ชาวบ้านผงะ!! เจอศพปริศนา
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsชาวบ้านเดินหานกผงะ!! เจอศพชายนิรนามปริศนา ในทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว พบร่องรอยสิ้นใจอย่างทรมาน
เมื่อเวลา 19.00 น. ( 5 กุมภาพันธ์ 2569 ) ร.ต.อ.ยุทธนา โพธิ์ศรีดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุพบศพคนตายนอนขึ้นอืด อยู่ในทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว ริมถนนทางหลวงชนบท บ้านห้วยไข่เน่า – ชากผักบุ้ง ม.4 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย ทีมสืบสวน , แพทย์เวรโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ , และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา รีบรุดไปทำการตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ ทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว ห่างจากถนนหมู่บ้าน ประมาณ 200 เมตร รอบๆ บริเวณดังกล่าว เป็นป่าหญ้าวัว สูงกว่า 2 เมตร ตรวจเบื้องต้นพบศพชาย ยังไม่ทราบสัญชาติ อายุประมาณ 30-40 ปี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตสีชมพู นุ่งกางเกงขา 3 ส่วนสีดำ ไม่สวมรองเท้า หัวไหล่ด้านขวา มีรอยสักรูปดอกกุหลาบ บริเวณฝ่ามือด้านขวา มีบาดแผลคล้ายกับรอยถูกไฟคลอก จนเป็นแผลไหม้เกรียม ตรวจสอบภายในตัวไม่พบเอกสารแสดงยืนยันตัวบุคคล โดยศพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24-48 ชม. จนศพเริ่มขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ
นอกจากนี้บริเวณรอบๆจุดพบศพ พบว่ามีร่องรอยลักษณะ คล้ายกับคนตายนอนดิ้นอย่างทุรนทุราย จนต้นหญ้าวัวล้มระเนระนาดราบไปกับพื้น กินบริเวณกว้างประมาณ 2-3 เมตร ตำรวจจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
นายประวิทย์ อายุ 49 ปี ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว และ เป็นผู้ที่มาพบศพ เล่าว่า ช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้เข้ามาที่ทุ่งหญ้าดังกล่าว เพื่อมาดักนกตะคุ่ม ไปทำอาหาร ระหว่างที่กำลังเดินเข้ามาบริเวณทุ่งหญ้า ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่า พยายามหาที่มาของกลิ่น จนไปเจอศพนอนตายขึ้นอืดอยู่บริเวณดังกล่าว ตอนที่เจอยอมรับว่าตกใจเป็นเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามานอนตายในบริเวณดังกล่าว ขณะที่ ผู้เสียชีวิตรายนี้ ถ้าดูจากรูปร่าง และลักษณะ แล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่คนในหมู่บ้าน อย่างแน่นอน
ร.ต.อ.ยุทธนา โพธิ์ศรีดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยใหญ่ กล่าวว่า หลังจากที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและชันสูตรศพพร้อมกับคณะแพทย์ เบื้องต้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด เนื่องจากศพเริ่มอยู่ในสภาพขึ้นอืด และ ร่างเริ่มเน่าเปื่อย โดยตำรวจจะมีการนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล หาว่าผู้ตายเป็นใคร เพื่อสรุปสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป