โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครอบครัววอนช่วยชีวิต ช่างเครื่อง เรือมยุรีนารี หลังถูกโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 17.00 น.

ญาติน้ำตาคลอ! เป็นห่วงยังติดต่อไม่ได้เหยื่อ 1 ในผู้สูญหายเรือโดนโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ บนบานสิ่งศักดิ์ขอให้ลูกหลานปลอดภัย

12 มี.ค.69 จากกรณี เรือบรรทุกสินค้าไทย “มยุรี นารี” ถูกโจมตีอย่างรุนแรงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม หลังออกเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีลูกเรือได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20 คน แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 3 คน ซึ่งคาดว่ายังติดอยู่ภายในตัวเรือ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเกิดของผู้สูญหาย บ้านเลขที่ 101 บ้านไทร หมู่ที่11 ตำบลหนองเหล็ก อำเภอศรีขภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ทราบต่อมาว่าพ่อกับแม่น้องทำงานอยู่ต่างจังหวัด ได้พบทางด้าน นางสมหมาย บุตรดี อายุ 58 ปี เป็นอาของ นายภานุพงษ์ หมื่นแทน อายุ 26 ปี เป็นช่างดูแลห้องเครื่องเรือมยุรี นารี ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของผู้สูญหายในเหตุการณ์โจมตีเรือไทยที่วิ่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเรือถูกโจมตีที่บริเวณห้องเครื่อง ทางครอบครัวน้ำตาซึมร้องไห้เพราะเป็นหวงหลาน จึงได้ทำพิธีกราบไหว้สิงศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้ปกปักษ์รักษาลูกหลาน

ด้าน นางสมหมาย บุตรดี อายุ 58 ปี (ป้าของ 1 ในผู้สูญหาย) เล่าด้วยน้ำตาว่า ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงหลานมาก หลังจากที่ทราบข่าว ทุกคนก็ต่างภาวนาขอให้หลานปลอดภัยจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อหลานได้ ทางครอบครัวกำลังเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางช่วยค้นหาตัวหลานต่อไป

ด้าน นายเดชาวัตร รัตอาภากุล ผู้ใหญ่บ้านไทร เล่าว่า หลังจากที่ทราบเรื่องว่ามีลูกบ้านซึ่งเป็นหนึ่งใน คนที่สูญหายในเหตุการณ์เรือไทยโดนโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซในครั้งนี้ ตอนนี้กำลังช่วยเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยติดตามค้นหาน้องต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...