โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุทยานฯ เดินหน้าแก้ไขปัญหาคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยเหลือประชาชนเต็มที่

เดลินิวส์

อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 1.35 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างจริงจัง ชูเป็นวาระสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน พร้อมเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 69 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เป็นภารกิจลำดับต้นที่กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญสูงสุด โดยปัจจุบันได้ผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติตามมติคณะรัฐมนตรี ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทั้งนี้ได้มีการวางกรอบยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาครอบคลุม 6 ด้านหลัก ประกอบด้วยการฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัยในป่าลึกให้มีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ การสร้างและปรับปรุงแนวป้องกันช้างป่า การพัฒนาระบบช่วยเหลือเยียวยาที่เป็นธรรม การจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างเป็นระบบ การควบคุมประชากรด้วยวัคซีนคุมกำเนิด ตลอดจนการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วและเครือข่ายประชาชนรวมเกือบ 500 ชุด เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันอันตรายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

ทางด้านสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ระบุว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบสถิติช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าสร้างความเดือดร้อนรวมกว่า 34,986 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2567 และ 2568 ที่ผ่านมา มียอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมเกือบ 130 ราย สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในปี 2569 ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พบว่ามีช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์แล้วกว่า 8,800 ครั้ง สร้างความเสียหายไปแล้ว 2,071 ครั้ง และมีรายงานผู้เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บอีก 19 ราย ขณะเดียวกันความขัดแย้งดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อประชากรช้างป่า โดยตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน มีช้างป่าเสียชีวิตถึง 101 ตัว และบาดเจ็บ 51 ตัว ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเป็นระบบ

สำหรับการยกระดับความช่วยเหลือประชาชน กรมอุทยานฯ ได้จัดสรรเงินอนุรักษ์สัตว์ป่าหรือเงินรายได้เพื่อเยียวยาผู้ประสบเหตุจากสัตว์ป่าตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบันไปแล้วกว่า 11 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันระเบียบการช่วยเหลือเยียวยาจากงบประมาณกลางซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เพื่อให้การชดเชยค่าเสียหายมีความเหมาะสมและเป็นธรรมมากที่สุด ปัจจุบันมีผู้ยื่นความประสงค์ขอรับเงินเยียวยาแล้วกว่า 1,000 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 42.3 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเสนอขอรับงบกลางงวดแรกจำนวน 7.3 ล้านบาทจากสำนักงบประมาณ และอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนในงวดถัดไปอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้นกรมอุทยานฯ ยังมุ่งเน้นการปฏิบัติงานตามมาตรการเฝ้าระวังและผลักดันช้างอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่กระบวนการเฝ้าระวังและรับแจ้งเหตุที่รวดเร็ว โดยมีชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ติดตามและผลักดันช้างกลับคืนสู่ป่าทันที พร้อมประสานงานกับผู้นำชุมชนเพื่อแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในเส้นทางเสี่ยงทราบล่วงหน้า ในยามวิกฤติเจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกับช้างป่าอย่างถูกวิธีผ่านการประชาสัมพันธ์และการติดตั้งป้ายเตือนในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละท่ามกลางสภาวะที่ยากลำบากและเสี่ยงภัย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เพื่อมุ่งหวังให้คนและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนและลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุดในระยะยาว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...