จับตาชายแดนศรีสะเกษ ปมทุนสีเทา–กาสิโน "ช่องสะงำ"
วันนี้ (3 มิ.ย.2569) สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กลับมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกำลังพลของทั้ง 2 ประเทศบริเวณพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 2 ยังออกแถลงการณ์แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจพบความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงของฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะการวางและดัดแปลงทุ่นระเบิด ที่อาจเพิ่มอานุภาพการทำลายล้างตามแนวชายแดน
เหตุการณ์ล่าสุด เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่โค้งผักบุ้ง ช่องบก เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (3 มิ.ย.) ขณะที่กำลังพลฝ่ายไทยกำลังดำเนินการก่อสร้างบังเกอร์และติดตั้งรั้วลวดหนาม เพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน โดยระหว่างการปฏิบัติงาน มีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 20 นาย เข้ามาแสดงท่าทีคัดค้าน และพยายามขัดขวางการดำเนินงานของฝ่ายไทย
อย่างไรก็ตาม กำลังพลไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ทำให้สามารถดำเนินการติดตั้งรั้วลวดหนามและมาตรการป้องกันต่าง ๆ ได้สำเร็จ โดยจนถึงขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงวางกำลังอยู่ภายในแนวควบคุมของตนเอง และยังไม่มีรายงานการปะทะเกิดขึ้น
ในเวลาเดียวกัน กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งมีการวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน รวมถึงการดัดแปลงทุ่นระเบิดดักรถถังให้มีอานุภาพสูงขึ้นกว่าปกติ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงกำลังติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศ
นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว อีกเรื่องที่ถูกจับตามองคือ ความเคลื่อนไหวบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มทุนสีเทาในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อมูลว่า บ่อนกาสิโนบางแห่ง อาจถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการสแกมเมอร์
จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า ก่อนถึงจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ตั้งจุดตรวจและด่านสกัด เพื่อควบคุมการเข้าออกพื้นที่ โดยไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไป เดินทางเข้าใกล้แนวชายแดน
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในพื้นที่ได้ จะจำกัดเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึงรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งวัสดุและอุปกรณ์สำหรับการก่อสร้างแนวป้องกันของทหารตามแนวชายแดนเท่านั้น
สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้พื้นที่กาสิโนหรือรีสอร์ทในบริเวณช่องสะงำ เป็นฐานของขบวนการสแกมเมอร์นั้น ผู้ประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชาให้ข้อมูลว่า กาสิโนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ยิงสกัดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 เนื่องจากถูกระบุว่า เกี่ยวข้องกับการใช้เป็นฐานปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโรงแรมและที่พักบางแห่งในพื้นที่ ยังคงเปิดให้บริการ และมีรายงานว่า ยังคงใช้รองรับนายทหารกัมพูชา ที่เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมหรือการประชุมตามกรอบความร่วมมือชายแดน เช่น การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ระหว่างไทยและกัมพูชา
ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากการปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการในตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ ซึ่งไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการค้าได้ตามปกติ
หลายพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดน มีผู้คนสัญจรและจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก กลับเผชิญภาวะซบเซาอย่างหนัก จนชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเปรียบเทียบว่า บรรยากาศในพื้นที่ใกล้เคียงกับ "เมืองร้าง" เนื่องจากขาดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าข้ามแดนที่เคยเป็นรายได้สำคัญของชุมชน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในปัจจุบัน ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงประเด็นด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งยังคงต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
ทัพไทยย้ำสันติวิธี ไม่แข่งวาทกรรมกัมพูชา ชี้ความเชื่อมั่นวัดจากการกระทำ
"คูเวต" ประณามอิหร่านโจมตีพุ่งเป้าพลเรือน ละเมิดกฎหมาย-มติ UN
ชาวเชียงใหม่ขับรถลงดอย 30 กม. ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แบ่งเบาภาระ