‘ชูวิทย์’ ตามขยี้ซ้ำ ‘โจ๊กกับส้ม’ ลั่นสิ่งที่พูดไม่ใช่จะเอามาใช้ป้ายสี บอก ‘คนเทาๆอย่างผมรู้ดี’
18 ม.ค.2569-นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “โจ๊กกับส้ม” เนื้อหาระบุว่า ความสัมพันธ์ของโจ๊ก (พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล) กับพรรคส้ม มีมาตั้งแต่สมัย รังสิมันต์ โรม อภิปราย “ตั๋วช้าง” ด้วยข้อมูลที่โจ๊กใส่พานให้ ความที่โจ๊กจัดโผตำรวจ ย่อมรู้ดีว่า ”ตั๋วไม่จ่าย แต่ต้องจัด“ เป็นยังไง
ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่มีความใกล้ชิดกับลุงป้อมในช่วงรัฐบาลของลุงตู่ เรื่องจัดโผเป็นเรื่องที่ใครๆ เขาก็รู้ ไม่ใช่เรื่องผิดที่โจ๊กจะส่งข้อมูลเรื่องเทาๆ ของวงการตำรวจให้กับพรรคส้ม อย่าไปถามหา “หลักฐาน“ เรื่องตั๋วช้าง ม้า วัว ควาย ของตำรวจมันมีให้เห็นที่ไหน? แต่ใครก็รู้เหมือนที่ รังสิมันต์ โรม รู้ว่ามีจริงแต่ไม่มี “ใบกำกับภาษี“ มาโชว์ให้ดู ข้อมูลระดับนี้ น้องโรมที่ไม่เคยสัมผัสวงการตำรวจจะไปหาจากไหนได้ หากไม่ใช่แกะดำวงการตำรวจอย่างโจ๊ก ระยะหลังโจ๊กออกข่าวอย่างต่อเนื่องในระหว่างการต่อสู้คดี
ล่าสุด “น้ำท่วมหาดใหญ่” โจ๊กลงพื้นที่ช่วยเหลือ แจกข้าวแจกน้ำ เป็นถึง “นายกฯ สมาคมชาวปักษ์ใต้” เคยกระทุ้งบอกมีคนตายจากน้ำท่วมเป็นพันศพ และเรียกร้องให้อนุทินลาออกสังเวยความรับผิดชอบ สื่อให้ความสนใจ โจ๊กตีราคาขึ้นมาด้วยการเสนอต่อพรรคส้มผ่านกรรมการบริหาร “สายใต้ฮาร์ดคอร์“ เพื่อจะเพิ่มปริมาณ สส. ให้ได้มากขึ้นจากเดิม 151 คน โดยทำพื้นที่ภาคใต้ให้ได้อีก 10 คน เพื่อแลกกับตำแหน่ง นี่เป็นแค่การต่อรองทางการเมือง
คงไม่คิดว่าโลกจะสวยถึงขนาดมีคนชอบทำงานฟรีเหมือนผม คนคุ้นเคยหา สส. เพิ่มขึ้นให้เพื่อเป้าหมาย 251 คน ตามที่พรรคส้มต้องการ แล้วต้องได้รับผลตอบแทนเป็นตำแหน่งทำงาน มันเป็นเรื่องแปลกเสียหายตรงไหน?
“พรรคเก่าใหม่ก็ไม่ได้ต่างกัน“
ทีพรรคส้มตั้ง ”มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง“ สูงส่งกว่าพรรคอื่น ยังมีคนพัวพันทั้งยาเสพติด ฟอกเงิน เจ้ามือบ่อนออนไลน์อยู่ในพรรค ไปอ้างว่าพรรคอื่นมีเยอะกว่า แต่เมื่อวางตำแหน่งตัวเองเหมือน “สมภารวัด” ยึดศีล 227 ข้อ พอทำผิดดันบอกว่า “ก็ยังดีกว่ามหาโจรก็แล้วกัน“ โถ..คนดี มันพูดอย่างนี้ได้ยังไงกัน?
แต่แล้วโจ๊กเคราะห์ซ้ำกรรมซัด โดนลูกน้องแฉ ”คดีติดสินบนทอง ปปช.“ เข้าเล่นงาน แม้คดีโจ๊กยังไม่ถึงปลายทาง แต่วิธีการเล่นการเมืองผ่านนอมินีมี มีจริงไหม? ให้ลองถามธนาธรที่ถูกโทษแบนทางการเมือง 10 ปี แต่ยังลอยหน้าลอยตาให้ความเห็น ชี้แจงนโยบาย แล้วเสียงดังกว่า “หัวหน้าพรรค“ อีกเสียด้วย แถมยังอยู่ทุกเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญของพรรคส้มทั้งสิ้น
ดูเอาก็ได้ว่าทำยังไง?
ไม่ว่า ”ดีลลับฮ่องกงกับทักษิณ” หรือ “ดีลลับ MOA กับอนุทิน” ก็ล้วนเป็นธนาธรตัวจริงเสียงจริงที่เป็นคนไปเจรจา ที่ผมเอาเรื่องโจ๊กกับพรรคส้มมาเปิดเผย ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตใคร เพราะเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่คนทำงานย่อมได้รับ ผลตอบแทน เมื่อพรรคส้มต้องการปฏิรูปวงการตำรวจ ข้อมูลจากโจ๊กจึงเป็นข้อมูลชั้นดีที่จะนำมาใช้
สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่สิ่งผิดที่จะเอามาใช้ป้ายสีกัน คนเทาๆ อย่างผมรู้ดี พรรคส้มหลายคนเป็นรุ่นน้องผมที่ธรรมศาสตร์
โรมก็ธรรมศาสตร์ ไอซ์ก็ธรรมศาสตร์ ธนาธรก็ธรรมศาสตร์ ปิยบุตรก็ธรรมศาสตร์ ทั้งหมดล้วนไม่เคยสัมผัสความเทาสักนิด ทุกคนต่างเป็น “คนดี” ทั้งสิ้น
แต่เมื่อหมดยุคแตกแยกทางการเมือง หมด ยุคทักษิณ กับ ชวน อภิสิทธิ์ สุเทพ หมดยุค เสื้อเหลือง เสื้อแดง หมดยุค กปปส.
และล่าสุด “หมดยุคชู 3 นิ้ว“ หมดยุคการแบ่งแยกรอยแผลคนไทยเป็น 2 ฝั่งได้เสียที ตอนนี้จะเอา “การเมืองใหม่ เทียบการเมืองเก่า“ มาสร้างมาตรฐานใหม่อีกแล้ว เริ่มแบ่งชนชั้น “ความดี ความเลว” หรือ “รุ่นใหม่ รุ่นเก่า” ทั้งที่พอๆ กันในเรื่องเทา เพียงแต่เทาใหม่ เทาเก่า อย่าไปหาขาวใสซื่อ เพราะยิ่งอยู่การเมืองนานก็ยิ่งเทา การรับข้อมูลวงการตำรวจจากโจ๊ก จึงหาใช่เรื่องที่ต้องปัดกันให้วุ่น ทำไมต้องดิ้น? หรือตอนนี้โจ๊กมิตรสหายไม่มีเหลือ ล้วนหนีหายไปหมด จึงตกต่ำเกินไปสำหรับพรรคส้มที่จะไปเกลือกกลั้ว?