‘พิธา-ปิยบุตร’ปลุกสกลนครส้มยกจังหวัด กา‘พรรคประชาชน’ 2 ใบ ส่ง ‘เท้ง’ เป็นนายกฯ
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ตลาดนัดหน้าค่าย บขส.สกลนคร พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัย นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดยปิยบุตรกล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เป็นคาราวานประชาชนมี 8 เส้นทางทั่วประเทศไทย เราเชื่อเหลือเกินว่าวิธีการรณรงค์หาเสียงแบบนี้ที่ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล ไม่มีพรรคไหนลอกเลียนแบบได้ เพราะเรามีแกนนำ ผู้ปราศรัย ผู้ช่วยหาเสียง ผู้สมัคร สส. จำนวนมากที่เป็นดาวฤกษ์ สามารถไปได้ทั่วประเทศพร้อมกัน นี่แหละคือผู้คนและการเดินทางของพรรคประชาชน
นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนมาที่สกลนครหลายครั้งตั้งแต่เริ่มต้นตั้งพรรคอนาคตใหม่ สร้างพรรคเมื่อปี 2561 ต่อมาเลือกตั้งปี 2562 พี่น้องให้ความไว้วางใจเราทั่วทั้งจังหวัดสกลนครประมาณ 84,000 คะแนน เราก็เดินหน้ารณรงค์อยากให้พี่น้องชาวสกลนครเปลี่ยนใจมาเลือกพวกเรามากขึ้น แล้วผลก็เป็นเช่นนั้น แม้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แม้แกนนำหลายคนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่เมื่อเป็นพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 2566 คะแนนก็เพิ่มเกือบ 3 เท่าเป็น 200,000 คะแนน แต่น่าเสียดายที่เรายังแพ้ในระดับ สส.เขต บางเขตขาดไปแค่นิดเดียว พรรคเราจึงยังไม่มีผู้แทนที่สกลนคร ดังนั้นการเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนภายใต้การนำของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขอได้หรือไม่ ขอให้ทะลุ 300,000 กว่าคะแนนทั่วทั้งจังหวัดสกลนครไปเลย และขอผู้แทนพรรคประชาชนทั้ง 7 คน 7 เขต
นายปิยบุตร กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะถึงในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า วันที่ 8 ก.พ. เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นวันกำหนดอนาคตประเทศไทย กำหนดอนาคตของพ่อแม่พี่น้อง และกำหนดอนาคตของลูกหลานของเรา โค้งสุดท้ายแบบนี้ไม่ต้องอธิบายความกันมาก ตัดสินกันอยู่เท่านี้ว่าเราต้องการรัฐบาลแบบไหน อยากให้ใครเป็นแกนนำรัฐบาล ที่ตนบอกว่าพูดกันให้ชัดๆ ในช่วงโค้งสุดท้าย มันคืออะไร ตอนนี้นักวิเคราะห์ เกจิอาจารย์ อาวุโสทางการเมืองทั้งหลายมักจะบอกว่าการเมืองในยุคนี้เป็นการเมืองสามก๊ก เพราะมีพรรคใหญ่ 3 พรรคที่กำลังแย่งชิงคะแนนกัน ต้องชิงไหวชิงพริบกันไปกันมา และพอตั้งรัฐบาลก็ต้องมี 2 ใน 3 พรรคนี้ไปร่วมกัน ตนอยากชวนให้คิดอีกแบบว่าการเมืองสามก๊กเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะเป็นเพียงการดูว่ามีพรรคการเมืองใหญ่กี่พรรค ซึ่งทุกวันนี้ก็วิเคราะห์กันว่ามีส้ม น้ำเงิน และแดง แต่นี่เป็นการวิเคราะห์แบบหยาบเกินไป
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ตนขอชวนให้คิดลึกกว่านั้น ว่าไม่ใช่สามก๊ก แต่เป็นการเมืองสองขั้วที่กำลังชิงชัยในการเป็นรัฐบาล ระหว่าง “ขั้วอดีต” ขั้วเดิมที่เคยสลับสับเปลี่ยนกันเป็นรัฐบาลหมดแล้ว แม้อาจจะเปลี่ยนชื่อพรรคไปบ้างแต่ก็เคยอยู่ร่วมกันมาก่อน วันหนึ่งแตกออกมา วันหน้าก็อาจจะกลับไปรวมกันใหม่ นี่คือขั้วอดีตที่ทำงานการเมืองแบบเดิมๆ ด้วยวิธีการแบบเดิมๆ คิดอ่านตั้งรัฐมนตรีโดยดูว่าใครเป็นหัวหน้ามุ้ง ใครพา สส. เข้ามาได้เยอะ ตอนนี้ตนได้ข่าวแว่วๆ ว่า สส.สกลนครบางคน หวังอยู่ว่างวดนี้ถ้าพาเข้าไปได้เยอะจะได้เป็นรัฐมนตรี
“เขาคิดอ่านกันแบบนี้ ขั้วแบบเดิมๆ แม้ว่าวันนี้เขาจะอยู่กันคนละพรรคคนละมุ้ง แต่เขาโตมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน เผ่าพันธุ์เดียวกัน ตนให้ชื่อว่าเป็น เผ่าพันธุ์นักการเมืองแบบเดิม”นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า กับอีกขั้วหนึ่งคือ “ขั้วใหม่” เป็นขั้วพลังทางการเมืองแบบใหม่ที่ต้องการเข้ามาทำงานการเมืองแบบใหม่ ขั้วนี้ยังไม่เคยเป็นรัฐบาล ยังไม่เคยมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน นั่นคือขั้วของพวกเราพรรคประชาชน ดังนั้นโค้งสุดท้าย พูดกันให้ชัด ไม่ต้องอธิบายความเรื่องสามก๊กหลายพรรคหลายสี เพราะสิ่งที่เป็นอยู่คือการเมืองสองขั้ว ดังนั้นขอแรงพี่น้องชาวสกลนครพิจารณาว่าต้องการรัฐบาลขั้วไหน ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย.
.“ดังนั้นถ้าความรู้สึกจิตใจของพี่น้องประชาชนบอกว่าต้องเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถปล่อยอำนาจและประเทศนี้ไปกับคนกลุ่มเดิมที่เคยเป็นรัฐบาล เพราะเขาทำกันมาหมดแล้ว และวันนี้เราก็ยังอยู่กับที่ จึงต้องขอโอกาสความเมตตาจากพี่น้องสกลนคร โปรดช่วยกันเลือกพวกเรา ให้โอกาสพวกเราไปรับใช้ท่าน และถ้าพวกเรามีโอกาส คุณณัฐพงศ์ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างดี เตรียมนโยบาย 200 นโยบาย เตรียมบุคลากรมาเป็นผู้บริหารและประกาศไทม์ไลน์ 100 วันแรกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างถ้าได้เป็นรัฐบาล ผ่านไป 1 ปีหรือ 4 ปี มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง พี่น้องติดไว้บนฝาบ้านเลย ถ้าเขาเป็นรัฐบาลแล้วทำไม่ได้ พี่น้องลงโทษเขา ไม่ต้องเลือกเขากลับมาอีก นี่คือพันธสัญญาที่เรามอบให้กับพี่น้องประชาชน”นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า เมื่อเราเห็นแล้วว่าผลลัพธ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ครั้งนี้ต้องขอโอกาสขอเสียงสวรรค์จากพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ถ้าเราได้ สส. ไปถึง 200-250 คน รับรองว่าพรรคอันดับ 2,3,4,5 จะมียางอายไม่กล้าขยับ เขาจะนั่งเฉยๆ รอเราไปชวนเองว่าเราจะให้ใครมาร่วม แต่ถ้าได้คะแนนคู่คี่กัน พวกเขาก็จะไปรวมหัวกัน แอบชิงจัดตั้งรัฐบาล พวกเขาคุยกันแป๊บเดียวรู้เรื่องเพราะใช้วิธีแบ่งกระทรวงกันแบบที่เขาคุ้นเคย เช่นเดียวกันคะแนนเสียงทั่วประเทศงวดที่แล้ว 14.4 ล้านเสียง เขายังขวางเราทุกวิถีทางไม่ให้เป็นรัฐบาล ครั้งนี้ขอไปให้ถึง 20 ล้านเสียง มีนัยสำคัญคือทำลายสถิติการเลือกตั้งในอดีตที่มีพรรคหนึ่งเคยทำได้สูงสุด 19 ล้านเสียง และ 20 ล้านเสียงนี้ยังเป็นการบอกว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งของแผ่นดินไทย ต้องการเห็นพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล และถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่มีใครขวางเราได้
“ถ้าสกลนครได้ส้มยกจังหวัด จังหวัดข้างเคียงในภาคอีสานก็ได้ส้มยกจังหวัด คราวนี้ไปรวมกับจังหวัดอื่นทั่วทุกภาคทั่วทั้งแผ่นดิน ก็จะเกิดปรากฏการณ์ส้มทั้งแผ่นดิน ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า พรรคของเราถูกยุบมา 2 ครั้ง มีคนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจำนวนมาก และหลายคนยังมีคดีความ ช่วงนี้ข่าวสารอันเป็นเท็จโจมตีเราทุกวัน ทั้งหลายเหล่านี้ เราทราบดีว่าคือผลพวงของการต่อสู้ เรารู้ว่าบรรดาคณะบุคคลที่มีอำนาจ กำลังกลัวว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นและถ้าเปลี่ยนแปลงได้จริง เขาจะเสียประโยชน์เสียอำนาจเสียเงินทองที่กอบโกยไว้ เมื่อกลัวก็ต้องทำทุกวิถีทางในการสกัดกั้นความเปลี่ยนแปลง แล้วพวกตนจะสู้กับพวกเขาอย่างไร ตนไม่มีอำนาจเงิน อำนาจเครือข่าย ระบบอุปถัมภ์ หรืออำนาจรัฐแบบที่พวกเขามี แต่เรายืนยันว่าจะสู้กับเขาต่อไป เพราะเราเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะให้การสนับสนุนเราอยู่ พี่น้องยังคงมีความหวังว่าประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้ ดังนั้นต่อให้จะกี่ยุบกี่ตัดกี่คดีกี่หมายศาล เหล่านี้คือเหรียญตราของการต่อสู้ของพวกเรา ตราบใดที่พี่น้องยังสนับสนุนเราอยู่ เราสู้ตายแน่นอน
“ครั้งที่แล้ว 14.4 ล้านเสียงยังไม่พอ ขอพี่น้องทั้ง 14.4 ล้านเสียงกลับมาเลือกเราอีกครั้ง อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจ และช่วยไปชวนพี่ชวนน้องมาอีกคนละหนึ่งรวมกันเป็น 28 ล้านเสียง คราวนี้รัฐบาลประชาชนเกิดได้แน่นอน วันที่ 8 ก.พ. นอกจากเปลี่ยนผู้แทน เปลี่ยนรัฐบาล เราจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญด้วยบัตรออกเสียงประชามติสีเหลือง ช่วยกันกาช่องเห็นชอบให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ถล่มทลาย ไปให้ถึง 30 ล้านเสียง คราวนี้ สว. ก็ขวางไม่ได้ นี่คือบทพิสูจน์ว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน”นายปิยบุตร กล่าว
จากนั้นนายพิธา กล่าวว่า ไม่มีครั้งไหนตั้งแต่เราทำการเมืองกันมา ที่เรามีโอกาสจะปักธง สส.เขตคนแรกของสกลนครได้เท่าครั้งนี้ มาที่สกลนครต้องบอกว่ามาถอนคำสาป ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล เรามาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ สส.เขตเสียที แพ้ไป 2,000-3,000 คะแนน เพราะฉะนั้นมาสกลนครครั้งนี้เรียบง่ายมาก เป็นเขตยุทธศาสตร์ ถ้าพี่น้องออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันถล่มทลาย เราได้ว่าที่ สส.สกลนคร ของพรรคประชาชนแน่นอน เอาให้ครบ 7 คน 7 เขตเลยได้หรือไม่ ตนเป็นหนี้บุญคุณพี่น้องสกลนครเป็นอย่างสูง ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ คนแรกของพรรคส้มก็เพราะตอนนั้นมาที่สกลนคร เรียนรู้กับพี่น้องเกษตรกรว่าเกษตรกรที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน ในขณะที่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องเช่าที่ ส.ป.ก. ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เมื่อเรียนรู้ตนจึงเห็นว่าชีวิตมันต่างกันแค่ไหน กลับเข้าสภาจึงไปอภิปรายเรื่องกระดุม 5 เม็ด วันที่ 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยน กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ เข้าคูหาส่งนายกฯเท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล เปลี่ยนสกลนครไปด้วยกัน