โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รู้จัก "Backdraft" ระเบิดไฟจากออกซิเจนที่ไหลเข้าในพื้นที่ปิด

Thai PBS

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569 จากเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซ.ลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตยืนยัน ณ วันที่ 13 ก.ค. จำนวน 27 คน และบาดเจ็บอีก 63 คน ข้อมูลระบุว่าเพลิงปะทุขึ้นในช่วงดึกขณะที่มีนักเที่ยวใช้บริการหนาแน่นและลุกลามผ่านฝ้าเพดานอย่างรวดเร็ว ร่างผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกพบกระจุกตัวอยู่บริเวณทางไปห้องน้ำและภายในห้องน้ำ เนื่องจากไฟฟ้าดับและขาดป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญจากการเห็นคลิปวิดีโอเหตุการณ์จริง คือภาพของเปลวไฟที่พุ่งออกมาจากประตูทางเข้าออกของร้านอย่างรุนแรงและรวดเร็วในลักษณะ "ลูกไฟ" (Fireball) ซึ่งสวนทางกับการพยายามเปิดทางเพื่อระบายผู้คน

ลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดข้อสันนิษฐานทางวิศวกรรมดับเพลิงว่า เหตุการณ์นี้อาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Backdraft" ซึ่งเป็นการระเบิดของกลุ่มแก๊สที่สะสมอยู่ในพื้นที่ปิด

ปรากฏการณ์มรณะ Backdraft และสภาวะ Pyrolysis

ปรากฏการณ์ Backdraft คือ Back มาจากย้อนกลับ Draft มาจาก กระแสลม รวมกันเป็น กระแสลมที่ย้อนกลับ อธิบายโดยละเอียดคือ การระเบิดอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้นในพื้นที่จำกัดเมื่อความสมดุลขององค์ประกอบไฟถูกรบกวน

ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพลิงไหม้จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีองค์ประกอบการเกิดไฟทั้ง 3 อย่าง คือ ความร้อน เชื้อเพลิง และ ออกซิเจน เมื่อประจวบเหมาะกัน บวกกับกรณีนี้ที่สถานบันเทิงมีลักษณะเป็นอาคารปิดและบุด้วยวัสดุซับเสียง เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นภายใน ไฟจะใช้ออกซิเจนที่มีอยู่อย่างจำกัดจนเกือบหมด จนเปลวไฟจะค่อย ๆ มอดลง แต่ความร้อนสะสมภายในยังคงสูงจัด อาจสูงกว่า 500 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลให้เชื้อเพลิงอินทรีย์ต่างๆ ภายในอาคาร เช่น โฟมซับเสียง ไม้ หรือพลาสติก เข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า "Pyrolysis"

กระบวนการ Pyrolysis คือ การสลายตัวของสารด้วยความร้อนโดยไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งจะเปลี่ยนวัสดุตกแต่งและโครงสร้างเหล่านี้ให้กลายเป็นแก๊สไวไฟเข้มข้นที่ให้พลังงานความร้อนสูงมาก แก๊สร้อนเหล่านี้จะลอยตัวสะสมอยู่ภายใต้หลังคาหรือฝ้าเพดานที่ปิดสนิท เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่รอคอยเพียงปัจจัยเดียว คือ "ออกซิเจน"

ทันทีที่มีการเปิดประตูทางออกหรือมีช่องเปิดใหม่เกิดขึ้น เช่น หลังคาพังถล่มลงมา ออกซิเจนจากภายนอกจะพุ่งเข้าไปเติมในระบบอย่างกะทันหัน ทำให้แก๊สไวไฟที่สะสมอยู่ลุกติดไฟขึ้นใหม่พร้อมกันทันทีและระเบิดออกมาเป็นลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งย้อนกลับออกมาทางช่องเปิดนั้นด้วยความเร็วและแรงดันมหาศาล

รู้จัก

บทบาทของวัสดุไวไฟและบทเรียนจาก "เมาน์เทน บี"

ปัจจัยเร่งที่ทำให้ Backdraft ในสถานบันเทิงมีความรุนแรงเกินปกติคือ การเลือกใช้ พอลิยูรีเทนโฟม (PU Foam) ในการบุผนังและเพดานเพื่อซับเสียง จากการทดสอบของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) พบว่าพอลิยูรีเทนโฟมชนิดไม่ลามไฟต่ำสามารถจุดติดไฟได้ในเวลาเพียง 3-14 วินาที และจะถึงจุดลุกไหม้รุนแรงที่สุด (Peak Heat Release) ภายในเวลาไม่ถึง 45 วินาที เมื่อวัสดุเหล่านี้ถูกความร้อนจัดในสภาวะขาดออกซิเจน มันจะปล่อยแก๊สไวไฟในปริมาณมหาศาลออกมาสะสมตัวอยู่ภายในเวลาสั้น ๆ

ปรากฏการณ์นี้เคยปรากฏชัดเจนในกรณี ไฟไหม้สถานบันเทิงที่ จ.ชลบุรี "เมาน์เทน บี" ในปี 2565 ซึ่งรายงานการสอบสวนระบุว่า เพลิงได้เผาไหม้ออกซิเจนในร้านจนอยู่ในระดับต่ำ และเกิดกระบวนการ Pyrolysis จนแก๊สร้อนสะสมตัวอยู่ใต้หลังคา เมื่อหลังคาอาคารซึ่งไม่ทนความร้อนสูงได้พังถล่มลงมา ทำให้ออกซิเจนเข้าไปจุดชนวนจนเกิด Backdraft ส่งลูกไฟและควันรูปดอกเห็ดสีน้ำตาลและดำพุ่งออกมาอย่างรุนแรง

ซึ่งลักษณะที่เปลวไฟพุ่งออกจากประตูโรงเบียร์ลาดพร้าวนั้นมีความคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง และแสดงให้เห็นถึงการสะสมพลังงานที่ไม่มีทางระบายออก อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจาก Backdraft เนื่องจากการสรุปสาเหตุต้องอาศัยผลการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ผู้เชี่ยวชาญด้านอัคคีภัย และการวิเคราะห์ลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด

ข้อมูลจาก ศ.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย สมาชิกราชสมาคมแห่งประเทศไทยและกรรมการผู้จัดการ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัยนวัตกรรมบูรณาการ และที่ปรึกษาอาวุโส สมาคมผู้ตรวจอาคาร ให้ข้อมูลใน Bangkok Post เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2565 ว่า ปรากฏการณ์ Backdraft จะไม่ส่งผลรุนแรงหากอาคารมีการติดตั้ง ระบบควบคุมการกระจายควัน (Smoke diffusion control system) ที่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ระบบนี้จะทำหน้าที่ดูดเอาควันและแก๊สร้อนที่เกิดจาก Pyrolysis ออกจากพื้นที่ปิดในขณะเกิดเพลิงไหม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมพลังงานจนถึงจุดระเบิด

นอกจากนี้ กฎกระทรวงปี พ.ศ.2555 ยังกำหนดเข้มงวดเรื่องการใช้วัสดุตกแต่งที่ไม่ลามไฟและการจัดทำทางหนีไฟที่เหมาะสม แต่ในทางปฏิบัติจริง ผู้ประกอบการมักละเลยและปิดตายทางออกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เปลี่ยนสถานบันเทิงให้กลายเป็นคุกเพลิงปิดตาย

ข้อมูลเพิ่มเติม : Risk-Informed Performance-Based Design Concepts and Framework, Backdraft Phenomena. Final Report. 1990-1992., Understanding What a Backdraft Fire Is

อ่านข่าวอื่น :

เช็กรายชื่อ รพ.รับผู้บาดเจ็บ 63 คนเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

เช็กเกณฑ์ กทม.เยียวยา "ผู้ได้รับผลกระทบ" ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

เปิดคลิปนาทีระทึกเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ลูกค้าวิ่งหนีโกลาหล

ย้อนรอย "ซานติก้า-เมาน์เทนบี" กับทางหนีไฟ บทเรียนสู่โรงเบียร์ลาดพร้าวที่ไม่เคยถูกแก้ไข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

อัปเดตรายชื่อ "ผู้เสียชีวิต" ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 15 คนจาก 27 คน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

DSI ขอศาลออกหมายจับ 30 คนคดี Forex มีชื่อ "ภาวุธ" พบยอดรับ-โอนสะสม 833 ล้าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“แซม นีลล์” นักแสดงรุ่นใหญ่วัย 78 ปี นักแสดงนำ “Jurassic Park”

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คลังชง ครม.พรุ่งนี้ เคาะเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนประกาศชื่อ 17 ก.ค.

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว อาชญากรรม อื่น ๆ

DSI-อย. ผนึกกำลัง! ทำลายยาปลอม-ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายเกือบ 4 แสนชิ้น ป้องกันภัยร้ายใกล้ตัว

สยามนิวส์

ศธ. เอาจริง! สั่งย้ายครูพ้นพื้นที่ ตั้งสอบวินัยร้ายแรง ตร.จ่อออกหมายจับ ปมล่วงละเมิดนักเรียน-ครูฝึกสอน

สยามนิวส์

อัยการคุ้มครองสิทธิฯ ยื่นมือช่วยเหยื่อเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ลาดพร้าว” แนะช่องทางเยียวยาฟรี

เดลินิวส์

เปิดข้อมูล"โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" โศกนาฏกรรมไฟไหม้โยงทุนใหญ่ยโสธร

Amarin TV

ปคม. บุกรวบหนุ่มวัย 19 แก๊ง “DOBERMAN” ลวงเน็ตไอดอลสาว 17 อัดคลิปสยิวปล่อยกลุ่มลับ

เดลินิวส์

อย.ร่วมกับ ตร. และภาคีเครือข่าย เผาทำลายของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย 31 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

สวพ.FM91
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...