รพ.จุฬาภรณ์ ชูนวัตกรรมการรักษาหัวใจ "เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สาย" รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ ประสบความสำเร็จแล้ว 5 ราย
ภาวะหัวใจเต้นช้า (Bradycardia) เป็นปัญหาที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้ป่วย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างก้าวหน้า โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้นำนวัตกรรม เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สาย (Leadless Pacemaker) มาใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทางเลือกใหม่ของการรักษาที่ปลอดภัยและแม่นยำ
เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สายเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก ฝังเข้าไปในหัวใจโดยตรงผ่านทางหลอดเลือดดำบริเวณขาหนีบ โดยไม่ต้องใช้สายไฟและไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลที่หน้าอก แตกต่างจากเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบเดิม จึงช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ลดภาวะแทรกซ้อนจากแผลผ่าตัด และเพิ่มความสบายในการใช้ชีวิตระยะยาวของผู้ป่วย
ความสำเร็จของการรักษา
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้ดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มแรกด้วยเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สายแล้ว 5 ราย โดยผลการรักษาเป็นไปด้วยดี ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงความพร้อมของทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานสากล
ผู้ป่วยกลุ่มใดเหมาะกับเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สาย
1) ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ
-ผู้ป่วยที่มี หัวใจห้องบนสั่นพลิ้วร่วมกับหัวใจเต้นช้า (Atrial Fibrillation with slow ventricular response)
- ผู้ที่มีอาการหัวใจเต้นช้าเป็นช่วง ๆ หรือหยุดเต้นชั่วคราว ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม หรือเหนื่อยง่าย
2) ผู้ที่มีข้อจำกัดหรือความเสี่ยงสูง
- ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง เช่น ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกไต ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่เคยมีประวัติการติดเชื้อจากเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบมีสาย
- ผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดดำส่วนบนอุดตัน ไม่สามารถใส่สายผ่านทางหน้าอกได้
- ผู้สูงอายุที่มีผิวหนังบาง เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับจากเครื่องแบบดั้งเดิม
จุดเด่นของเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สาย
• อุปกรณ์ขนาดเล็ก ฝังเข้าไปในหัวใจโดยตรง
• ไม่มีสายไฟ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากสายและแผลผ่าตัด
• ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่มีแผลที่หน้าอก
• ฟื้นตัวเร็ว ลดความไม่สบายตัวหลังทำหัตถการ
• การดูแลระยะยาวง่ายขึ้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ระยะเวลาการทำหัตถการและการพักฟื้น
- ใช้เวลาทำหัตถการประมาณ 30–60 นาที
-ทำผ่านทางหลอดเลือดดำบริเวณขาหนีบ
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บน้อย ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก
- สามารถลุกเดินและฟื้นตัวได้เร็ว
- ระยะเวลานอนโรงพยาบาลสั้น หรืออาจกลับบ้านได้ภายในระยะเวลาอันเหมาะสม ตามดุลยพินิจของแพทย์
ขั้นตอนการรักษาโดยสรุป
1.แพทย์สอดอุปกรณ์ผ่านหลอดเลือดดำที่ขาหนีบ
2.นำเครื่องกระตุ้นหัวใจขนาดเล็กเข้าสู่โพรงหัวใจห้องล่าง
3.ติดตั้งและทดสอบการทำงานให้เหมาะสมกับจังหวะหัวใจ
4.ติดตามอาการและปรับการตั้งค่าเครื่องตามความจำเป็น
5.ดูแลและติดตามผลอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษา
ข้อดีและข้อจำกัดที่ควรทราบ
ข้อดี
- ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
- ไม่มีแผลผ่าตัดที่หน้าอก
- ฟื้นตัวเร็ว ใช้เวลาพักฟื้นน้อย
• เหมาะกับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ
- เพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ข้อจำกัด
- เหมาะกับการกระตุ้นหัวใจ เฉพาะบางรูปแบบ
-ยังไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระตุ้นหัวใจหลายห้องพร้อมกัน
- ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบมีสาย
-การถอดหรือเปลี่ยนเครื่องในอนาคตต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
การพิจารณาเลือกแนวทางการรักษา
การเลือกใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบไร้สายจะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจจะประเมินจากภาวะโรค ความเหมาะสม และความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด
สิทธิการรักษา
ผู้ป่วยสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ สิทธิการรักษา ได้ตามประเภทสิทธิที่มี ทั้งนี้เงื่อนไขการใช้สิทธิขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และแนวทางของแต่ละสิทธิ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ชายเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง เฉลี่ยอายุ 35 ก็เริ่มพบสัญญาณแล้ว
- "ดูแลหัวใจช่วงหลังปีใหม่" ให้แข็งแรง สุขภาพดี ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน
- เตือนระวัง! เครียดมากเกินไป หัวใจอ่อนแอ ส่งผลให้สมองเสื่อมเร็วได้
- เป็น "โรคหัวใจ" ดื่มน้ำอย่างไรดี? ข้อควรรู้เพื่ออายุยืนยาว
- ระวัง! 5 โรคเรื้อรังของผู้สูงวัย ที่อาจนำไปสู่การเกิด “โรคหัวใจ” ได้