โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เขื่อนอุบลรัตน์เหลือน้ำใช้ได้จริงแค่ 10% ทำฝนหลวงเติม รับมือสถานการณ์เอลนิโญ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ก.ค. 2566 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2566 เวลา 06.46 น.

เขื่อนอุบลรัตน์เหลือน้ำใช้ได้จริงแค่ 10% ทำฝนหลวงเติม รับมือสถานการณ์เอลนิโญ

ปริมาณน้ำกักเก็บที่เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เหลือน้ำเพียง 34% ของความจุอ่าง และเหลือน้ำใช้การได้จริงเพียง 10% ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำฝนหลวงเติมน้ำให้เขื่อนอุบลรัตน์ รับมือสถานการณ์เอลนิโญ

วันที่ 8 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งขณะนี้มีปริมาณกักเก็บอยู่ที่ 816 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 34 ของขอความจุอ่าง มีน้ำใช้การได้จริง 235 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10 โดยมีการระบายน้ำวันละ 8 แสนลูกบาศก์เมตร เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ของลำน้ำพอง ส่วนน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำล่าสุดไหลเข้า 7.69 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์น้อย แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาแต่ฝนได้ตกใต้เขื่อน ทำให้ไม่มีน้ำไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ

นางสาวหนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางศูนย์ได้เตรียมบินทำฝนหลวง เพื่อให้เกิดฝนตก ในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี และ จ.หนองบัวลำภู โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ หลังจากเขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้อย

โดยได้ติดตามสภาพอากาศของกลุ่มเมฆ ที่ก่อตัวเหนือพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อที่จะเตรียมนำสารเคมี ขึ้นเครื่องบินไปโปรยทำฝนหลวง แต่ขณะนี้พบว่าการรวมตัวของเมฆมีปริมาณน้อย ทำให้เมื่อวานการขึ้นบินทำฝนหลวงนั้น มีฝนตกในพื้นที่อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ในปริมาณที่ไม่มาก และวันนี้หากพบกลุ่มเมฆก็จะวางแผนก่อนทำการขึ้นบินทำฝนหลวงทันที โดยขณะนี้ที่ศูนย์มีเครื่องบิน CN และเครื่องบิน คาราแวน รวม 2 ลำ เพื่อช่วยการปฏิบัติการฝนหลวง จะมีการวางแผนทำฝนหลวงทุกวันในพื้นที่ที่ยังต้องการน้ำ

ด้านนายยุทธนา กองถวิล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานขอนแก่น สำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยถึงแผนการรับมือกับสถานการณ์เอลนิโญ ว่า ทางโครงการได้มีการเตรียมรับมือและเฝ้าติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ตามข้อสั่งการของ อธิบดีกรมชลฯ โดยการวางแผนจัดสรรน้ำในพื้นที่ชลประทานแบบประณีต เตรียมพร้อมรับมือเอลนิโญ เน้นเก็บกักน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมใจกันประหยัดน้ำ ลดเสี่ยงปัญหาขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อรับมือกับปรากฏการณ์เอลนิโญ ที่จะส่งผลให้ฤดูฝนของประเทศไทยปีนี้ มีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ และคาดว่าจะกินระยะเวลายาวนานไปจนถึงต้นปีหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนทั่วประเทศ

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้น้ำในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรได้ด้วย จึงได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เอลนิโญอย่างต่อเนื่อง มีการจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้คอยช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...