“อนุทิน” จี้ ฝ่ายปฏิบัติหาวิธีบอกเลิกสัญญา “อิตาเลียนไทย” ชี้เครนถล่มฟ้องอยู่แล้ว ไม่ต้องทำลายหลักฐาน ไม่ได้เสียค่าโง่
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ทำเนีนบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุไฟไหม้ซ้ำบริเวณเครนถล่มถนนพระราม 2 ว่า ตนเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดี๋ยวคงมีการรายงานเข้ามา อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการคือกรมทางหลวงก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีการคาดโทษใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คาดโทษแต่ให้ดำเนินการ โดยรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง หาวิธีบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ซึ่งรัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คู่สัญญา แต่เป็นนโยบายที่แจ้งให้กับหน่วยงานรับผิดชอบโครงการซึ่งต้องดำเนินการ ถ้าเขาไม่ดำเนินการก็มีความผิดเท่านั้นเอง โดยในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว
เมื่อถามว่า นายกฯในฐานะวิศวกร เหตุไฟไหม้ดังกล่าวถือเป็นการทำลายหลักฐานใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าถามว่าตนในฐานะวิศวกร เราต้องวางแผนงานควบคุมและใส่ใจ ซึ่งแต่ละประเภทของงาน มีทั้งเสี่ยงน้อย เสี่ยงกลาง เสี่ยมาก ซึ่งงานที่เสี่ยงมากๆ คืองานที่ต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ก็ต้องให้ความใส่ใจ และระมัดระวังให้มาก ต้องมีความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ บริษัทข้ามชาติที่ตนเคยเป็นวิศวกรคุมงานและได้รับรางวัล Lost time accident เนื่องจากไม่มีอุบัติเหตุจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค เรื่องโชคดี หรือจุดธูปเซ่นไหว้ แต่มาจากการวางแผน และความใส่ใจการควบคุมงานที่เข้มข้น
เมื่อถามย้ำว่า มีการตั้งข้อสังเกตเหตุไฟไหม้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ หรือเป็นการทำลายหลักฐาน นายอนุทิน กล่าวว่า จะเป็นการไปทำลายหลักฐานได้อย่างไร ถ่ายรูปกันไปชัดเจนแล้ว หลักฐานก็คือเครนที่ร่วงลงมา ซึ่งเป็นความเสียหายทางโครงสร้างทางวิศวกรรม จะไปเผาเหล็กเผาเครนตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ได้ต้องการ เพราะถ้าเอกสารดีอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันฟ้องดีกว่าเอกสาร
เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา ตนได้มอบนโยบายต่อกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคมว่า ต้องไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่มีเรื่องกฎหมายทางปกครองให้ไปดำเนินการ เพราะมันเป็นภัยและอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียไป รวมไปถึงความมั่นใจของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ไม่เว้นแม้แต่ความมั่นใจของคนในชาติ วันนี้กลายเป็นว่า ถนนเพชรเกษมรถติด เพราะไม่มีคนอยากวิ่งผ่าน ถนนพระราม 2 เราลงทุนก่อสร้างไปเท่าไหร่ เราก็ต้องสร้างความมั่นใจตรงนี้ คนที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ คือคนที่ก่อสร้างที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก
นายกฯ กล่าวว่า ตอนที่ตนบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ก็มีคนว่าไม่ใส่ใจ แต่ตอนที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนระเบียบการควบคุมต่างๆได้ เพราะทุกอย่างมีต้นทุน ตนก็ไม่คิดว่าคำว่าเสียค่าโง่คืออะไร คือบริษัทไปฟ้อง หรือเครนล้มลงมาขนาดนี้มีผู้เสียชีวิต 30 กว่าคน เหตุเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุเกิดครั้งแรกยังโอเค แต่นี่เกิดเหตุ 4-5 ครั้ง แล้วจะไม่ให้รัฐทำอะไรเลยหรือ ทำแบบนี้ก็ว่า ทำแบบนั้นก็ว่า ตนก็ทำในสิ่งที่ควรทำ
นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนเสียค่าโง่ แค่ไปบอกให้หน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร มันไม่โง่หรอกที่ต้องทำแบบนี้ ทำแล้วทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น จะได้ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง เพราะคนที่เสียหายคือประชาชน ญาติเจ้าของบริษัทไม่ได้เสียชีวิตซะเมื่อไหร่ คนสัญจรไปมา ขับรถไปมา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ต้องมาเสียชีวิตตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เสียหายกับประเทศ และเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องดำเนินการ ไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรกับตน สิ้นคิดถึงขนาดบอกว่า แม่ตนเป็นน้องสาวของเจ้าของบริษัทอิตาเลียนไทยจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะสมัยก่อนแข่งขันกันมาทั้งชีวิต มันเริ่มที่จะออกไปเรื่องอื่นแล้ว เอาเรื่องวันนี้ดีกว่า ว่าหน้าที่ของรัฐบาลคืออะไร มาตรการเร่งด่วนที่ออกมาจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นหรือไม่
นายกฯ กล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบไปเลิกสัญญาให้ได้ก่อนเถอะ เพราะตอนนี้คุณทำให้รัฐบาล ทำให้ประเทศเสียหาย ทำให้ความมั่นใจของคนไม่มี เตือนไปแล้วหลายครั้งก็ยังเกิดเหตุขึ้นอีก ซึ่งหากมีไฟไหม้เกิดตรงนั้น แสดงว่าคุณยังไม่ดำเนินการอะไร ที่ทำให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ตรงนี้ควรหรือยังที่จะต้องมีการดำเนินการอะไร ตนทำหน้าที่ของตนแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่ทำก็คาอยู่ที่เขา ประชุมครม.กี่สัปดาห์ ตนก็จะถาม รมว.คมนาคม และหลังเลือกตั้งหากตนเป็นฝ่ายค้านก็จะไปนั่งไล่ถาม รมว.คมนาคม ดำเนินการไปแล้วหรือยัง ก็แค่นี้
เมื่อถามว่า ควรจะมีไทม์ไลน์ดำเนินการเรื่องนี้ให้จบก่อนส่งไม้ต่อรัฐบาลได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนทำหน้าที่ตนไปแล้ว ใครไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาล เขาก็ต้องรับผิดชอบ ตามระเบียบและกฎหมาย
เมื่อถามว่า จะมีการยุติโครงการอื่นหรือไม่ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก นายอนุทิน กล่าวว่า เอาสองเรื่องนี้ให้ได้ก่อน