โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์งานเข้า! "Trump Mobile" ถูกจี้สอบโฆษณาเท็จอ้างผลิตสหรัฐ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านผู้บริโภคของสหรัฐเปิดการสอบสวนโครงการโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมโยงกับครอบครัวทรัมป์ หลังพบข้อกังขาเรื่องการโฆษณา

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ส่งหนังสือถึง Federal Trade Commission หรือ FTC ขอให้เปิดการสอบสวนโครงการโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ Trump Mobile โดยระบุถึงความเป็นไปได้ในการละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หลังมีข้อสงสัยว่าการโฆษณาและการจำหน่ายโทรศัพท์รุ่น "T1" อาจเข้าข่ายทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำกล่าวอ้างในช่วงเปิดตัวว่าโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวจะเป็นสินค้า "ผลิตในสหรัฐอเมริกา" ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติตั้งคำถามว่าข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ รวมถึงกรณีที่มีการเรียกเก็บเงินมัดจำจากผู้บริโภครายละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโทรศัพท์ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งมอบ

หนังสือร้องเรียนฉบับนี้นำโดย Elizabeth Warren ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกเดโมแครตอีกหลายคน โดยขอให้ FTC ตรวจสอบว่ามีการใช้การโฆษณาอันเป็นเท็จหรือไม่ และหน่วยงานได้เริ่มการสอบสวนใด ๆ ไปแล้วหรือยัง รวมถึงมีการหารือกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวทรัมป์หรือไม่

โครงการ Trump Mobile เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยบุตรชายสองคนของ Donald Trump พร้อมประกาศแผนให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือควบคู่กับการจำหน่ายโทรศัพท์รุ่น T1 ซึ่งออกแบบด้วยสัญลักษณ์ธงชาติอเมริกัน อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดตัว เว็บไซต์ของโครงการได้ปรับข้อความประชาสัมพันธ์ โดยตัดคำว่า "ผลิตในสหรัฐอเมริกา" ออก และเปลี่ยนเป็นคำอธิบายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นดีไซน์ที่สะท้อนความภาคภูมิใจแบบอเมริกันแทน

ในทางปฏิบัติ กำหนดการส่งมอบโทรศัพท์รุ่น T1 ถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง จากเดิมที่ระบุว่าจะวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ล่าสุดมีการแจ้งว่าการส่งมอบอาจขยับไปเป็นช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 โดยให้เหตุผลเรื่องกระบวนการรับรองและการทดสอบภาคสนาม ขณะที่ฝ่ายผู้ร้องเรียนเห็นว่าควรตรวจสอบว่ามีการใช้กลยุทธ์การรับเงินมัดจำโดยไม่มีการส่งมอบสินค้าตามที่โฆษณาหรือไม่

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนแรงกดดันทางการเมืองและการกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้นต่อธุรกิจซึ่งเชื่อมโยงกับบุคคลทางการเมืองระดับสูง โดยผลการตัดสินใจของ FTC ถูกจับตาว่าจะเป็นบททดสอบความเป็นอิสระและบทบาทของหน่วยงานในการคุ้มครองผู้บริโภค ท่ามกลางกระแสความสนใจของสังคมต่อความโปร่งใสในการทำตลาดสินค้าเทคโนโลยีในสหรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...