โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พีระพันธุ์’ เผย รทสช. ชูนโยบายตั้งกองทุนฉุกเฉิน ช่วย ปชช.

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่เขตมีนบุรีและเขตหนองจอก เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบายพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. ได้แก่ นายอัฏฐพล สิทธิชัยอารีกิจ เบอร์ 5 เขต 16 (คลองสามวา) นายกรัณ ดรัลพงศ์ เบอร์ 8 เขต 17 (คลองสามวา–หนองจอก) นายฮาซัน วันนุ เบอร์ 9 เขต 18 (หนองจอก–มีนบุรี–ลาดกระบัง)และนายภูเบศ โพธิ์โซ๊ะ เบอร์ 5 เขต 19 (มีนบุรี–สะพานสูง) บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากมารอให้การต้อนรับและให้กำลังใจตลอดเส้นทาง

สำหรับการลงพื้นที่บริเวณตลาดสัมมากร และตลาดหทัยมิตร เขตมีนบุรี นายพีระพันธุ์ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด ซึ่งหลายคนระบุว่ารู้สึกดีใจที่ได้พบกับนายพีระพันธุ์ พร้อมกล่าวขอบคุณที่เคยแก้ไขปัญหาด้านพลังงานและช่วยลดภาระค่าครองชีพโดยอยากให้กลับมาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอีกครั้ง

หลังจากนั้น นายพีระพันธุ์ได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนฮาซานั้ลเอี๊ยะห์ซาน เขตหนองจอก เพื่อพบปะและพูดคุยกับพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ พร้อมย้ำว่าพรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมไทย

นายพีระพันธุ์ได้กล่าวถึงผลงานที่ผ่านมา โดยยกตัวอย่างการต่อสู้คดีโฮปเวลล์ ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 30 ปี ก่อนสามารถพลิกกลับมาชนะคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ช่วยประเทศประหยัดงบประมาณกว่า 25,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่แก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิแม้แต่ใบเดียว โดยต้องใช้เวลากว่า 2 ปี ในการผลักดันและต่อสู้กับระบบและกลุ่มผลประโยชน์ จนสามารถคลี่คลายปัญหาได้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายพีระพันธุ์กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจ โดยระบุว่า ตัวเลข GDP เป็นเรื่องของบริษัทขนาดใหญ่ แต่ปัญหาของประชาชนคือ "ไม่มีจะกิน" พรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอแนวคิด "เกษตรกรทำเงิน" เปลี่ยนชาวนาจากผู้ขายข้าวเปลือก เป็นผู้ประกอบการเต็มรูปแบบ ผ่านการตั้งโรงสีชุมชนขนาดใหญ่ กำลังผลิตรวม 1 ล้านตัน ซึ่งหากแปรรูปเป็นข้าวสารจะขายได้กิโลกรัมละประมาณ 30 บาท รวมรายได้จากผลพลอยได้อื่นๆ จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่อรอบการผลิตไม่ต่ำกว่า 225,000 บาท ซึ่งสูงกว่าระบบเดิมหลายเท่า พร้อมกันนี้ ยังเตรียมแก้ปัญหาที่ดินทำกินแบบเบ็ดเสร็จ ยุติความขัดแย้งเรื่อง "ป่ารุกคน หรือ คนรุกป่า" เสนอจัดตั้ง "ศาลที่ดิน" เพื่อคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว

ส่วนการแก้ปัญหาหนี้สิน เสนอจัดตั้ง "กองทุนฉุกเฉิน" วงเงิน 50,000 ล้านบาท ช่วยประชาชน 1 ล้านคน กู้คนละ 50,000 บาท ผ่อนชำระได้นาน 10 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสร้างงานเพิ่ม 300,000 ตำแหน่ง เงินเดือน 12,000 บาท เพื่อรองรับผู้ว่างงาน นักศึกษาจบใหม่ และผู้สูงอายุ รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ กยศ. ด้วยการ "ทำงานแทนการใช้หนี้" โดยให้ยกเลิกการฟ้องร้องสำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถในการชำระ แต่ให้ทำงานเพื่อสังคมแทนจนหนี้หมด

นายพีระพันธุ์เน้นย้ำถึงนโยบายพลังงาน ว่าเป็นหัวใจของการลดค่าครองชีพ โดยเสนอให้ควบรวม 3 การไฟฟ้า เพื่อลดกำไรซ้ำซ้อน และตั้งเป้าลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย ส่วนราคาน้ำมัน ย้ำว่า ประชาชนถูกทำให้หลงเชื่อว่าต้องอิงราคาสิงคโปร์ แต่จากการใช้อำนาจตาม กฎหมายมาตรา 8 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 บังคับให้ผู้ค้าน้ำมันเปิดเผยต้นทุนที่เคยอ้างว่าเป็นความลับทางการค้า ทำให้เห็นความจริงว่าต้นทุนการผลิตจริงไม่ถึง 20 บาท

"ถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะทำให้น้ำมันราคา 25 บาทต่อลิตร ให้ได้ เพราะเราเห็นตัวเลขทั้งหมดแล้ว ส่วนที่เกินไปคือค่าการตลาดและกำไรของกลุ่มทุนที่เกินควร" นายพีระพันธุ์ กล่าว

สำหรับพลังงานสะอาด นายพีระพันธุ์ เสนอให้ยกเลิกขั้นตอนอนุญาตที่ซ้ำซ้อน พร้อมผลักดันกฎหมายให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติสร้างขึ้นเพื่อเป็นพรรคของคนไทยทุกคน ทำงานเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เพื่อสร้างอำนาจหรือผลประโยชน์ให้กับตัวบุคคลหรือกลุ่มใด พร้อมขอให้ทุกคนเลือกคนทำงานเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...