โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Etihad Airways ผลประกอบ 68 การแกร่ง กำไรทะลุ 698 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขยายฝูงบินสู่ 127 ลำ

TODAY Bizview

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

สายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways) ประกาศรายงานผลประกอบการทางการเงินและการดำเนินงานประจำปีที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นปีที่สี่ติดต่อกันที่สายการบินสร้างผลกำไรอันน่าประทับใจ ผลลัพธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขยายเครือข่ายและฝูงบินอย่างรวดเร็วตลอดทั้งปี ความต้องการของผู้โดยสารที่แข็งแกร่งในตลาดโลก และความสามารถของสายการบินในการขยายการดำเนินงานพร้อมทั้งปรับปรุงความพึงพอใจของลูกค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานของสายการบินในเวลาเดียวกัน

ไฮไลต์สำคัญด้านการเงินและการดำเนินงาน

สายการบินเอทิฮัดเผยการเติบโตอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา ทั้งการให้บริการผู้โดยสารจากทั่วโลกจำนวนทั้งสิ้น 22.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณที่นั่งผู้โดยสาร (Available Seat Kilometers: ASK) ขยายตัวสู่ระดับ 111.5 พันล้านกิโลเมตร สะท้อนการขยายเครือข่ายและศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ความต้องการเดินทางยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั่วทั้งเครือข่าย ส่งผลให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 88.3% (+2 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน) ตอกย้ำประสิทธิภาพการบริหารจัดการและความสามารถในการรองรับการเติบโตของสายการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเติบโตนี้ส่งผลให้รายได้ของสายการบินเพิ่มขึ้นอย่างแบบก้าวกระโดด โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 21 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 30.7 พันล้านดีร์แฮม หรือราว 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้เหล่านี้มาจากการขยายตัวทั้งในธุรกิจขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า ซึ่งรายได้จากผู้โดยสาร (Passenger Revenue) เพิ่มขึ้น 24 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็น 25.8 พันล้านดีร์แฮม หรือราว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความจุที่เพิ่มขึ้น ความต้องการที่ยั่งยืน อัตราการบรรทุกผู้โดยสารที่มากขึ้น รวมถึงผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกด้วย

ในด้านรายได้จากธุรกิจขนส่งสินค้าของสายการบินเอทิฮัด (Cargo Revenue) ก็เติบโตเช่นเดียวกัน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 8% รวมมูลค่ากว่า 4.5 พันล้านดีร์แฮม หรือ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเพิ่มขึ้นของทั้งความจุและปริมาณการขนส่ง ส่งผลให้ปริมาณสินค้าขยายตัว 9% หรือเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 700,000 ตัน การขยายตัวของฝูงบินโดยสารยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผลการดำเนินงานด้านคาร์โก้ ผ่านการเพิ่มความจุในการบรรทุกสินค้าใต้ท้องเครื่อง ตอกย้ำประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของรูปแบบการดำเนินงานแบบบูรณาการระหว่างผู้โดยสารและสินค้า ด้วยศักยภาพด้านความจุที่เพิ่มขึ้นนี้ ประกอบกับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ SF Express ทำให้สายการบินเอทิฮัดก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้ารายใหญ่ที่สุดระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และตะวันออกกลาง โดยให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้ามากกว่า 100 เที่ยวต่อเดือน

ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย EBITDA เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 6.3 พันล้าน ดีร์แฮม หรือ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มีอัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 20% (+2pp เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) ด้วยการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการควบคุมต้นทุนต่อหน่วยอย่างมีวินัย ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 2.6 พันล้านดีร์แฮม หรือ 698 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นสู่ 8.4% (+1.5pp เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) ซึ่งสูงกว่าอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึงสองเท่าตัว หรือ 3.9% ตามการประมาณการของ IATA ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ ผลกำไรที่น่าประทับใจยังส่งผลให้กระแสเงินสดเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานพุ่งสูงถึงเกือบ 8 พันล้านดีร์แฮม หรือมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เอทิฮัดสามารถจัดหาเงินทุนสำหรับความต้องการด้านการลงทุน (Capex) ของปีนี้ได้อย่างครบถ้วนและสามารถลดภาระหนี้สินในงบดุลลงได้ในระยะเวลาเดียวกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ความแข็งแกร่งทางการเงินและกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทได้รับการยอมรับเพิ่มเติมในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตจาก Fitch เป็น AA- เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน โดยถือเป็นอันดับเครดิตสูงสุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะในกลุ่มสายการบินระดับโลก

อันโตโนอัลโด เนเวส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินเอทิฮัด (Antonoaldo Neves, Chief Executive Officer at Etihad Airways) กล่าวว่า “ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเอทิฮัด และเป็นปีที่เราสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นในทุกตัวชี้วัดหลัก พร้อมทำกำไรต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่เพียงสะท้อนถึงผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ยังตอกย้ำว่ากลยุทธ์ของเราได้ผลจริง และกำลังวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

“ผมขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่เลือกเอทิฮัดและไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ความเชื่อมั่นของท่านคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้า ในขณะเดียวกัน ผมขอขอบคุณพนักงานทุกคนทั่วทั้งองค์กรสำหรับความมุ่งมั่น ความเป็นมืออาชีพ และความภาคภูมิใจในสิ่งที่พวกเขาทำ ความทุ่มเทในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย คือหัวใจของความสำเร็จของเราในปีแห่งการเติบโตครั้งสำคัญนี้ และเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เราสามารถต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกสู่อาบูดาบีได้มากยิ่งขึ้น” เขากล่าวต่อไปอีกว่า “ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ฝูงบินที่กำลังขยายตัว และเป้าหมายที่ชัดเจน เอทิฮัดพร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จนี้ สร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องให้กับทั้งผู้โดยสาร พนักงานของเรา และสนับสนุนบทบาทของอาบูดาบีในฐานะศูนย์กลางการบินระดับโลก”

การสนับสนุนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอาบูดาบี

ในปีพ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เอทิฮัดยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของเที่ยวบินตรงและโปรแกรม Etihad Stopover ซึ่งเปลี่ยนช่วงเวลาการต่อเครื่องให้เป็นโอกาสในการท่องเที่ยวที่คุ้มค่า จำนวนผู้โดยสารเที่ยวบินตรงเพิ่มขึ้น 900,000 คนจากปีก่อนหน้า รวมเป็น 5.5 ล้านคน จาก 4.6 ล้านคนในปี พ.ศ. 2567 ขณะเดียวกัน โปรแกรม Etihad Stopover ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 170,000 คน เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับ 80,000 คนในปี พ.ศ. 2567 การเติบโตดังกล่าวตอกย้ำบทบาทของเอทิฮัดในฐานะกลไกพลักดันอันสำคัญของภาคการท่องเที่ยวอาบูดาบี ขับเคลื่อนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าและค้างคืน ผ่านการขยายเครือข่ายเส้นทางของสายการบิน

โมฮัมเหม็ด อาลี อัล โชราฟา ประธานกรรมการของสายการบินเอทิฮัด (His Excellency Mohammed Ali Al Shorafa, Chairman of Etihad Airways) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานด้วยสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของเอทิฮัดในปี พ.ศ. 2568 นี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์์ในระยะยาว พร้อมกับความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรของทีมผู้นำและพนักงานทุกคน ในฐานะสายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เอทิฮัดมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างการเชื่อมต่อกับนานาประเทศ ผลักดันการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว และสนับสนุนการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจของอาบูดาบี อันเป็นรากฐานสำคัญของวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นระยะยาวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์”

การเติบโตของเอทิฮัดในปี พ.ศ. 2568 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยอิงจากการคาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศทั่วประเทศ ซึ่งเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสายการบินในการสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า และเป้าหมายทางเศรษฐกิจในวงกว้างของอาบูดาบี

การเติบโตดังกล่าวเกิดจากปีแห่งการขยายตัวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอทิฮัด โดยในปี พ.ศ. 2568 สาย การบินได้เพิ่มเครื่องบินใหม่จำนวน 29 ลำ ส่งผลให้ฝูงบินที่ให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 127 ลำ การขยายฝูงบินครั้งนี้ช่วยเพิ่มความถี่เที่ยวบิน รองรับความต้องการที่เติบโตขึ้น และขยายเครือข่ายการเชื่อมต่อระหว่างอาบูดาบีกับจุดหมายปลายทางทั่วโลกได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

ด้วยการเติบโตของฝูงบินดังกล่าว เอทิฮัดจึงขยายเครือข่ายจาก 94 จุดหมายปลายทางทั้งสิ้นเป็น 110 แห่ง จำนวนเที่ยวบินขึ้น-ลงทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 90,000 เที่ยว เป็น 105,000 เที่ยว การขยายตัวมุ่งเน้นไปที่การเปิดตลาดต่างประเทศใหม่ๆ และเพิ่มการเข้าถึงเที่ยวบินตรงไปยังอาบูดาบีจากทั่วยุโรป เอเชีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือ

จากการดำเนินงานมาตลอดทั้งปี หนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด ได้แก่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวต่อภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตอย่างรอบคอบและยั่งยืนของบริษัท

เอทิฮัดเสริมความแข็งแกร่งด้านการเชื่อมต่อโดยตรง ด้วยการเปิดตัว 7 จุดหมายปลายทางใหม่ในภูมิภาค ได้แก่ ฮานอย เมดัน กระบี่ เชียงใหม่ พนมเปญ ฮ่องกง และไทเป ซึ่งช่วยยกระดับการเชื่อมต่อของอาบูดาบีกับนานาประเทศ และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีนัยสำคัญ หลายเส้นทางได้รับการสนับสนุนจากการนำเครื่องบินรุ่นใหม่ A321LR เข้าประจำการ โดยเริ่มให้บริการครั้งแรกที่ภูเก็ตในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 ช่วยให้สายการบินสามารถขยายเครือข่ายได้อย่างตรงจุด พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมของสายการบินเอทิฮัดสู่ทั้งเมืองหลักและเมืองศักยภาพทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประสบการณ์อันเหนือระดับสำหรับผู้โดยสาร

ตลอดปี พ.ศ. 2568 เอทิฮัดเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารควบคู่กับการขยายเครือข่ายและฝูงบินอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตที่ไม่ลดทอนคุณภาพการบริการและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ การลงทุนในห้องโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจครอบคลุมถึงที่นั่งแบบปรับเอนราบเต็มรูปแบบบนเครื่องบิน A321LR การยกระดับเมนูอาหารบนเครื่อง ชุดสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ตลอดจนการปรับโฉมห้องรับรองและบริการภาคพื้นให้หรูหราเหนือระดับ เพื่อรักษามาตรฐานประสบการณ์ระดับพรีเมียมอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่ขยายความจุอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการบริการภาคพื้น เอทิฮัดได้ยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารชั้นหนึ่งในเส้นทางที่มากขึ้น พร้อมเปิดตัวบริการผู้ช่วยส่วนตัว บริการรถรับส่งส่วนตัว การเช็คอินช่องทางพิเศษ และสิทธิพิเศษมากมายภายในสนามบิน บริการเหล่านี้พร้อมมอบประสบการณ์การเหนือระดับ ราบรื่น และไร้รอยต่อในทุกช่วงของการเดินทาง

การลงทุนเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และการเปิดตัวเว็บไซต์รวมถึงแอปพลิเคชันบนมือถือโฉมใหม่ ที่ช่วยให้ผู้โดยสารจัดการการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น และทำให้ประสบการณ์โดยรวมราบรื่นมากขึ้นในทุกขั้นตอน ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจโดยรวม (Net Promoter Score) เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า โดยคะแนนดีขึ้นในทุกชั้นโดยสารและตลอดทุกช่วงของการเดินทาง สะท้อนถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจนทั้งด้านความสะดวกสบาย ความน่าเชื่อถือ และการใช้งานผ่านช่องทางดิจิทัล

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอทิฮัดยังคงเดินหน้าขยายทางเลือกและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้โดยสารผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงเที่ยวบินร่วม (codeshare) และความร่วมมือด้านโปรแกรมสะสมไมล์กับสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์และฮ่องกงแอร์ไลน์ ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยให้การเดินทางระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาบูดาบีสะดวกยิ่งขึ้น รองรับทั้งการเดินทางเพื่อพักผ่อนและธุรกิจ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของเอทิฮัดในฐานะสายการบินระดับพรีเมียมสำหรับนักเดินทางในภูมิภาค

รางวัลอันทรงเกียรติและคำชื่นชม

เอทิฮัดปิดท้ายปี พ.ศ. 2568 ด้วยความสำเร็จด้านรางวัลระดับนานาชาติกว่า 25 รางวัล ครอบคลุมทั้งด้านประสบการณ์ผู้โดยสาร ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการดำเนินงาน รางวัลสำคัญที่ได้รับ อาทิ การคว้าตำแหน่งสายการบินที่มอบประสบการณ์ลูกค้าดีที่สุดในโลก และสายการบินชั้นประหยัดดีที่สุดในโลก จาก World Travel Awards รวมถึงการได้รับสถานะสายการบินระดับห้าดาวจาก APEX การติดอันดับสายการบินชั้นนำของโลกจากคะแนน AirHelp และการเป็นสายการบินรายแรกในภูมิภาคที่ได้รับคะแนนความปลอดภัยระดับเจ็ดดาวพลัสจาก AirlineRatings ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 เอทิฮัดยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นสายการบินบริการเต็มรูปแบบที่ปลอดภัยที่สุดในโลกจาก AirlineRatings ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยึดความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานมาโดยตลอด

บุคลากรของเอทิฮัด

ตลอดปี พ.ศ. 2568 เอทิฮัดยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในเรื่องการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตทั้งในสายงานปฏิบัติการและสายงานองค์กร พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้านภาวะผู้นำและศักยภาพการดำเนินงาน โดยในปีดังกล่าว สายการบินได้ต้อนรับพนักงานใหม่มากกว่า 3,200 คน และเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานในองค์กรราว 2,200 คน

การสรรหาบุคลากรด่านหน้า (frontline) ยังคงเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญหลัก โดยได้รับลูกเรือใหม่ประมาณ 1,600 คน และนักบินเกือบ 400 คนเข้าร่วมงานในปี พ.ศ. 2568 เพื่อรองรับความเติบโตควบคู่กับการรักษามาตรฐานการบริการและความพร้อมในการปฏิบัติการ ขณะเดียวกัน เอทิฮัดยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพจากภายในองค์กร โดยมีการเลื่อนตำแหน่งลูกเรือราว 1,500 คน และนักบินเกือบ 150 คนในปีเดียวกัน

บุคลากรของเอทิฮัดในปี พ.ศ. 2568 นั้นมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมาจาก 152 สัญชาติ สะท้อนถึงความหลากหลายและการดำเนินงานในระดับโลกของสายการบิน พร้อมกันนี้ เอทิฮัดยังคงมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรสัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านโครงการนักบินฝึกหัด และโครงการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อให้บุคลากรเอมิเรตีมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นต่อความสำเร็จระยะยาวขององค์กร

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2568 เอทิฮัดยังวางรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะถัดไป ด้วยการประกาศคำสั่งซื้อเครื่องบินครั้งสำคัญในเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแผนฝูงบินระยะยาว และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับการขยายเครือข่าย การเติบโตในอนาคต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

สรุปรวมไฮไลต์สำคัญของเอทิฮัด ในปี .. 2568

  • กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 2.6 พันล้านดีร์แฮม หรือ 698 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไร 8.4%
  • รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 30.7 พันล้านดีร์แฮม หรือ 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งทั้งในธุรกิจผู้โดยสารและธุรกิจขนส่งสินค้า
  • รายได้จากผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 25.8 พันล้านดีร์แฮม หรือ 7.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของกำลังการผลิตที่รวดเร็ว การขยายเครือข่าย และความต้องการที่แข็งแกร่ง
  • รายได้จากสินค้าเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 4.5 พันล้านดีร์แฮม หรือ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตและปริมาณที่เพิ่มขึ้น
  • EBITDA เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 6.3 พันล้านดีร์แฮม หรือ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตรากำไร EBITDA ดีขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ (+2 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า)
  • ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งส่งผลให้มีการสร้างกระแสเงินสดที่ดี โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงถึงเกือบ 8.0 พันล้านดีร์แฮม หรือมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ความพึงพอใจของลูกค้าสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในพ.ศ. 2568 โดยได้รับการสนับสนุนจากการเปิดตัว A321LR การลงทุนในผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และประสบการณ์ของลูกค้าแบบครบวงจรที่ดียิ่งขึ้น
  • ความจุและปริมาณขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดย ASK เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 22.4 ล้านคน โดยได้รับการสนับสนุนจากอัตราการบรรทุกผู้โดยสารที่ 88.3% (+2 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า)
  • การขยายฝูงบินทำให้ฝูงบินปฏิบัติการเพิ่มขึ้นเป็น 127 ลำ ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอทิฮัด หลังจากการเพิ่มเครื่องบิน 29 ลำในระหว่างปี รวมถึงการส่งมอบ A321LR, A350, B787 และการนำ A380 กลับมาใช้งานใหม่
  • เครือข่ายยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วย 110 จุดหมายปลายทาง สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศที่สำคัญ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...