ลืมตาย!! มะเร็งระยะสุดท้าย อยู่ได้อีก 40 ปี
เรื่องราวสุดมหัศจรรย์ที่สร้างแรงบันดาลใจไปทั่วโลก เกี่ยวกับชายที่เอาชนะคำทำนายของแพทย์ด้วย "วิถีชีวิต" บนเกาะที่ขึ้นชื่อว่ามีประชากรอายุยืนที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
สตามาติส โมไรติส (Stamatis Moraitis) ชายชาวกรีซที่อพยพมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น"มะเร็งปอดระยะสุดท้าย" แพทย์บอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 6 เดือนเท่านั้น แทนที่จะทนรับการรักษาที่เจ็บปวดในโรงพยาบาล โมไรติส ตัดสินใจกลับไปยังบ้านเกิดของเขาที่เกาะอิคาเรีย ประเทศกรีซ เพื่อใช้เวลาช่วงสุดท้ายในที่ที่เขาเติบโตมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นปาฏิหาริย์ที่วิทยาศาสตร์ยังต้องทึ่ง
เกาะอิคาเรียถูกจัดว่าเป็นหนึ่งใน"Blue Zones" ของโลก (พื้นที่ที่คนมีอายุยืนยาวเกินค่ามาตรฐาน) สิ่งที่โมไรติสทำเมื่อกลับไปถึงบ้านเกิดไม่ใช่การนอนรอความตาย แต่คือการจมดิ่งไปกับวิถีชีวิตธรรมชาติ
เขาตัดขาดจากความรีบเร่ง ตื่นนอนเองโดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก และงีบหลับทุกบ่าย ทานอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก และดื่มไวน์ท้องถิ่นที่ทำเองกับเพื่อนๆ
การออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัว เพราะเขาดูแลสวนผักและไร่องุ่นด้วยตัวเอง ซึ่งสภาพภูมิประเทศที่ลาดชันบังคับให้เขาต้องเดินขึ้นลงทุกวัน
การมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและระดับความเครียดที่ต่ำมาก ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
โมไรติส มีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ผ่านไป 10 ปี 20 ปี และในที่สุดก็ถึง 40 ปี! จนเขากลายเป็นชายชราที่แข็งแรง
มีเรื่องเล่าตลกปนทึ่งว่า หลายทศวรรษต่อมาเขาพยายามกลับไปตามหาทีมแพทย์ชาวอเมริกันที่เคยตรวจเขา เพื่อจะบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แต่ปรากฏว่า "หมอเหล่านั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว" เมื่อถูกถามว่ามะเร็งหายไปได้อย่างไร เขาตอบสั้นๆ เพียงว่า "มันก็แค่หายไปเอง"
แม้เรื่องนี้จะดูเหมือนปาฏิหาริย์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุยืน (Longevity) วิเคราะห์ว่ามีเหตุผลรองรับ
อาหารแบบชาวเกาะ (Mediterranean Diet) และอากาศบริสุทธิ์ ช่วยลดระดับการอักเสบในร่างกาย และด้วยสุขภาพจิตที่ดี รวมทั้งมี "มีจุดมุ่งหมาย" ในการดูแลสวนและการมีสังคมที่อบอุ่น ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันอย่างมหาศาล
นอกจากนั้น การเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเข้ายิมอย่างหนัก แต่คือการเคลื่อนไหวเบาๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้ร่างกายไม่ทรุดโทรม.
ที่มาและภาพ : Insight / Mirror UK / BBC Global / freepik