อย.ร่วมกับ ตร. และภาคีเครือข่าย เผาทำลายของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย 31 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
อย. ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและภาคีเครือข่ายเผาทำลายของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มิใช่ยาเสพติด ครั้งที่ 18 ณ บริษัทอัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จ.สมุทรปราการ จากผลงานปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพจนคดีถึงที่สุด จำนวน 131 คดี ของกลางน้ำหนักรวมกว่า 31 ตัน มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เผาทำลายผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางที่มิใช่ยาเสพติดให้โทษ ณ บริษัทอัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ จากปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากผลงานปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพจนคดีถึงที่สุด จำนวน 131 คดี ของกลางน้ำหนักรวมกว่า 31 ตัน มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท
เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า หน่วยงานต่างๆมีการปฏิบัติงานเชิงรุก ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายอย่างเข้มงวด โดยหลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว ของกลางจะตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขและต้องนำไปทำลาย เนื่องจากเป็นสินค้าที่ลักลอบผลิตหรือนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีฉลากภาษาไทย และไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค จึงไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
สำหรับของกลางที่นำมาเผาทำลายในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,376 รายการ กว่า 3 ล้านชิ้น จาก 131 คดี แบ่งเป็น เครื่องสำอาง 90 คดี อาหาร 51 คดี ยา 32 คดี เครื่องสำอาง 45 คดี เครื่องมือแพทย์ 2 คดี และวัตถุอันตราย 1 คดี โดยคดีสำคัญ อาทิ คดีโกดังลักลอบนำเข้าผ้าอนามัยยี่ห้อนึง ย่านบางขุนเทียน คดีโรงงานลักลอบผลิตยาแก้ไอปลอม ย่านปทุมธานี คดีเครือข่ายผู้ลักลอบนำเข้าและจำหน่าย รวมถึงละเมิดเครื่องหมายการค้าสินค้าเสริมความงามกลุ่มฟิลเลอร์ โบท็อกซ์จากต่างประเทศ คดีลักลอบนำเข้าเครื่องสำอาง เช่น แชมพู ยาสีฟัน ครีมกันแดด น้ำยาเช็ดเครื่องสำอาง คดีร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน ลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศจีนย่านพระราม 9 คดีลักลอบผลิตถุงมือทางการแพทย์ย่านหนองเสือ จ.ปทุมธานี คดีลักลอบนำเข้าแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) ลักลอบนำเข้ายาจุดกันยุง ซึ่งของกลางจากคดีดังกล่าว ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน
ทั้งนี้ หากพบการลักลอบผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปราบปรามผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายอย่างจริงจัง พร้อม
ขอเตือนไปยังผู้ประกอบการว่า อย่านำสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายแก่ประชาชน หากตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขอให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ท้องตลาดอีก