โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Spoiler Alert! ในยุคที่การสปอยล์หนังอาจเป็นเรื่องผิดมหันต์ แต่ทำไมบางครั้งการ(แอบ)รู้ตอนจบก่อนอาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 มี.ค. 2565 เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 07.20 น.
Spoiler-Alert-cover

“เดี๋ยวตอนจบ ตัวเอกจะตายกันหมด”

ถ้าอยู่ดี ๆ มีคนมาบอกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหนังหรือซีรีส์ที่กำลังจะตั้งตาดู หรือมา “สปอยล์” ตอนจบกันแบบนี้ หลาย ๆ คนคงไม่สบอารมณ์ และอาจพาลหมดความอยากที่จะดูเรื่องนั้น ๆ ไปเลย เพราะในเมื่อรู้บทสรุปแล้ว จะเหลือเรื่องราวอะไรให้ลุ้นและจะมีเหตุผลอะไรให้ต้องดูต่อไปอีก แต่ในยุคที่หลายคนต่างหาทางในการหลบสปอยล์กันอย่างเอาเป็นเอาตาย กลับมีอีกหลายคนที่ชื่นชอบการ “โดนสปอยล์” แถมจะรู้สึกสบายใจกว่าถ้ารู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และการโดนสปอยล์ทำให้ความสนุกใสการเสพสื่อต่าง ๆ ลดน้อยลงจริงหรือ 

©Matt Popovich/Unsplash

เมื่อการ “หลบสปอยล์” เป็นภาระกิจอันใหญ่หลวง
ช่วงปลายทศวรรษที่ 2010 ที่เพิ่งผ่านมา เปรียบได้กับยุคทองของแฟนหนังและแฟนซีรีส์ เนื่องจากจักรวาลเรื่องราวที่ดำเนินมายาวนานและมีฐานแฟนเหนียวแน่นอย่าง Game of Thrones, Marvel, และ Star Wars ได้เดินทางมาถึงบทสรุป กลายเป็นปรากฏการณ์ที่แฟน ๆ หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ พร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นว่าสิ่งที่พวกเขาคาดเดาเอาไว้นั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ และจะเกิดขึ้นในลักษณะใด แต่ในขณะเดียวกันยิ่งผู้คนตื่นเต้นกับบทสรุป (ที่ตัวเองยังไม่รู้และรอคอยมานาน) มากเท่าไร “การโดนสปอยล์” ไม่ว่าจะเป็นจุดสำคัญ การหักมุม หรือความเป็นไปของเนื้อเรื่องก่อนที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์จากหน้าจอจริง ๆ ก็ยิ่งกลายเป็น “เรื่องร้ายแรง” ที่ไม่อยากให้เกิดมากขึ้นไปเท่านั้น

©Twitter/@Russo_Brothers

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 ก่อนที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่หลายคนรอคอยอย่าง Avengers: Infinity War (2018) จะออกฉายนั้น สองพี่น้องผู้กับกำกับ โจ รุสโซ (Joe Russo) และแอนโธนี รุสโซ (Anthony Russo) ถึงกับออกมาขอความร่วมมือจากแฟน ๆ ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของพวกเขา @Russo_Brothers ว่า ได้โปรดอย่าสปอยล์หรือเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญของภาพยนตร์ ผ่านแฮชแท็ก #ThanosDemandsYourSilence (ธานอสขอให้คุณเงียบ) และในปีต่อมาก็มีคำขอในลักษณะเดียวกันผ่านจดหมายพร้อมแฮชแท็ก #DontSpoilTheEndgame (อย่าสปอยล์ Endgame) ก่อนที่บทสรุปของมหากาพย์เรื่อง Avengers: Endgame (2019) จะเริ่มฉายในโรงภาพยนตร์ ส่วนทางฝั่งค่ายมาร์เวล (Marvel Studios) เอง ก็มีการลงทุนออกแคมเปญเพื่อรณรงค์ให้หยุดการสปอยล์หนังอย่างแข็งขันเช่นกัน ซึ่งแฟน ๆ ส่วนใหญ่ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก หลายคนถึงกับยอมไม่เข้าโซเชียลมีเดียหรือดูทีวีอยู่หลายวันเพื่อ “หลบสปอยล์” สื่อหลายแห่งออกมาให้คำแนะนำวิธีการหลบสปอยล์กันอย่างจริงจัง เช่น การตั้งค่าเพื่อปิดการมองเห็นบนทวิตเตอร์หรือเสิร์ชเอ็นจินต่าง ๆ การไม่ออกไปพบเจอญาติหรือกลุ่มเพื่อนที่มีแนวโน้มจะพูดคุยเรื่องนี้ และการไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ให้เร็วที่สุด! (ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยทำให้ภาพยนตร์ Avengers ทั้ง 2 เรื่องทำรายได้จากทั่วโลกเป็นอันดับหนึ่งในปีที่ออกฉายก็เป็นได้) 

อย่างไรก็ตาม การแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวของภาพยนตร์หรือละครต่าง ๆ  นั้นเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมแฟนหนังแฟนละครมาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่จากเดิมที่เป็นการพูดคุยกันระหว่างเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดหลังจากที่ได้ดูละครที่ออกฉายพร้อมกันทางหน้าจอทีวีจบ การเข้ามาของโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มคอนเทนต์ออนไลน์อย่างเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ยิ่งทำให้วัฒนธรรมการเสพสื่อและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมไปถึงการรีวิวและวิจารณ์ภาพยนตร์หรือซีรีส์นั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวางยิ่งขึ้น ผู้คนสามารถดูซีรีส์เรื่องฮิตจากที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ ซึ่งข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการดู ก็อาจเดินทางไปถึงคนที่ยังไม่อยากรับรู้โดยที่เขาไม่รู้ตัว ยิ่งในปัจจุบันที่ในโลกยุคที่ทุกอย่างกำลังขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การจะหยุดรับรู้เรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะบนโลกออนไลน์นั้น จึงเริ่มกลายเป็นเรื่องยากและแทบเป็นไปไม่ได้ขึ้นไปทุกที และถ้าหากเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจอย่างภาพยนตร์หรือซีรีส์ดังด้วยแล้วล่ะก็ การจะหลบหลีกจากการโดนสปอยล์จึงกลายเป็น “ภารกิจสุดหิน” เอาการ

©Souvik Banerjee/Unsplash

รู้ตอนจบแล้วสนุกน้อยลงจริงหรือ
การดูหนัง ดูซีรีส์ อ่านหนังสือ หรือเล่นเกม ต่างก็เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนเลือกทำในยามที่ว่าง (หรือแม้บางทีไม่ว่างก็อาจจะอยากทำอยู่ดี) ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ต่างก็มีจุดร่วมอยู่อย่างหนึ่งคือการตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “การเล่าเรื่อง” และเรื่องเล่าที่ “สนุก” ก็มักจะสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ให้ผู้คนอยากติดตาม ไม่ว่าจะด้วยการใช้ความลุ้นระทึก การใส่เรื่องราวเหนือความคาดหมาย หรือการผูกปมปัญหาที่รอคอยการคลี่คลาย ทำให้การสปอยล์ถูกมองว่าเป็นตัวร้ายที่จะมาทำลายอารมณ์และขโมยความสนุกที่หลายคนคาดหวังว่าจะได้รับไป เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้รับประสบการณ์และความรู้สึกอย่างที่ “ควรจะเป็น”

©Krists Luhaers/Unsplash

แต่ในความเป็นจริง การสปอยล์อาจไม่ได้ทำให้ความสนุกลดน้อยลงเสมอไป ในปี 2011 โจนาธาน เลวิตต์ (Jonathan Leavitt) และนิโคลัส คริสเตนเฟลด์ (Nicholas Christenfeld) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แซนดิเอโก ได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ โดยให้นักเรียนจำนวน 819 คนอ่านเรื่องสั้น ซึ่งจะมีบางคนได้อ่านสปอยล์ก่อน และหลังจากอ่านจบแล้ว ก็ให้ทั้งกลุ่มที่รู้สปอยล์กับไม่รู้สปอยล์มาให้คะแนนความสนุกของเรื่องราวที่ได้อ่านไป ผลปรากฏว่าโดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มที่โดนสปอยล์รู้สึกสนุกไปกับเรื่องราวที่ได้อ่านไป มากกว่ากลุ่มที่อ่านโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยเล็กน้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าคิดตรงที่ว่า ถ้าหากการไม่รู้สปอยล์ทำให้เราดูหนัง ดูซีรีส์ หรืออ่านหนังสือสนุกขึ้นอย่างที่หลายคนเข้าใจ ทำไมการดูหนังเรื่องโปรดซ้ำ ๆ ไม่ได้ทำให้เราเบื่อ การที่เรื่องราวจากหนังสือ (ที่หลายคนรู้บทสรุป) ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ก็ยังเป็นที่นิยม หรือแม้กระทั่งการนำภาพยนตร์เรื่องเดิมมาทำใหม่ (Remake) ก็ไม่ได้ทำให้ความอยากดูของผู้ชมหายไปไหน ดังนั้นในกรณีเหล่านี้ การสปอยล์จึงไม่ได้ส่งผลต่อประสบการณ์การรับชมเท่าไรนัก และสาเหตุต่อไปนี้อาจเป็นสาเหตุเดียวกันกับที่หลาย ๆ คนชอบพุ่งเข้าหาสปอยล์ของหนังหรือซีรีส์ที่กำลังจะเริ่มดูก็เป็นได้

  • เรื่องราวระหว่างทาง
    แน่นอนว่าถ้าเรารู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปในทางใด เราก็จะทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราดูได้ง่ายขึ้น ยิ่งหากเป็นเรื่องราวที่มีเส้นเรื่องซับซ้อน การรู้สปอยล์อาจมีส่วนช่วยทำให้เราเข้าใจภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นได้แบบไม่ปวดหัวมากนัก และยังทำให้สนุกไปกับเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าการสปอยล์จะดูเหมือนเป็นการทำให้หมดเรื่องราวที่จะต้องลุ้นไป แต่จุดประสงค์ของการดูหนังสักเรื่อง อาจไม่ได้มีแค่บทสรุปเพียงเท่านั้น เหมือนกับที่ทุกคนต่างเดาได้ว่าในหนังโรแมนติก-คอมเมดี้เกือบทุกเรื่องจะจบลงด้วยความสมหวัง แต่สิ่งที่คนดูอยากรู้ไม่แพ้บทสรุปก็คือ เรื่องราวจะดำเนินไปสู่จุดนั้นได้ “อย่างไร” เช่นกัน ซึ่งอลิซาเบธ โคเฮน (Elizabeth Cohen) นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อศึกษาพบว่า การสปอยล์ภาพยนตร์ประเภทแฟนตาซีและไซไฟ (Sci-Fi) มักไม่ได้บอกอะไรผู้ชมมากนัก และถึงจะรู้สปอยล์ ผู้ชมก็ยังสนุกไปกับเรื่องราวได้อยู่ดี

  • สนุกไปกับรายละเอียด
    เมื่อเราพอรู้เรื่องราวในภาพรวมแล้ว สมาธิที่ต้องนำไปใช้ในการทำความเข้าใจเนื้อเรื่องก็จะใช้น้อยลง และสามารถช่วยให้เราไปโฟกัสและรับรู้ถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจแอบซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพบนฝาผนังตรงด้านหลังของฉากที่อาจบอกใบ้อะไรบางอย่าง รายละเอียดของสีหน้าหรือเสื้อผ้าของนักแสดง ไปจนถึงความหมายของเพลงในแต่ละฉาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยยกระดับประสบการณ์ในการรับชมเรื่องราวต่าง ๆ พร้อมกับช่วยให้กังวลน้อยลงว่าจะพลาดอะไรสำคัญไปหรือไม่ได้อย่างดี

  • อย่างน้อยจะได้เตรียมใจ
    ในปัจจุบันที่แพลตฟอร์มภาพยนตร์และซีรีส์มีตัวเลือกให้เรารับชมเยอะจนไม่รู้จะเลือกดูอะไร ประกอบกับสถานการณ์ของโลกที่ดูจะยากต่อการคาดเดาและควบคุม ดังนั้นสำหรับบางคนการได้รู้ว่าหนังหรือซีรีส์ที่กำลังจะดู จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อาจช่วยให้รู้สึกมั่นคงขึ้น โดยเฉพาะกับการดูหนังหรือซีรีส์แนวสยองขวัญ ที่บางทีการรู้เรื่องก่อนอาจช่วยทำให้ดูได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราสามารถเลือกเรื่องราวที่จะช่วยคลายความวิตกจากการต้องเผชิญกับโลกความเป็นจริงได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะแม้ว่าเราไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าต่อไปในชีวิตจริงเราจะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยเราก็เตรียมใจได้ว่า ต่อไปเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นกับภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่เรากำลังดูอยู่นี้จะเป็นอย่างไร

©jose aljovin/Unsplash

เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ชอบโดนสปอยล์
แม้ว่าการรู้สปอยล์จะไม่ได้ทำให้ความสนุกลดน้อยลงสำหรับบางคน แต่ข้อสรุปนี้ก็ไม่อาจได้ใช้ได้กับคนทุกคนและกับภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือหนังสือทุกเรื่อง ซึ่งการศึกษาหนึ่งจากวารสาร Psychology of Popular Media Culture ในปี 2016 ก็ออกมาให้ข้อมูลว่าเหตุผลที่คน ๆ หนึ่งจะชอบหรือไม่ชอบการสปอยล์นั้นอาจขึ้นอยู่กับ “ลักษณะนิสัย” ของแต่ละคนด้วย โดยสังเกตจากลักษณะนิสัยเด่น ๆ 2 อย่าง คือ การคิดอย่างลึกซึ้ง (Need for Cognition) และการใช้อารมณ์ความรู้สึก (Need for Affect) ซึ่งผลก็พบว่า โดยเฉลี่ยกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการคิดวิเคราะห์มาก มีแนวโน้มที่จะสนุกไปกับเรื่องราวที่ยังไม่ถูกสปอยล์มากกว่าการรู้บทสรุปล่วงหน้า ส่วนคนที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์สูง ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ชอบให้ถูกสปอยล์เช่นกัน 

และเพราะนิยาม “ความสนุก” ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป การจะเลือกรู้สปอยล์หรือไม่นั้นจึงควรเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนในการเลือกด้วยตัวเอง และสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ “การเคารพ” ในความต้องการของกันและกันโดยไม่ก้าวข้ามนั่นเอง

ที่มา :
บทความ “The case for spoilers: Why some people are happier knowing how the story ends” โดย Olga Mecking จาก washingtonpost.com 
บทความ “Enough with the spoiler alerts! Plot spoilers often increase enjoyment” โดย Alan Jern จาก theconversation.com 
บทความ “Spoiler alert! Why some people want to know what happens next” โดย Meghan Holohan จาก today.com 
บทความ “How Social Media Gave Rise To The World Of Spoiler Culture” โดย Victoria Cotman จาก theurbanlist.com 
บทความ “Spoiler alert: Why people love looking up spoilers” โดย Elena Cresci จาก bbc.com 
บทความ “Spoiler alert: spoilers make you enjoy stories more” โดย Andy Murdock จาก universityofcalifornia.edu 

เรื่อง : ณัฐชา ตะวันนาโชติ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

ธรรมศาสตร์ ประกาศ ให้บุคลากรเวิร์กฟรอมโฮม พิจารณาตามความจำเป็น ขอถอดสูท ตั้งแอร์ 26 องศา

MATICHON ONLINE

ม.เกษตร ให้พิจารณาสอนออนไลน์-เวิร์กฟรอมโฮมได้ ช่วยประหยัดพลังงาน

MATICHON ONLINE

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ บาร์เซโลน่า ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก วันนี้ 10 มี.ค.69

PostToday

ถอดรหัส "7 สเต็ปผิวใส" ตามคำแนะนำแพทย์ผิวหนัง ทาอะไรก่อน-หลัง ให้ได้ผลดีที่สุด

sanook.com

เปิดโผ 10 อันดับ จังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

ชวนดู LAEMSAK STREET ART สตรีตอาร์ตที่เปลี่ยนชุมชนในกระบี่ให้กลายเป็น ‘พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง’

ONCE
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...