ตะวันออกกลางเดือด! อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่ม ตอบโต้อิสราเอล-สหรัฐฯ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดอย่างหนัก หลัง อิสราเอล และ สหรัฐอเมริกา ประกาศปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่อ อิหร่าน โดยในช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้เกิดเหตุระเบิดในกรุง เตหะราน และอีกอย่างน้อย 5 เมืองทั่วประเทศ
ต่อมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศเริ่มปฏิบัติการตอบโต้ครั้งใหญ่ ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนไปยังหลายจุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยสำนักข่าว Fars รายงานว่า เป้าหมายรวมถึงฐานทัพอากาศอัล อูเดด ใน กาตาร์ ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม ใน คูเวต ฐานทัพอากาศอัล ดัฟรา ใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ใน บาห์เรน
ที่บาห์เรน มีรายงานการโจมตีบริเวณกองบัญชาการกองเรือที่ 5 ในเขตจัฟแฟร์ ทางใต้ของกรุง มานามา ส่งผลให้เกิดระเบิดขนาดใหญ่ รัฐบาลบาห์เรนประณามว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงอย่างโจ่งแจ้ง ขณะที่กาตาร์ยืนยันสามารถสกัดขีปนาวุธหลายลูกที่มุ่งเป้าโจมตีดินแดนของตนได้ พร้อมประกาศปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบิน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุระเบิดหลายระลอกในกรุงริยาดห์ ของ ซาอุดีอาระเบีย ส่วนใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีเสียงระเบิดจากการยิงสกัดขีปนาวุธหลายครั้งที่เมืองดูไบและกรุง อาบูดาบี โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายจากสะเก็ดระเบิด ทางการยูเออีประกาศปิดน่านฟ้า พร้อมประณามการกระทำของอิหร่านและสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้
ด้าน จอร์แดน กองทัพสามารถยิงสกัดขีปนาวุธได้ 2 ลูก แต่ยังไม่ยืนยันแหล่งที่มา ขณะที่กรุงเทลอาวีฟของ อิสราเอล มีรายงานเสียงระเบิดหลายครั้งเช่นกัน คาดว่าเป็นการยิงตอบโต้ของอิหร่าน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต
ผลกระทบลุกลามสู่ภาคการบิน โดย Turkish Airlines ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปยังหลายประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงกาตาร์ คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน เลบานอน ซีเรีย อิรัก อิหร่าน และจอร์แดน ขณะที่สายการบินอื่น ๆ ก็ทยอยยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มเติม ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะต่อไป
กระทรวงต่างประเทศแนะคนไทยใน 'อิหร่าน-อิสราเอล' ออกจากพื้นที่เสี่ยง
กระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากการสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ (หากยังเปิดให้บริการ) หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัย (shelter) ป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธได้ให้บริการอยู่โดยเร็ว
นอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวดพิจารณาการตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรณีที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง
ภาพและที่มา: รอยเตอร์