โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.พ. 69 7:20: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 65.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 21 เซนต์

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 70.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 8 เซนต์

ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวันพุธ (25 ก.พ.) แทบไม่เปลี่ยนแปลง แม้สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ปัจจัยนี้ยังไม่สามารถลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน จากความขัดแย้งทางทหารที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

*** เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐฯ และแคนาดาหารือร่วมกัน และมีแผนจะพบกันอีกครั้งในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดกว้างต่อข้อเสนอจากฝ่ายแคนาดาเกี่ยวกับแนวทางในการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังระบุว่า อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สำหรับบางประเทศจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15% หรือสูงกว่านั้น จากระดับ 10% ที่เพิ่งประกาศใช้ใหม่ แต่ไม่ได้ระบุชื่อประเทศคู่ค้าหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี เกรียร์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Mornings with Maria ทางสถานี Fox Business Network ว่า รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีแผนจะปรับขึ้นภาษีสินค้าจากจีนเหนือกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดเดินทางเยือนจีนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

*** จีนระบุว่า ได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมครบถ้วนแล้ว หลังจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าการสอบสวนต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม โดยโฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า จีนได้บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ภายใต้กรอบของมาตราดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2020

*** นโยบายภาษีศุลกากรใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำให้สินค้าส่งออกของสหภาพยุโรป (EU) มูลค่าราว 4,200 ล้านยูโร ต้องเผชิญอัตราภาษีที่สูงกว่าเพดาน 15% ที่เคยตกลงกันไว้ในข้อตกลงการค้าระหว่าง EU กับสหรัฐฯ

นโยบายใหม่นี้จะทำให้ภาษีที่เก็บจากสินค้านำเข้าจาก EU อาทิ ชีส เนย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางประเภท รวมถึงพลาสติก สิ่งทอ และเคมีภัณฑ์หลายรายการ สูงกว่าระดับสูงสุดที่กำหนดไว้ ขณะที่สินค้าส่งออกจากสหภาพยุโรป 7% จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าเพดานสูงสุด 15%

*** นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าค่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025 เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านลบ หลังจากค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างร้อนแรง ขณะเดียวกัน สถานะ Call options ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงหยวนอ่อนค่าเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ค่าเงินหยวนแข็งค่าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สี่เมื่อเทียบกับดอลลาร์ และมีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2024

เทรดเดอร์ในตลาดออปชันยังเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่ทางการจีนจะออกมาตรการสกัดการแข็งค่าของสกุลเงินเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าแทรกแซงตลาดเพื่อชะลอการแข็งค่าของหยวน ภายหลังจากที่ค่าเงินปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายเดือน ทั้งในตลาดออนชอร์และออฟชอร์

*** ข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (Institute of International Finance IIF) ระบุว่า หนี้ทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 348 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีเร็วที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากรัฐบาลทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาเร่งกู้ยืมเงินมากขึ้น

หนี้รวมทั่วโลก ซึ่งรวมทั้งหนี้รัฐบาลและภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้นอีก 29 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยประมาณสองในสามของการเพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งจีน สหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ตาม แม้ยอดหนี้คงค้างจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลับลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ห้าติดต่อกัน อยู่ที่ระดับ 308%

*** การก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในสหรัฐฯ ลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 แม้ว่าความต้องการกำลังประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมากก็ตาม ข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า กำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างก่อสร้างลดลงเหลือ 5.99 กิกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2025 จาก 6.35 กิกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2024 ท่ามกลางกระแสคัดค้านโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาดใหญ่ที่รุนแรงขึ้นในท้องถิ่น โดยมีการตั้งคำถามถึงการใช้ทรัพยากรในปริมาณมหาศาล รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น

*** บิล เกตส์ กล่าวถึงความสัมพันธ์ของเขากับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ระหว่างการประชุมทาวน์ฮอลล์กับพนักงานของมูลนิธิ Gates Foundation ตามคำเปิดเผยจากโฆษกองค์กร หลังจากอีเมลที่เพิ่งถูกเปิดเผยได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft กับผู้กระทำความผิดทางเพศรายนี้ ขณะที่รายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า เกตส์ระบุว่า เขาไม่ได้ทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมายระหว่างการติดต่อกับเอปสตีน แม้ว่าทั้งสองจะพบกันในหลายประเทศก็ตาม

นอกจากนี้ เกตส์ยังบอกกับพนักงานในการประชุมเมื่อวันอังคารว่า เขาเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักบริดจ์ชาวรัสเซียและนักฟิสิกส์นิวเคลียร์ชาวรัสเซีย และบอริส นิโคลิก ผู้ร่วมงาน ได้พูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ดังกล่าวกับเอปสตีนด้วย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์

*** Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของปีงบการเงิน 2026 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งเติบโตถึง 75% ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นราว 2% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

ผลประกอบการเทียบกับประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ LSEG สำรวจ มีดังนี้

  • กำไรต่อหุ้น (ปรับทวนแล้ว) อยู่ที่ 1.62 ดอลลาร์ สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 1.53 ดอลลาร์
  • รายได้อยู่ที่ 68,130 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 66,210 ล้านดอลลาร์

รายได้รวมของ Nvidia ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 73% จาก 39,300 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลอยู่ที่ 62,300 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 60,690 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ StreetAccount ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้กว่า 91% มาจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งครอบคลุมรายได้จากชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI)

*** ผลสำรวจหลายฉบับระบุว่า แนวโน้มที่แรงงานอาจถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้มีรายได้สูง และทำให้กลุ่มนี้เลือกอยู่ในงานเดิมนานขึ้น โดยหนึ่งในดัชนีที่ติดตามอย่างใกล้ชิด คือผลสำรวจผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งระบุว่า ความเชื่อมั่นต่อสภาพตลาดแรงงานของกลุ่มผู้มีรายได้สูงลดลงมาใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970

ขณะที่ผลสำรวจผู้บริโภครายเดือนของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ชี้ให้เห็นว่าความกังวลเรื่องการว่างงานพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ขณะเดียวกัน ADP ยังระบุว่า อัตราการลาออกในกลุ่มอาชีพที่มักจัดอยู่ในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ลดลงมาอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา (State of the Union) ว่า รัฐบาลมีแผนจัดตั้งโครงการออมเงินรูปแบบใหม่สำหรับแรงงานที่ไม่มีแผนออมเพื่อการเกษียณจากนายจ้าง โดยจะให้เงินสมทบจากภาครัฐสูงสุด 1,000 ดอลลาร์ต่อปี ทั้งนี้ ผลวิจัยปี 2025 ของ The Pew Charitable Trusts ระบุว่า ชาวอเมริกันราว 56 ล้านคน ไม่มีแผนออมเงินเพื่อการเกษียณที่ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้าง

*** เท็ด ซารานดอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Netflix มีกำหนดเดินทางไปทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อเข้าร่วมการหารือถึงแผนของบริษัทในการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery ขณะที่ Paramount ยื่นข้อเสนอเพิ่มในการประมูลตามรายงานของ Politico เมื่อวันพุธ

*** นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเมืองบาร์เซโลนาของสเปน อาจต้องเสียภาษีท่องเที่ยวสูงสุดถึง 15 ยูโร (ราว 17.70 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อคืน หลังมีการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้เมืองดังกล่าวมีอัตราภาษีนักท่องเที่ยวสูงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และจัดหารายได้เพื่อสนับสนุนโครงการที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้

ขณะเดียวกัน ทางการในแคว้นกาตาลุญญากำลังเผชิญกระแสประท้วงจากประชาชนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยประชาชนจำนวนมากมองว่าปริมาณนักท่องเที่ยวที่มากเกินไปเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้น จากธุรกิจปล่อยเช่าที่พักระยะสั้นเพื่อการท่องเที่ยวซึ่งขยายเพิ่มขึ้น

*** Samsung Electronics เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่น Galaxy S26 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นราคาบางรุ่นในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เพื่อทดสอบความต้องการซื้อของผู้บริโภค ท่ามกลางต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรของบริษัท

การเปิดตัวครั้งนี้ยังผสานฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์จาก Perplexity, Gemini ของ Google และผู้ช่วย Bixby เวอร์ชันอัปเกรด โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบริษัทสูญเสียตำแหน่งผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนเมื่อปีก่อนให้กับ Apple ซึ่งได้แรงหนุนจากยอดขาย iPhone ที่แข็งแกร่งในจีนและอินเดีย

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...