โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

5 เมนูกับดัก "เบาหวาน" ไม่หวานแต่น้ำตาลพุ่ง ภัยเงียบที่คนรักสุขภาพมักเข้าใจผิด

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
5 เมนูกับดัก

5 เมนูกับดัก"เบาหวาน" รสชาติไม่หวานแต่น้ำตาลพุ่ง ภัยเงียบที่คนรักสุขภาพมักเข้าใจผิด

การดูแลสุขภาพด้วยการเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้ง "อาหารสุขภาพ" ที่เราคุ้นเคยอาจกลายเป็นกับดักที่ทำร้ายร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาล ล่าสุดมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากหลายประเทศที่ชี้ให้เห็นว่า อาหารบางชนิดแม้ไม่มีรสหวานจัด แต่กลับทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงจนถึงขั้นวิกฤตได้

1. มังสวิรัติสายแป้งและมัน: บทเรียนราคาแพงจากกวางตุ้ง

กรณีสลดของชายวัย 60 ปี สกุลหวัง จากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ที่เสียชีวิตด้วยภาวะความเข้มข้นเลือดสูงจากเบาหวาน (Hyperosmolar Hyperglycemic State) ทั้งที่กินมังสวิรัติมานานหลายเดือนและเลี่ยงเนื้อสัตว์อย่างเคร่งครัด

ข้อมูลจากทีมแพทย์ผู้รักษา ระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการกินที่ผิดพลาด ดังนี้:

  • เน้นกิน "หัวมัน" และ "มันเทศ" เป็นอาหารหลัก ซึ่งเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตสูง
  • เลือกกินอาหารเจปรุงรสเลียนแบบเนื้อสัตว์ ซึ่งมักผสมแป้งและใช้น้ำมันปริมาณมากในการปรุง
  • ละเลยการตรวจวัดระดับน้ำตาลสม่ำเสมอ เพราะชะล่าใจว่าการกินมังสวิรัติเพียงพอแล้วต่อการคุมเบาหวาน

2. ซุปฟักทอง: "ราชาโภชนาการ" ที่ต้องกินให้ถูกวิธี

เกา หมินหมิน (Gao Minmin) นักโภชนาการชื่อดังจากไต้หวัน ออกมาเตือนว่าผู้ป่วยเบาหวานหลายคนเข้าใจผิดว่าฟักทองคือผัก แต่ในทางโภชนาการฟักทองคือ "คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน"

เคสตัวอย่างของคุณตารายหนึ่งที่ดื่ม "ซุปฟักทอง" ทำเองทุกวัน โดยใช้ฟักทองทั้งลูกต้มจนเปื่อย ส่งผลให้ค่า HbA1c (น้ำตาลสะสม) พุ่งสูงถึงระดับ 8 ซึ่งอันตรายมาก คำแนะนำที่ถูกต้องคือ:

  • ฟักทองมีประโยชน์สูงจากเบต้าแคโรทีนและวิตามิน แต่ควรนับเป็น "แป้ง" ไม่ใช่ผัก
  • หากทานฟักทองแล้ว ควรลดปริมาณข้าวหรือเส้นในมื้อนั้นลงเพื่อความสมดุล

3. เนื้อแดง: ภัยเงียบที่ไม่ได้มาในรูปของน้ำตาล

งานวิจัยล่าสุดจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมเกือบ 2 ล้านคน ยืนยันว่าการกินเนื้อแดงเพียง 2 มื้อต่อสัปดาห์ ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • เนื้อแดงแปรรูป (เบคอน, ไส้กรอก): กินวันละ 1 มื้อ เพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน 46%
  • เนื้อแดงไม่แปรรูป (เนื้อวัว, หมู): กินวันละ 1 มื้อ เพิ่มความเสี่ยง 24%
  • กลไกการเกิดโรค: ไขมันอิ่มตัวสูงและกรดอะมิโนสายโซ่กิ่ง (BCAA) ในเนื้อสัตว์ อาจส่งผลต่อภาวะดื้ออินซูลิน

เนื้อแดง เนื้อแปรรุป

4. ข้าวโพด: ธัญพืชยอดฮิตที่กินแทนข้าวไม่ได้

กรณีของคุณป้าฮัว ฟาง วัย 58 ปี จากมณฑลเจ้อเจียง ที่กินข้าวโพดต้มแทนอาหารหลัก 3 มื้อทุกวันนานกว่า 1 ปี จนระดับน้ำตาลพุ่งสูงเกินเกณฑ์ แพทย์จากโรงพยาบาลในพื้นที่ อธิบายว่าข้าวโพดครึ่งฝักให้พลังงานเทียบเท่าข้าวสวย 1 ทัพพี

ข้อควรระวังในการกินข้าวโพด:

  • เป็นคาร์โบไฮเดรตสูง ไม่ควรรับประทานเป็นอาหารหลักเพียงอย่างเดียว
  • มีกรดไฟติกที่อาจขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุ เช่น เหล็กและสังกะสี
  • ผู้ป่วยเบาหวานควรจำกัดปริมาณและทานร่วมกับโปรตีนไม่ติดมันและผักใบเขียว

5. สมูทตี้และน้ำผลไม้ปั่น: หลุมพราง "น้ำตาลอิสระ"

มูลนิธิหัวใจแห่งสหราชอาณาจักร (BHF) เตือนว่าเครื่องดื่มสุขภาพอย่างสมูทตี้อาจแฝงไปด้วยอันตราย เนื่องจากเมื่อผลไม้ถูกปั่น น้ำตาลในเซลล์จะกลายเป็น "น้ำตาลอิสระ" (Free Sugars) ที่ดูดซึมเร็วเกินไป

  • สมูทตี้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็วกว่าการกินผลไม้สดทั้งลูก เพราะใยอาหารถูกทำลายและมีความเข้มข้นน้ำตาลสูง
  • ปริมาณที่แนะนำคือไม่เกิน 150 มล. ต่อวัน
  • การปั่นรวมกันหลายชนิดอาจทำให้เราได้รับน้ำตาลเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการโดยไม่รู้ตัว

สรุปคือ การเลือกทานอาหาร "สุขภาพ" ต้องมีความเข้าใจในประเภทสารอาหารอย่างถูกต้อง การจำกัดปริมาณและการตรวจเช็กร่างกายสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญในการห่างไกลจากโรคเบาหวาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...