ด ราว 28 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ. 2538 เชื่อถืออย่างแข็งขันว่าเมืองร้อยเอ็ดที่ถูกต้องคือเมืองสิบเอ็ดประตู จึงควบคุมสถานศึกษาให้เชื่อตาม แล้วบังคับนักเรียนท่องจำพร้อมกับประเพณีสร้างใหม่ มีขบวนแห่สิบเอ็ดเมืองบริวาร เข้าทางสิบเอ็ดประตู ในงาน “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป”

4.ผู้มีอำนาจ จ.ร้อยเอ็ด ราว 18 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ. 2547-2548 มอบหมาย “สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด” เป็นเจ้าภาพปรับปรุงคำขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด จนในที่สุดสรุปได้คำขวัญจังหวัดว่า “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม”

5.ผู้มีอำนาจ จ. ร้อยเอ็ด เมื่อ 14 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ. 2552 จัดสัมมนา “ประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด” สรุปว่า “ร้อยเอ็ด” ไม่ใช่ “11” (สิบเอ็ด)

แต่ผู้มีอำนาจบาตรใหญ่สมัยนั้นบอกข้าราชการในจังหวัดให้เฉยไว้ ไม่ต้องทำตามข้อสรุป

6.ผู้มีอำนาจ จ. ร้อยเอ็ด เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ราว พ.ศ. 2554 ตั้งกรรมการชำระประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด แล้วมีความเห็นร่วมกันให้แก้ไขคำขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่ใช่ “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม”

แต่ผู้มีอำนาจบาตรใหญ่สมัยนั้นบอกว่า “ยังไม่ต้องแก้”

ดังนั้นคำขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นเท็จ จึงดำรงอยู่สืบมาจนปัจจุบัน

กรมศิลปากร

(1.)พ.ศ. 2537 เมื่อ 29 ปีที่แล้ว พิเศษ เจียจันทร์พงษ์เขียนบทความบอกนิยามอธิบายความเป็นมาของชื่อเมืองร้อยเอ็ดว่าจารบนใบลานเป็นตัวอักษรธรรม (ไม่ตัวเลข) อยู่ในอุรังคธาตุ เป็นอุปมาอุปไมย จึงไม่เป็นเรื่องจริง เพียงต้องการยกย่องสรรเสริญว่ามีร้อยเอ็ดประตูเมืองราวเมืองทวารวดีของพระกฤษณะ ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ทั่วประเทศในนิตยสารรายเดือน ศิลปวัฒนธรรม(ฉบับพฤษภาคม 2537 หน้า 168-171)

แต่ผู้มีอำนาจในจังหวัดร้อยเอ็ดไม่สนใจ และไม่อ่าน

(2.)พ.ศ. 2552 เมื่อ 14 ปีที่แล้ว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด จัดนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับชื่อบ้านนามเมือง-ร้อยเอ็ด

ขณะเดียวกันมีเอกสารประกอบสัมมนาฯ “เรื่องเมืองร้อยเอ็ด” โดย ยุทธนาวรากร แสงอร่าม(ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาต ร้อยเอ็ด) เป็นเอกสารดีที่สุดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเมืองร้อยเอ็ด

แต่ผู้มีอำนาจในจังหวัดร้อยเอ็ดไม่อ่าน ไม่สนใจ

  • สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด

ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจ จ. ร้อยเอ็ด ราว 18 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ. 2547-2548 เป็นเจ้าภาพปรับปรุงคำขวัญ ซึ่งได้คำขวัญร้อยเอ็ดว่า “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม” โดยไม่ให้ความสำคัญหลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีมานุษยวิทยาที่มาจากกรมศิลปากร และไม่ฟังข้อคัดค้านทักท้วงจากนักปราชญ์นักค้นคว้านักวิชาการอื่นๆ ทั้งในท้องถิ่นร้อยเอ็ดและนอกร้อยเอ็ด

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีไว้ควบคุมประชาชนให้ศิโรราบยอมจำนนต่ออำนาจตามต้องการของรัฐ ทั้งนี้เพราะ “ผู้ที่ควบคุมปัจจุบัน ย่อมบงการอดีตได้ ผู้ที่ควบคุมอดีตได้ ย่อมบงการอนาคตได้” (จอร์จ ออร์เวลล์ ในหนังสือ 1984)

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด

รัฐบาลควรบัญชาให้กระทรวงวัฒนธรรมปรับใหม่จัดแสดงถาวรประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองร้อยเอ็ด (ตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี-มานุษยวิทยา) และความเป็นมาของชื่อร้อยเอ็ด (ตามหลักฐานคัมภีร์อุรังคธาตุ) เพื่อแบ่งปันข้อมูลตามจริงสู่สาธารณชนชาวร้อยเอ็ด, ชาวไทย, และชาวโลก

ส่วนผู้มีอำนาจ จ.ร้อยเอ็ด จะดันทุรังสร้างความเท็จ “สิบเอ็ดประตู” ก็ตามใจ รอให้ประชาชนตัดสิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...