ผวา! ราคาทอง แตะ 1 แสนบาท เล่งหงษ์ ห่วงภูมิรัฐศาสตร์ขัดแย้งรุนแรง
ราคาทอง ยังร้อนแรง ! เล่งหงษ์ ผวาแตะ 1 แสนบาท หากภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดรุนแรง
นางภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดทองคำในปี 2569 ยังเป็นขาขึ้นชัดเจน แม้ความร้อนแรงอาจลดลงจากปีก่อน แต่ทิศทางหลักยังไม่เปลี่ยน
นางวริน วชิรพันธ์ ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เร่งหง ซิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า หากพิจารณาผลตอบแทนในปีที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกปรับเพิ่มขึ้นราว 67% ขณะที่ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นประมาณ 53% ถือเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวซึ่งอยู่ที่ 10–15% ต่อปี
สำหรับปีนี้ คาดว่าผลตอบแทนจะชะลอลงมาอยู่ในกรอบ 20–30% แต่ยังถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากราคาทองคำโลกปรับขึ้น 20% มีโอกาสเห็นระดับราว 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากขยับถึง 30% อาจแตะบริเวณ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำไทย หากเพิ่มขึ้น 20% จะอยู่แถว 78,000 บาทต่อบาททองคำ และหากเพิ่มขึ้น 30% จะอยู่ราว 84,500 บาท
“แม้เพิ่งเปิดปีได้ไม่นาน ราคาทองคำปรับขึ้นมาแล้วกว่า 6% ซึ่งถือว่าไม่ปกติเมื่อเทียบกับพฤติกรรมในอดีต สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจ รวมถึงท่าทีและนโยบายเชิงรุกของสหรัฐฯ ต่อหลายประเทศ ทำให้นักลงทุนหันกลับมาถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐถูกมองว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นในยามเกิดวิกฤต”
นางภัทริน กล่าวและว่าอย่างไรก็ดีแม้ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศอาจมาเร็วไปเร็วแต่ราคาทองคำกลับไม่ได้ปรับลงแรงหลังการเจรจามีทิศทางดีขึ้น เพราะมักจะมีประเด็นใหม่ทยอยเข้ามาหนุนตลาดต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเรื่องภาษีการค้า หรือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ระลอกใหม่ ทำให้แรงขายจำกัดและราคาฟื้นตัวได้รวดเร็ว
ในด้านนโยบายการเงิน ตลาดยังคงคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ ช่วงกลางปีและปลายปี ที่จะเข้ามาหนุนราคาทองคำ ประกอบกับการที่ธนาคารกลางหลายประเทศยังเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกองทุนทองคำขนาดใหญ่ที่เริ่มกลับเข้าซื้อสุทธิในช่วงต้นปี ล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางราคา
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตา ได้แก่ การเปลี่ยนตัวประธานเฟดในอนาคต การตัดสินคดีหรือข้อพิพาททางการเมืองภายในสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีการค้า ซึ่งทั้งหมดอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินและค่าเงินดอลลาร์โดยตรง และสะท้อนมายังราคาทองคำในที่สุด
สำหรับมุมมองเชิงเทคนิค ราคาทองคำโลกปัจจุบันเคลื่อนไหวแถว 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมองแนวรับสำคัญที่ 4,250 ดอลลาร์ หรือการย่อตัวประมาณ 300–350 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจังหวะที่น่าซื้อ ขณะที่กรอบบนตลอดทั้งปี หากปัจจัยหนุนยังอยู่ครบ มีโอกาสเห็นระดับ 5,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ส่วนทองคำไทย หากราคาย่อลงราว 3,000 บาท จากระดับปัจจุบัน มาอยู่แถว 65,000 บาทต่อบาททองคำ ก็ถือเป็นโซนสะสมที่น่าสนใจ โดยกรอบบนทั้งปีประเมินไว้ที่ 78,000 บาท และอาจสูงกว่านั้นหากเกิดเหตุการณ์นอกเหนือจากคาดการณ์
“ในกรณีเลวร้ายหรือสถานการณ์ตึงเครียดรุนแรง หากราคาทองคำปรับขึ้นเกิน 30% ทุก ๆ การเพิ่มขึ้น 10% ของทองคำไทย จะคิดเป็นราว 6,000–6,500 บาท ซึ่งหากปรับขึ้นถึง 50% มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นราคาทองคำไทยเข้าใกล้ระดับ 100,000 บาทในระยะถัดไป”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผวา! ราคาทอง แตะ 1 แสนบาท เล่งหงษ์ ห่วงภูมิรัฐศาสตร์ขัดแย้งรุนแรง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th