โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เผยงานวิจัยวิเคราะห์การใช้เทคโนโลยีในการบำบัดอากาศ สู่ทางเลือกการกำหนดนโยบายแก้ปัญหา PM 2.5

The Reporters

อัพเดต 30 พ.ค. 2566 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2566 เวลา 10.35 น.

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงผลการวิจัยเชิงบูรณาการด้านเทคโนโลยีและสังคมเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร โดยมี รศ.ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ “การวิเคราะห์ความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบำบัดฝุ่น PM 2.5 ในบรรยากาศ” โดยยกตัวอย่างการศึกษาข้อมูลของเขตพญาไทในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งมีรายละเอียดผลการวิจัยดังนี้

ข้อมูลค่าความเข้มข้นฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุดในเดือนมกราคม 2564 มีค่า 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานในบรรยากาศทั่วไปของ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงของประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเมื่อพิจารณาค่า ประเภทอัตราการดูดอากาศ จำนวนเครื่อง และค่าใช้จ่าย สำหรับการบำบัดอากาศให้กลับมาอยู่ที่ค่ามาตรฐานนั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1.เครื่องที่มีอัตราการดูดอากาศ 120,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพในการบำบัดสูงสุดของประเทศ มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนเท่ากับ 2 ล้านบาทต่อเครื่อง ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศประเภทนี้ จะต้องมีการติดตั้งทั้งหมด 162 เครื่องในเขตพญาไท เพื่อลดค่าฝุ่น PM 2.5 ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน 24 ชั่วโมง ต้องใช้งบประมาณราว 320 ล้านบาท ไม่รวมค่าบำรุงรักษาระบบในระยะยาว

2.เครื่องฟอกอากาศที่มีอัตราการดูดอากาศ 1,440,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงของประเทศอินเดีย มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนประมาณ 7 ล้านบาทต่อเครื่อง ต้องใช้งบประมาณราว 94 ล้านบาทเพื่อลดความเข้มข้นฝุ่น PM 2.5 ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานรายชั่วโมงสำหรับเขตพญาไทในช่วงเดือนที่มีปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน (เดือนพฤศจิกายน 2563 ถึง กุมภาพันธ์ 2564)

หากใช้ข้อมูลเดียวกันของความเข้มข้นฝุ่นของเขตพญาไทในเดือนมกราคม 2564 แต่ปรับเป็นพื้นที่สวนสาธารณะในกรุงเทพมหานคร เช่นพื้นที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งมีขนาด 196 ไร่ จะใช้เครื่องบำบัดอากาศที่มีอัตราการดูดอากาศ 120,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จำนวนอย่างน้อย 20 เครื่อง ใช้งบประมาณราว 40 ล้านบาท หรือติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศที่มีความสามารถใกล้เคียงกับประเทศอินเดีย จำนวนอย่างน้อย 1 เครื่อง ใช้งบประมาณ 7 ล้านบาท

สำหรับการศึกษาการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในอาคารควบคู่กัน อาจพิจารณาใช้เครื่องฟอกอากาศที่ใช้ระบบตัวกรองไฟเบอร์ ที่มีลักษณะการทำงานแบบดูดอากาศที่มีลักษณะอนุภาพเป็นแบบแห้ง ผ่านกระดาษกรองเส้นใยเพื่อกรองอนุภาคฝุ่น โดยอาศัยแรงกลเพียงอย่างเดียว สำหรับเทคโนโลยีการกรองประเภทนี้ สามารถกรองฝุ่นในอนุภาคต่าง ๆ ได้ดี แต่เทคนิคประสิทธิภาพไม่สูงเท่ากับระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต และระบบฟอกอากาศแบบปล่อยประจุ ที่ใช้การปล่อยประจุไฟฟ้าเข้ามาช่วยดักจับฝุ่น ส่วนการเลือกใช่เทคโนโลยีแต่ละประเภทนั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณ

การนำเสนอข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดในการประยุกต์ใช้ ความเป็นไปได้ และความเหมาะสมในการใช้งานเพื่อตอบโจทย์สภาพปัญหาที่มีความจำเพาะในประเทศไทย รวมถึงประสิทธิผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐในการพิจารณาความเหมาะสมในการกำหนดแนวทางในการสนับสนุนและส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบำบัดฝุ่น PM 2.5 สู่การยกระดับการแก้ไขปัญหาสาธารณะอย่างถูกต้อง และก่อให้เกิดประสิทธิผลในการดำเนินงานในการลดและควบคุมระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 เพื่อลดผลกระทบอันเกิดต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...