โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผหุ้น SET50 “เด่น-ดิ่ง” เดือนมกราคม! TU ท็อปฟอร์มพุ่ง 8.47%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” รายงานว่า จากการรวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนมกราคม 2569 พบว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 ปิดที่ระดับ 1,325.62 จุด เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 1,259.67 จุด ปรับตัวลดลง 5.45 จุด หรือลงไป 0.41%

ตลอดช่วงเดือนมกราคม ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในลักษณะผันผวน โดยดัชนี SET แกว่งตัวขึ้นลงตามแรงซื้อ–ขายของนักลงทุน รวมถึงอิทธิพลจากปัจจัยต่างประเทศ อาทิ การฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 3% ส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกอบกับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ดัชนีปรับตัวเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ ภายในกรอบประมาณ 1,325–1,350 จุด ในช่วงกลางเดือน และสามารถขยับขึ้นได้เล็กน้อยในบางช่วงการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนตลาดเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ดัชนีถูกกดดันจากการขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนตลาด ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังชะลอการลงทุนเพื่อรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งยังไม่ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดหุ้นไทย เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงปลายเดือน ได้กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทองคำเพื่อทำกำไรในช่วงเปิดตลาด สอดคล้องกับทิศทางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโดยปกติแล้วมักส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย

ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนภาพเชิงบวก โดยผลผลิตภาคการผลิต (Manufacturing Output) ของไทยในเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและอาจช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนมีผลโดยตรงต่อสภาพคล่องและระดับความเสี่ยงของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นถึงระยะกลาง

ด้านความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ในกลุ่ม SET50 จากการสำรวจของทีมข่าวพบว่า มีหุ้นจำนวน 12 หลักทรัพย์ที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ 4 หลักทรัพย์ราคาไม่เปลี่ยนแปลง และอีก 34 หลักทรัพย์ราคาปรับตัวลดลง โดยมีรายละเอียดตามตารางประกอบ

ทั้งนี้ กลุ่มหุ้น SET50 ราคาปรับตัวขึ้นเดือนมกราคม 2569 จากตารางข้างต้นพบ 5 อันดับหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดได้แก่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 บาท หรือคิดเป็น 8.47%, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.50 บาท หรือคิดเป็น 7.28%, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)หรือ MINT ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.40 บาท หรือคิดเป็น 6.11%, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือคิดเป็น 5.47% และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.10 บาท หรือคิดเป็น 5.31%

ขณะเดียวกันพบ 4 หุ้น ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB

รวมถึง 5 อันดับที่ปรับตัวลดลงสูงสุด ได้แก่ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ปรับตัวลดลง 4.30 บาท หรือคิดเป็น 21.08%, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ปรับตัวลดลง 1.95 บาท หรือคิดเป็น 16.39%, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปรับตัวลดลง 6.75 บาท หรือคิดเป็น 15.79%, บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปรับตัวลดลง 32 บาท หรือคิดเป็น 15.61% และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ปรับตัวลดลง 3.70 บาท หรือคิดเป็น 14.98%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...